'อุตตม' เผยครม.ไฟเขียวดึงงบแทบเล็ตของไอซีที 3.7 พันล้านเร่งเดินหน้าดิจิทัล อีโคโนมี หนุนเพิ่มศักยภาพเอสเอ็มอี
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.มีมติปรับเปลี่ยนการใช้งบประมาณโครงการพัฒนาระบบโครงข่ายไร้สาย หรือไวไฟ เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แทบเล็ตของกระทรวงไอซีที ประจำปีงบประมาณ 2557 วงเงิน 3,755 ล้านบาทมาใช้เพื่อส่งเสริมให้เอสเอ็มอีได้ใช้เทคโนโลยี เพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการ สอดคล้องกับแผนงานดิจิทัล อีโคโนมี
ทั้งนี้ งบดังกล่าวจะนำมาใช้ส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และชาวบ้านในชุมชนให้เข้าถึงการใช้อินเทอร์เน็ต การเรียนรู้ตลาดสินค้าออนไลน์ และจะใช้ศูนย์เศรษฐกิจดิจิทัลในชุมชน ซึ่งมาจากศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเดิม โดยมีสถาบันการศึกษาในพื้นที่เข้าช่วยเหลือให้ความรู้ ให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเอสเอ็มอีได้ร่วมใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อประหยัดต้นทุน รวมถึงการพัฒนาสมาร์ทซิตี้ เช่น พัฒนาเมืองเชียงใหม่ ภูเก็ต ให้เป็นเมืองต้นแบบ หนุนใช้เทคโนโลยียกระดับคุณภาพการศึกษา รวมถึงการระบบ อีกอฟเวอร์เม้นท์ เพื่อปรับปรุงระบบบริการภาครัฐ ให้มีฐานข้อมูลบูรณาการเชื่อมโยงร่วมกันและการพัฒนาด้านบุคลากร เพราะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายให้ประสบความสำเร็จ
"รัฐบาลต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีให้มีความพร้อม เพื่อส่งเสริมนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีศักยภาพในการแข่งขันและชาวบ้านในชุมชนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมากขึ้น" นายอุตตม กล่าว
ขณะที่ วานนี้ (22 ก.ย.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เปิดให้เอกชนรับเอกสารรายละเอียดการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ โดยมีผู้มาขอรับเอกสารแล้ว 6 ราย ได้แก่ 1.บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด 2.บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด 3.บริษัท ดีแทค บรอดแบรนด์ จำกัด 4.บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด 5.บริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ จำกัด และ 6.บริษัท ฮัทชิสัน เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. กล่าวว่า จะเปิดให้รับเอกสารคำขอรับใบอนุญาต และลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมการประชุมชี้แจงและให้คำปรึกษาในการกรอกแบบคำขอรับใบอนุญาตได้จนถึงวันที่ 21 ต.ค.นี้ และวันที่ 22 ต.ค.จะเปิดรับยื่นซอง เพื่อแสดงความประสงค์เข้าร่วมประมูล
"กำหนดการประมูลอยู่ระหว่างพิจารณาที่จะเลื่อนประมูลให้เร็วขึ้นจะมีความชัดเจนประมาณ 15 วันก่อนประมูลหรือไม่เกิน 15 ต.ค.ซึ่งการเลื่อนให้เร็วขึ้นจะเป็นผลดีต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ เปิดบริการ 4 จีเร็วขึ้น"
เขากล่าวว่า การเลื่อนประมูลให้เร็วขึ้นจะช่วยประหยัดงบประมาณจัดประมูลถึง 70 ล้านบาท ส่วนข้อกังวลการฮั้วประมูล ยืนยันว่า มีการป้องกันการฮั้วประมูลอย่างดีทุกกรณี ทั้งการปรับเปลี่ยนราคาการประมูล หากมีผู้เข้าประมูลน้อยกว่าจำนวนใบอนุญาต และเงื่อนไขอื่นๆ
นายฐากร ยังได้กล่าวถึงความเคลื่อนไหว บมจ.ทีโอที ที่ออกมาต่อต้านการประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ โดยยืนยันว่า กสทช.ทำหน้าที่ตามกฏหมายในการจัดการคลื่นความถี่และจัดประมูลคลื่นเพื่อนำรายได้ส่งแผ่นดิน หากไม่ประมูลจะเกิดผลเสียหายต่อรัฐ แต่หากมีการฟ้องร้องและมีคำสั่งศาลออกมาเป็นอย่างอื่น กสทช.ก็พร้อมปฏิบัติตาม และพร้อมชี้แจงต่อศาล แต่ระหว่างนี้ยังเดินหน้าตามหน้าที่การจัดสรรคลื่นความถี่ต่อไป
ส่วนการประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์นั้น ได้ข้อสรุปแล้วว่า จะเปิดประมูลจำนวน 2 ใบอนุญาตๆ ละ 12.5 เมกะเฮิรตซ์ตามเดิม ไม่ใช่ใบอนุญาตละ 15 เมกะเฮิรตซ์ เนื่องจาก บมจ.กสท โทรคมนาคม ชี้แจงว่า กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้น 100% ได้แจ้งกลับมาว่า การนำคลื่นความถี่ 5 เมกะเฮิรตซ์ไปร่วมนั้นต้องแก้สัญญาสัมปทานที่เกี่ยวข้องกับคลื่นความถี่ และต้องใช้เวลาดำเนินการราว 3-4 เดือน ดังนั้นประเด็นที่จะให้มีการนำคลื่นไปร่วมประมูลก่อน แล้วค่อยกลับมาแก้ไขสัญญาสัมปทานภายหลังจึงไม่สามารถทำได้





