กสทช. เตรียมหารือ แบงก์ชาติ-พาณิชย์ คุมเข้มการชำระเงินผ่านมือถือ หลังรัฐมีนโยบายการใช้เงินแบบ E-Payment
นายฐากร ตันฑสิทธิ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า หลังจากบริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ จำกัด เข้ามาเป็นผู้บริการค่ายมือถือรายใหม่เพิ่มจากเอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ ทำให้ธุรกิจโทรคมนาคมมีการพัฒนารูปแบบการให้บริการอย่างหลากหลายในอนาคต เพราะมือถือกลายเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตประจำวัน หลังจาก กสทช.ประมูลคลื่นความถี่ 1,800 MHz ไปแล้วในช่วงที่ผ่านมา และจะเปิดให้บริการในช่วงต้นเดือนมกราคม 2559 และคลื่น 900 MHz จะเปิดให้บริการในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2559 การแข่งขันจึงมีความรุนแรงมากขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อรัฐบาลมีนโยบายการใช้เงินแบบ E-Payment จากนี้ไปจะเห็นภาพการให้บริการผ่านมือถือ Mobile- Payment ด้วยการให้ลูกค้าเติมเงินเข้าไปในระบบซิมการ์ดจำนวนหนึ่ง เช่น 5,000-10,000 บาท เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตฟรี จากนั้นสามารถนำเงินในมือถือไปซื้อสินค้าผ่านห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการในการซื้อสินค้าโดยไม่ต้องใช้เงินสด นับเป็นการระดมทุนอีกรูปแบบหนึ่งของผู้ให้บริการค่ายมือถือ ซึ่งเป็นการพัฒนารูปแบบทางการเงินอีกด้านหนึ่ง แนวทางดังกล่าวเริ่มใช้แล้วหลายประเทศในยุโรป
ดังนั้น กสทช. จึงเตรียมหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงพาณิชย์ เนื่องจาก ธปท.เป็นผู้ดูแลควบคุมการใช้บริการทางการเงิน ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ดูแลด้านราคาสินค้า ส่วน กสทช.ควบคุมดูแลบริการด้านมือถือ จึงต้องวางข้อกำหนดร่วมกันในการดูแลผู้บริโภค เพราะต่อไปประชาชนสามารถใช้การเติมเงินในซิมการ์ดไปใช้บริการจ่ายค่าโดยสาร ค่าบริการ หรือซื้อสินค้า จึงต้องควบคุมดูแลเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชนผู้ใช้เงินผ่านระบบมือถือ ซึ่งจะพัฒนาเพิ่มมากขึ้นในอนาตค
นอกจากนี้ กสทช.ยังต้องหารือกับ บมจ.อสมท เพิ่มในการนำคลื่นความถี่ 2,600 MHz ที่ครอบครองอยู่ในปัจจุบันนำออกมาประมูล หากมีความคืบหน้าจะสามารถเปิดประมูลได้ภายในปี 2559 ยอมรับว่าอาจต้องเสนอ ครม.แก้ไขข้อกำหนดเพิ่มด้วยการจัดสรรเงินบางส่วนส่งให้กับ อสมท เจ้าของคลื่นความถี่ เพราะเป็นบริษัทมหาชน และช่วงคลื่นความถี่ของ อสมท ทั้งหมด 120 MHz อาจเจรจาขอมาประมูลเพียง 60 MHz เพื่อให้ อสมท นำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นและหารายได้ในการบริหารกิจการของ อสมท





