เอ็นโซโก้ ปูพรมตลาดรีเทล เทงบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท โหมแคมเปญ-กิจกรรมการตลาดออนไลน์-ออฟไลน์ กระตุ้นยอดโค้งสุดท้าย
นายวรวุฒิ วาริการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นโซโก้ จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจครึ่งปีหลังมีแนวโน้มทรงตัว ทั้งส่งผลกระทบต่อการจับจ่ายสินค้าของผู้บริโภค ทว่าแม้เหตุการณ์ไม่ปกติยอดขายบนช่องทางออนไลน์และบนเอ็นโซโก้ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง
เขากล่าวว่า ทิศทางธุรกิจของเอ็นโซโก้จากนี้มุ่งบุกเบิกธุรกิจใหม่รูปแบบรีเทลดีล (ขายปลีกแบบดีลในเวลาที่กำหนด) เพื่อให้เป็น “ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง มอลล์” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่นิยมซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น ทั้งคาดการณ์ไว้ว่าจากปัจจุบันออนไลน์รีเทลในประเทศไทยมีสัดส่วน 1.2% และเพิ่มเป็น 7.5% ในปี 2563 หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 6 เท่าตัว
“เหตุที่เราหันมาโฟกัสตลาดนี้เนื่องจากโอกาสการเติบโตของเดลีดีลน้อยกว่ารีเทล ดังนั้นต้องพยายามปรับตัวเข้าหาพื้นที่ที่มีโอกาสการเติบโตสูง จากนี้บริษัทพร้อมเพิ่มงบการลงทุนทางการตลาดเข้ามามากขึ้นต่อเนื่อง โดยไทยยังถูกวางเป็นตลาดอันดับท็อป 3 ของเอ็นโซโก้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
ผู้บริหารเอ็นโซโก้ กล่าวว่า จุดต่างเน้นความคุ้มค่า ซื้อได้ง่าย ไม่มีเงื่อนไข ขณะนี้บริษัทเริ่มปรับโฉมเว็บไซต์ เพิ่มสินค้าเข้ามามากขึ้นโดยมีสินค้านำเสนอกว่า 1 หมื่นข้อเสนอ
พร้อมด้วยพัฒนาช่องทางการจัดส่งให้หลากหลาย สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา ที่ผ่านมายังกระจายจุดรับสินค้าเช่น สถานีรถไฟฟ้า เก็บเงินปลายทาง การันตีไม่เกิน 5 วัน ไม่มีสินค้าปลอม รับประกันคืนเงินใน 1 ปี
ด้าน แนวทางการตลาด มุ่งทำกิจกรรมทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เช่น ทีวีดิจิทัล ฟรีแมกกาซีน บีทีเอส รวมถึงอีเวนท์บริเวณออฟฟิศ ห้างสรรพสินค้า เทียบกับครึ่งปีแรกใช้งบประมาณการตลาดเพิ่มขึ้น 40-50% เบื้องต้นเฉพาะงบโฆษณากว่า 10 ล้านบาท กลุ่มเป้าหมายหลักครอบคลุมนักศึกษาจบใหม่รวมวัยทำงานอายุ 20-45 ปี ขณะนี้ยังพยายามขยายให้ลูกค้ากลุ่มคุณแม่ที่อายุยังน้อยมากขึ้นด้วยกลุ่มนี้มีกำลังซื้ออัตราการเฉลี่ย 3,500 บาทต่อเดือน รวมทั้งตลาดต่างจังหวัด
“ไตรมาสสุดท้ายเราจะใช้แคมเปญเชิงซีซันนอลมาร์เก็ตติ้งเป็นกลยุทธ์หลักในการกระตุ้นบรรยากาศให้เกิดการจับจ่าย มากกว่านั้นพัฒนาเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่นให้ตอบโจทย์ สำคัญใช้งานง่าย”
ข้อมูลจากเอ็นโซโก้ชี้ว่า โดยรวมช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2558 นี้บริษัทใช้งบประมาณรวมกว่า 100 ล้านบาท
บริษัทตั้งเป้าว่าปี 2558 ผลประกอบการรวมจะเติบโตไม่น้อยกว่า 80% ปัจจุบันเอ็นโซโก้มีลูกค้ากว่า 3.5 ล้านคน อัตราแอคทีฟ 60% หรือ 3 เดือนที่ผ่านมามีการซื้ออย่างน้อย 1 ครั้ง มีพันธมิตรร้านค้า 1.5 หมื่นราย เมื่อไตรมาสที่ 2 เทียบกับปีที่ผ่านมายอดขายเอ็นโซโก้เติบโตเพิ่มขึ้น 40%
“ตลาดเดลีดีลยังมีการเติบโตและได้รับความนิยมต่อเนื่อง ขณะเดียวกันตลาดรีเทลค่อยๆ กระเตื้องขึ้น หลังเพิ่มความหลากหลายสินค้าและบริการ พร้อมอัดแคมเปญโปรโมชั่นตลอด 4 เดือนสุดท้าย”
ขณะที่ โดยรวมมีการซื้อดีลบนเว็บไซต์ 60% โมบายแอพพลิเคชั่น 40% หวังว่าต่อไปจะเป็นโมบายมากขึ้น ด้านสัดส่วนยอดขายเป็นเดลีดีล 80% รีเทลดีล 20% ภายในสิ้นปีนี้ด้วยการเพิ่มโฟกัสกับรีเทลจะทำให้สัดส่วนรีเทลกลายเป็น 70% เดลีดีล 30%
พร้อมระบุว่า ผู้เล่นในตลาดในกลุ่มเดียวกันมีอยู่ทั้งหมด 4 ราย เอ็นโซโก้ยังคงครองอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 85% เชื่อด้วยว่ายอดขายทิ้งห่างกับคู่แข่งหลายเท่าตัว
นางสาวจุฑารัตน์ พิบูลธรรมศักดิ์ ผู้จัดการทั่วไป เอ็นโซโก้ เสริมว่า ความคุ้มค่ายังเป็นปัจจัยสำหรับต่อการตัดสินใจซื้อดีล ดังนั้นเอ็นโซโก้พิจารณาคัดเลือกดีลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมของผู้บริโภค ทั้งกิน เที่ยว ช้อป ที่เดียวครบ ทั้งเน้นความหลากหลายสินค้า พัฒนามาตรฐานการบริการ คุณภาพดีล คุ้มค่าด้านราคา โดยบางดีลมีส่วนลดมากถึง 96%
นอกจากนี้ มีการตรวจสอบพฤติกรรมและทำให้เกิดการจับจ่ายต่อเนื่อง ทั้งพยายามเพิ่มพันธมิตรใหม่ๆ เข้ามาเสริมการบริการให้ดีมากขึ้นตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม สินค้าที่นิยมมากที่สุด เชิงรีเทลคือสุขภาพและความงาม ตามด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ภายในบ้านและตกแต่งสวน ต่อมาคือแกดเจ็ท ส่วนนอนรีเทลอันดับ 1 คือร้านอาหาร สุขภาพและความงาม และการท่องเที่ยวตามลำดับ





