วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไอทรูมาร์ท'ทุ่ม5.3พันล้านโหมอีคอมเมิร์ซอาเซียน

กลุ่มทรูเปิดศึกอีคอมเมิร์ซอาเซียน เทงบลงทุน 5,300 ล้านบาท ดัน “ไอทรูมาร์ท” พร้อม “วีเลิฟช้อปปิ้ง” สยายปีกธุรกิจทั่วภูมิภาค

นายปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท แอสเซนด์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า มีแผนขยายธุรกิจอีคอมเมิร์ซภายใต้แบรนด์ “ไอทรูมาร์ท” และ “วีเลิฟช้อปปิ้ง” ไปทั่วภูมิเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งเป้าว่า จะสามารถขึ้นไปเป็นผู้นำตลาดได้ภายใน 3ปีจากนี้

ทั้งนี้ เนื่องจากเห็นโอกาสการเติบโตที่ก้าวกระโดด ด้วยมูลค่าตลาดรวมกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ แนวโน้มเติบโตประมาณ 20% ทุกปี

ปัจจุบัน ประชากรในภูมิภาคมีอยู่ราว 680 ล้านคน ทั้งมีการคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 100 ล้านคนภายในอีก 15 ปีข้างหน้า ที่สำคัญเป็นกลุ่มคนอายุน้อย ที่น่าสนใจมีสัดส่วนเข้าถึงโมบายอินเทอร์เน็ต 56% การเติบโตของจีดีพีโตอยู่ระหว่าง 6-8%

เขากล่าวว่า ในเฟสแรกภายในสิ้นปี 2558 นี้มีแผนขยายไปฟิลิปปินส์ซึ่งประชากร 100 ล้านคน ผู้เล่นยังมีจำนวนไม่มากก่อน จากนั้นปี 2559 อีก 6 ประเทศ เวียดนาม อินโดนีเซีย พม่า กัมพูชา มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยตั้งงบการลงทุนสำหรับแผนดังกล่าวไว้ที่ 5,300 ล้านบาท

โดยแนวทางจะพิจารณาตามสภาพตลาด หากเหมาะกับโมเดลแบบบิสสิเนสสู่คอนซูเมอร์ (บีทูซี) ใช้ ไอทรูมาร์ท ถ้าเหมาะกับมาร์เก็ตเพลสซึ่งเปิดให้ผู้ค้าทั่วไปเข้ามาจำหน่ายได้ใช้ วีเลิฟช้อปปิ้ง การเข้าไปนอกจากต้องพัฒนาระบบการซื้อขาย ต้องไปสร้างระบบโลจิสติกส์ และส่วนเติมเต็มที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เบื้องต้นหาพันธมิตรร่วมกันทำตลาด

“เราหวังเป็นบริษัทสัญชาติไทยที่เติบโตไปในระดับภูมิภาคเทียบเท่ากับผู้เล่นรายใหญ่ในอาเซียนเช่นลาซาด้าให้ได้”

พร้อมระบุว่า จุดแข็งสำคัญมาจากการมีประสบการณ์ในตลาดมานาน สามารถสั่งซื้อได้แบบข้ามประเทศได้ ขณะเดียวกันธุรกิจมีขนาดใหญ่มากพอที่จะสามารถทำราคาที่แข่งขันได้ดี

ส่วนตลาดไทย พบว่าเริ่มมีความพร้อมและแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นต่อเนื่อง ปีนี้มีการคาดการณ์ว่าตลาดบีทูซีอีคอมเมิร์ซจะมีมูลค่า 42,000 ล้านบาท ขยายตัวระดับ 20% ทุกปี

ปัจจุบัน อีคอมเมิร์ซไทยยังมีสัดส่วนเพียง 1% ของตลาดรวมค้าปลีก แต่ทั้งนี้ คาดว่า ปีหน้าจะเพิ่มไปเป็น 1.5-1.7% ขณะที่อีก 5 ปีมีโอกาสขยับไปถึง 7-8% ปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโตของการเข้าถึงโมบายอินเทอร์เน็ต ส่วนอุปสรรคสำคัญคือช่องทางการชำระเงินและโลจิสติกส์ ต่อไปจะไปได้ดีขึ้นหากภาครัฐควรเข้ามาสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ ทำงานร่วมกับภาคเอกชน พร้อมวางมาตรการภาษีที่เอื้อต่อภาคธุรกิจ

นายสืบสกล สกลสัตยาทร ผู้จัดการทั่วไป ไอทรูมาร์ทดอทคอม กล่าวเสริมว่า ตำแหน่งทางการตลาดของบริษัทคือห้างสรรพสินค้าออนไลน์ที่จำหน่ายสินค้าแบรนด์แท้ มีความหลากหลาย ราคาโดนใจ ขณะนี้ร่วมมือกับคู่ค้ากว่า 700 แบรนด์ มีสินค้าวางจำหน่ายมากกว่า 2 หมื่นรายการ สต็อกสินค้าไว้พร้อมจัดส่งมากกว่า 1 ล้านชิ้น

นอกจากนี้ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาช่องทางการเข้าถึงอย่างโมบาย ซึ่งขณะนี้ มีสัดส่วนการเข้าใช้กว่า 70% มากกว่านั้นทำให้ช่องทางการจ่ายเงินสะดวกที่สุด

ที่ผ่านมาทราฟฟิกการเข้าชมเว็บไซต์เติบโตทุกเดือน ข้อมูลล่าสุดเกิดการสั่งซื้อสัดส่วน 4.2% ต่อการเช้าชมเว็บไซต์ มากกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ 2%
บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมสำหรับไอทรูมาร์ทในปี 2558 ไว้ที่ 3,000 ล้านบาท หรือโต 800% จากปีก่อนหน้า ขณะนี้ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อรายการราว 1,000 บาท ปีหน้ารวมเออีซีคาดว่าจะเติบโตได้เท่าตัวแตะ 6,000 ล้านบาท

ปัจจุบัน ไอทรูมาร์ทครองอันดับ 1 ค้าปลีกออนไลน์ (บีทูซี) ในประเทศไทยด้วยยอดคำสั่งซื้อ 7,000 รายการต่อวัน ส่วนคู่แข่งประมาณ 3 พันกว่ารายการ ขณะที่หากรวมวีเลิฟช้อปปิ้งด้วยรวมทำได้กว่า 1.4 หมื่นรายการต่อวัน สุงสุดได้ถึง 1.85 หมื่นรายการต่อวัน

ขณะที่ รายได้ของวีเลิฟช้อปปิ้ง รายได้หลักกว่า 10 ล้านบาท มูลค่าการซื้อขาย 4,000 ล้านบาท โตเกือบ 200% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปีหน้าคาดว่าจะโตอีกเกือบเท่าตัว

อย่างไรก็ดี อีกหนึ่งกลยุทธ์พยายามหาสินค้าที่เหมาะกับความต้องการ ล่าสุดเปิดกลุ่มสินค้าใหม่ “แม่และเด็ก” ตอบโจทย์ผู้ปกครองยุคใหม่ซึ่งไม่ค่อยมีเวลาค้นหาสินค้าคุณภาพ ช่วงแรกมีโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษ 30% สำหรับสินค้าทุกชิ้น วันนี้ถึงวันที่ 15 พ.ย.255