กสทช.เผยผลวิจัย 4จี ฉีดเงินเข้าเศรษฐกิจ1.3 ล้านล้านใน 5 ปี
พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)ในฐานะประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เผยถึงโครงการศึกษาเพื่อประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมของการบริการบรอดแบนด์ผ่านโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โมบาย บรอดแบนด์) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่สนับสนุนการศึกษาโครงการโดยสำนักงาน กสทช.นั้น ได้ระบุว่า โมบาย บรอดแบนด์ ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือนอย่างรอบด้าน
ทั้งนี้ ผลประโยชน์ที่ได้รับมากที่สุดจะมาจากทั้งทางตรงและทางอ้อมที่เกิดจากการลงทุนคิดเป็นเงินราว 142,072 ล้านบาท ในปี 2556 ผลประโยชน์ทางตรง พบว่า ผลประโยชน์ที่มากที่สุดเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม คิดเป็นมูลค่าราว 59,875 ล้านบาทต่อปี รองลงมาคือผลกระทบทางเศรษฐกิจมหาภาคคิดเป็นมูลค่าราว 49,589 ล้านบาทต่อปี อันดับสาม คือรายได้ที่ภาครัฐได้รับ สืบเนื่องจากการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เป็นมูลค่า 43,721 ล้านบาท และอันดับสี่ คือ การใช้ประโยชน์ภาคธุรกิจ คิดเป็นมูลค่า 25,342 ล้านบาทต่อปี
ขณะเดียวกัน ผลประโยชน์ทางอ้อมจากการให้บริการบรอดแบนด์ผ่านโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ มากที่สุด คือ การลงทุนและการเงินส่วนการประเมินความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นประมาณ 132,064 ล้านบาท รองลงมา คือ ใช้เพื่อบันเทิง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 56,492 ล้านบาทต่อปี และการทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ราว 50,311 ล้านบาท ต่อปี ผลที่ได้ต่อเศรษฐกิจมหาภาคราว 7,495 ล้านบาท
ทั้งนี้ คาดการณ์ในปี 2558 ที่จะได้รับประโยชน์จากการประมูลใบอนุญาต 4จี บนคลื่นความถี่ 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ตามที่สำนักงาน กสทช.ได้ส่งรายงานมาให้นั้น คาดว่า จะทำให้มีเกิดเงินจากการประมูลใบอนุญาตราว 73,000 ล้านบาท รวมทั้งยังมีเม็ดเงินจากการขยายโครงข่ายช่วงต้นปี 2559 การลงทุนสร้างโครงข่าย การเปลี่ยนอุปกรณ์ การซื้อขายอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ รวมถึงการใช้บริการสื่อสารข้อมูล (ดาต้า) มากขึ้น คิดเป็นเงินหมุนเวียนในอุตสาหกรรมราว 160,000 ล้านบาท
“การเลื่อนให้เร็วขึ้น จะเป็นผลดีต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ เปิดบริการ 4จี เร็วขึ้น และต้องยอมรับในสภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ ไทยควรมีเมกะโปรเจค ออกมาขับเคลื่อนกลไกเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นลงทุนของนักลงทุนต่างชาติผ่านการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ และมีแนวโน้มว่าจะสามารถออกใบอนุญาตทั้ง 2 คลื่นความถี่ 4 ใบอนุญาตได้ภายในเดือน พ.ย. ทำให้มีรายได้เข้ารัฐไม่ต่ำกว่า 73,000 ล้านบาท นอกจากนี้ จะมีเม็ดเงินลงทุนจากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือลงสู่ระบบเศรษฐกิจอีก 160,000 ล้านบาท”
จากผลศึกษามูลค่าที่ทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นจากการประมูล พบว่า หากโอเปอเรเตอร์สามารถเปิดให้บริการ 4จี ได้ภายในต้นปี 2559 จะสร้างเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ 168,000 ล้านบาท โดยจะสร้างเม็ดเงินในปี 2560 จำนวน 265,000 ล้านบาท และภายใน 5 ปี จะสร้างเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ 1.3 ล้านล้านบาท





