วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ไวโอ’เล็งแจ้งเกิดรอบสองสวนกระแสพีซีทรุดทั่วโลก

“ไวโอ” สวนกระแสตลาดพีซีทั่วโลกทรุดตัว เตรียมแจ้งเกิดรอบสองหลังโซนี่ขายทอดตลาดจำกัดการขายเฉพาะญี่ปุ่น วางแผนชิมลาง “ไมโครซอฟท์ สโตร์” ในสหรัฐ

หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า “ไวโอ” อดีตธุรกิจคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือพีซีที่ไม่ทำกำไรของบริษัทโซนี่ คอร์ป จนต้องขายทอดตลาดเมื่อปีที่ผ่านกำลังจะหวนคืนวงการพีซีโลกอีกครั้ง 

โดยหลังจากแบรนด์ไอทีรายใหญ่ของญี่ปุ่นประกาศขายธุรกิจพีซีภายใต้แบรนด์ “ไวโอ” ให้กองทุนร่วมลงทุนเจแปน อินดัสเทรียล พาร์ทเนอร์ส อิงค์ในปีที่ผ่านมาและแปรภาพเป็นบริษัท “ไวโอ คอร์ป” ซึ่งได้ยุติการขายพีซีในตลาดโลกเหลือเพียงการจำหน่ายในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ล่าสุดบริษัทกำลังวางแผนกลับสู่ตลาดพีซีโลกอีกครั้งแม้สภาพการณ์โดยรวมของอุตสาหกรรมพีซีจะไม่สู้ดีนัก 

นายโยชิมิ โอตะ ประธานคณะผู้บริหาร (ซีอีโอ) บริษัทไวไอ คอร์ป เผยว่า บริษัทวางแผนจะเริ่มจำหน่ายโน้ตบุ๊คภายใต้แบรนด์ไวโอภายในร้านค้าปลีกของไมโครซอฟท์ในสหรัฐ ตั้งแต่เดือน ต.ค.นี้ รวมทั้งยังมีแผนจะขยายตลาดไปยังบราซิล โดยผ่าน “โพสิทิโว อินฟอร์มาติกา (Positivo Informatica)” ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์สัญชาติบราซิลให้เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายพีซีที่ดีไซน์โดยบริษัทไวโอ

ทั้งนี้โซนี่ตัดสินใจขายกิจการไวโอในปีที่ผ่านมาหลังไม่ประสบความสำเร็จในการพยายามจะกลับมาเป็นผู้เล่นรายหลักในอุตสาหกรรมพีซีที่อยู่มานานเกือบ 2 ทศวรรษ แม้โน้ตบุ๊คไวโอของโซนี่จะมีดีไซน์ที่โดนใจตลาด แต่ก็ยังสร้างความแตกต่างได้ไม่มากพอจากผู้เล่นรายอื่นๆ ในตลาดพีซีที่กำลังทรุดตัว
แม้แต่ในญี่ปุ่นซึ่งเป็นตลาดหลักของไวโอแต่ส่วนแบ่งตลาดกลับลดฮวบเหลือต่ำกว่า 1% รวมถึงในตลาดทั่วโลกที่บริษัทมีส่วนแบ่งลดลงต่อเนื่องจนเหลือตัวเลขหลักเดียวติดต่อกันนาน

ขณะที่บริษัทวิจัยไอดีซี ระบุว่า ตลาดพีซีทั่วโลกเริ่มเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว โดยไตรมาส 2 ที่ผ่านมาหดตัวลง 11.8% แม้แต่แบรนด์ใหญ่ในตลาดปัจจุบันอย่าง “เลอโนโว” ก็เริ่มได้รับแรงกดดันจากมาร์จิ้นที่ลดลง เทียบกับไวโอที่มีพนักงานเพียง 250 คน และมีโรงงานผลิตของตัวเองเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่นซึ่งจัดเป็นผู้เล่นรายเล็กมากในอุตสาหกรรมพีซี

อย่างไรก็ตามนายโอตะ ระบุว่า ไวโอสามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยกลยุทธ์ใหม่ที่จะเน้นการขายในกลุ่มไฮเอ็นด์มากกว่าจะหว่านในตลาดทั่วไปเหมือนที่โซนี่เคยทำ และยังมองว่าที่ผ่านมาโซนี่ให้น้ำหนักกับการสร้างส่วนแบ่งตลาดมากกว่าการเพิ่มกำไรให้ธุรกิจ

“ไวโอในมาดใหม่ ผมได้ขอให้ทีมงานในทุกโปรเจคสร้างเป้าหมายที่จับต้องได้จริง และทำเงินได้ พร้อมกับเชื่อมั่นว่าบริษัทจะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ได้ภายในเดือน มิ.ย.2561” นายโอตะกล่าว

ด้านนักวิเคราะห์ มองว่า แผนคืนชีพครั้งนี้ของไวโออาจไม่ง่ายนัก แม้นายโอตะจะมีประสบการณ์เคยฟื้นฟูกิจการระดับมิดไซส์สำเร็จมาแล้ว 2 บริษัท

“บริษัทไวโอมีแนวโน้มว่าจะสร้างส่วนแบ่งตลาดได้ยาก และเป็นไปได้ว่าในท้ายที่สุดแล้วก็ต้องโดนบีบออกจากตลาดไปอีก ซึ่งตั้งแต่ดีลซื้อขายธุรกิจไวโอเสร็จสมบูรณ์ แต่ไวโอ คอร์ป ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ที่สร้างความแตกต่างจากแบรนด์คู่แข่งรายอื่นๆ” นักวิเคราะห์จากยูโรมอนิเตอร์ กล่าว

โดยไวโอยังคงจำหน่ายโน้ตบุ๊คที่ดีไซน์แบบเดิมเมื่อครั้งอยู่ภายใต้บริษัทโซนี่ และเพิ่มไลน์สินค้าที่ดีไซน์ใหม่ๆ เน้นสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานมืออาชีพ ซึ่งไวโอรุ่นใหม่ที่วางจำหน่ายในตลาดญี่ปุ่นราคาราว 1,600 ดอลลาร์ (ประมาณ 52,000 บาท) ส่วนที่จะวางในสหรัฐ ราคาเริ่มต้นที่ 21,900 ดอลลาร์ (ราว 72,000 บาท) สูงกว่า 2 เท่าของโน้ตบุ๊คทั่วไปที่โซนี่เคยขายในตลาดโลก

นอกจากนี้ไวโอยังเตรียมจะเพิ่มโน้ตบุ๊ครุ่นที่ใส่ซิมการ์ดได้ รวมถึงการทำพีซีตั้งโต๊ะอีกครั้ง เพื่อต้องการเจาะกลุ่มนักออกแบบกราฟฟิก ช่างภาพและกลุ่มผู้ใช้เครื่องแมคในปัจจุบันเพราะไม่มีตัวเลือกที่ดีมากพอสำหรับพีซีที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการวินโดว์ส

ฟากไมโครซอฟท์ แถลงผ่านอีเมลว่าเหตุผลที่เลือกวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไวโอในร้านค้าปลีกที่สหรัฐ เพื่อต้องการเพิ่มความหลากหลายให้ผู้ซื้อ