กสทช. เผย ประชาชนติดตามสถานการณ์เหตุระเบิดราชประสงค์ ดันเรตติ้งทีวีดิจิตอลรายใหม่สูงขึ้น
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า สำนักนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและโทรทัศน์ของสำนักงานกสทช.ได้รายงานข้อมูลสภาพตลาดกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลเดือนสิงหาคม 2558 พบว่า ช่วงเวลา 19.00น. ของวันจันทร์ที่ 17 ส.ค. 58 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกิดเหตุร้ายบริเวณสี่แยกราชประสงค์มีประชาชนให้ความสนใจติดตามช่องดิจิตอลทีวีที่ตัดเข้าช่วงข่าวเร่งด่วน ระหว่างเวลา19.00-23.59 น. มากขึ้นตรงกันข้ามกับช่องดิจิตอลทีวีในบางช่องที่ออกอากาศรายการตามปกติเรตติ้งได้ลดลงเมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของสัปดาห์ก่อน
สำหรับช่วงเวลา19.00-23.59น. เป็นช่วงเวลาไพรม์ไทม์(Primetime) ที่มีการนำเสนอละครและรายการวาไรตี้เพื่อความบันเทิงเป็นหลักและเป็นช่วงเวลาที่มีจำนวนผู้รับชมมากที่สุดของวันแต่เมื่อเกิดเหตุร้ายบริเวณสี่แยกราชประสงค์ เรตติ้งในช่องที่เสนอรายการปกติได้ลดลงตั้งแต่เวลา 19.00-23.59 น. และพบว่าช่วงเวลา 21.00-21.59 น. เรตติ้งลดลงมากสุดจากเรตติ้ง ในช่วงเวลาเดียวกันสัปดาห์ก่อน ส่วนช่อง 3 และ ช่อง 7เรตติ้งไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก แม้ว่าจะมีการรายงานข่าวหรือไม่ก็ตามส่วนหนึ่งเป็นไปได้ว่าฐานผู้ชมค่อนข้างสูง และความนิยมค่อนข้างเสถียร
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาช่องที่มีการรายงานข่าวเหตุการณ์ระเบิดทั้งถ่ายทอดสด และประมวลภาพให้ประชาชนได้ติดตามอย่างใกล้ชิด พบว่า เรตติ้งกลับเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของสัปดาห์ก่อนเช่น ไทยรัฐทีวี เรตติ้งเพิ่มเป็น 1.111 จาก 0.276 , เนชั่นทีวี เรตติ้งเพิ่มเป็น 0.481 จาก 0.113 , ช่อง TNN 24 เรตติ้งเพิ่มเป็น 0.19 จาก 0.079 , ช่องสปริงนิวส์เรตติ้งเพิ่มเป็น 0.133 จาก 0.065 , ช่องไทยพีบีเอสเรตติ้งเพิ่มเป็น 0.412 จาก 0.233 และอมรินทร์ทีวี เรตติ้งเพิ่มเป็น 0.449 จาก 0.12
อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ดังกล่าวนั้นอธิบายได้ว่า พฤติกรรมผู้ชมโทรทัศน์เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามสถานการณ์หรือประเด็นความสนใจการรายงานข่าวอย่างต่อเนื่องในสถานการณ์ไม่ปกติ ยังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคฉะนั้นอาจสะท้อนได้ว่าการอยู่รอดของผู้ประกอบการช่องโทรทัศน์รายใหม่ จึงขึ้นอยู่กับการนำเสนอเนื้อหารายการที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคหรือไม่เนื่องจากหากนำเสนอเนื้อหารายการได้ตรงกับความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคที่ไม่ได้ยึดติดกับตัวช่องรายการใดรายการหนึ่งผู้บริโภคกลุ่มนี้พร้อมที่จะเปิดรับช่องรายการใหม่ ๆที่นำเสนอเนื้อหาได้ตรงกับความต้องการ จึงเป็นการสร้างโอกาสเพิ่มความนิยมเพื่อให้อยู่รอดในอุตสาหกรรมได้





