อีเซ็ตเร่งเครื่องตลาดซิเคียวริตี้ ผนึก “แอ็กทีฟมีเดีย” โหมหนักลูกค้าคอนซูเมอร์-องค์กร ชี้ตลาดรวมไทยแนวโน้มโตได้ 12% ตั้งเป้าชิงท็อป 3
นายพาร์วินเดอร์ วา-เลีย ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท อีเซ็ต ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสจากประเทศสโลวาเกีย กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าสนใจ อ้างอิงข้อมูลบริษัทวิจัยการ์ทเนอร์และไอดีซีปี 2558 ภาพรวมตลาดซิเคียวริตี้ มีแนวโน้มขยายตัว 12% มูลค่าประมาณ 26 ล้านดอลลาร์
เขากล่าวว่า ตลาดมีแนวโน้มเติบโตด้วยระดับดังกล่าวได้ต่อเนื่องไปอีก 3 ปีข้างหน้า โดยปี 2559 จะมีมูลค่า 29.12 ล้านดอลลาร์ ปี 2560 ประมาณ 32.88 ล้านดอลลาร์ และ ปี 2561 ราว 37.12 ล้านดอลลาร์
ดังนั้น ในฐานะผู้ให้บริการพร้อมสานต่อธุรกิจ ซึ่งเริ่มทำตลาดมากว่า 12 ปี โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมกลุ่มคอนซูเมอร์ภายใต้แบรนด์ น็อต32 (NOD32) พร้อมๆ กับขยายฐานกลุ่มลูกค้าธุรกิจองค์กรด้วยสินค้า และบริการที่หลากหลายมากขึ้น
สำหรับกลยุทธ์หลักๆ เน้นพัฒนาช่องทางจัดจำหน่ายเพื่อทำให้การบริการคล่องตัว เพิ่มโมเดลให้บริการ เช่น จ่ายแบบรายเดือน ขณะเดียวกัน เพิ่มความหลากหลายช่องทางการทำตลาดโดยร่วมมือกับคู่ค้าใหม่ๆ ด้านการลงทุน เน้นเพิ่มทีมงานทั้งเชิงการตลาด จัดจำหน่าย รวมถึงยกระดับบริการหลังการขาย
ล่าสุด เปิดตัวโซลูชั่นรักษาความปลอดภัยยุคใหม่สำหรับธุรกิจองค์กร รองรับทั้งระบบปฏิบัติการแมค วินโดว์ส แอนดรอยด์ และลินิกซ์ สามารถใช้ได้ตั้งแต่ระดับเอสเอ็มอีกระทั่งเอ็นเตอร์ไพรซ์
พร้อมกันนี้ มาพร้อมจุดเด่นการป้องกันเชิงรุกส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อโครงสร้างพื้นฐานไอที มีคุณสมบัติป้องกันบ็อตเน็ต ตัวบล็อกช่องโหว่ ฟิชชิ่ง การโจรกรรม รองรับทั้งระบบเครือข่ายรูปแบบธรรมดาและซับซ้อน
เขากล่าวว่า อาชญากรรมไซเบอร์ส่งผลกระทบต่อองค์กรธุรกิจนับล้านแห่งทั่วโลก สถิติโดยสถาบันอินโฟเซค เมื่อปี 2557 ชี้ว่า รายจ่ายที่เกิดจากอาชญากรรมไซเบอร์เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 26% คิดเป็นมูลค่า 11.56 ล้านดอลลาร์ แต่ละองค์กรเฉลี่ยมีตั้งแต่ 1.3-58 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ ผลสำรวจของเอินส์ท แอนด์ ยัง พบด้วยว่า มีบริษัทมากกว่า 37% ไม่มีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความเสี่ยงอาชญากรรมไซเบอร์เรียลไทม์ ทั้งขาดความคล่องตัวการจัดการความเสี่ยง งบประมาณ รวมถึงทักษะพนักงาน
“นอกจากต้องเผชิญกับการโจมตีนับครั้งไม่ถ้วน บริษัทมีชื่อเสียงหลายแห่งกำลังกลายเป็นเป้าหมายการโจมตี ซึ่งนับเป็นภัยคุกคามต่อทั้งทรัพย์สินทางปัญญา สินทรัพย์ทางการค้า กระทบกับชื่อเสียง และความไว้วางใจจากลูกค้า”
บริษัทตั้งเป้าขึ้นไปอยู่อันดับท็อป 3 ผู้ให้บริการตลาดรักษาความปลอดภัยประเทศไทยอีกไม่กี่ปีข้างหน้า พร้อมขยับส่วนแบ่งการตลาดอีก 2 เท่าตัวจากปัจจุบันทำได้ 6.5% รั้งอันดับที่ 4
พร้อมระบุว่า ในแผนนำเสนอสินค้าและบริการจะสอดคล้องไปกับเมกะเทรนด์การเติบโตของอินเทอร์เน็ต โมบาย รวมทั้งการนำอุปกรณ์ส่วนตัวไปใช้ในที่ทำงาน
นายวาริท อ้นวงษ์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอ็กทีฟมีเดีย (ไทยแลนด์) จำกัด คู่ค้าอีเซ็ต กล่าวว่า ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายแบบเอ็กคลูซีฟเพียงรายเดียวในไทย กลุ่มเป้าหมายหลักมุ่งเจาะหน่วยงานภาครัฐ การศึกษา รวมถึงองค์กรขนาดใหญ่
ทั้งนี้ เชื่อว่ากำลังซื้อในตลาดไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่เป็นการซื้อต่อเนื่องมาจากลูกค้าเดิม ส่วนราชการขณะนี้ยังเงียบๆ อยู่ แต่ทั้งนี้โดยรวมเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยมีทิศทางดีขึ้น
“แม้ช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจไม่ดีแต่เรายังสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องจากปกติรายได้รวมเติบโตได้ระดับ 20% ปีที่แล้วทำได้ 15% ขณะที่ปีนี้หวังว่าจะทำได้ถึง 20%”
ปัจจุบัน สัดส่วนรายได้ของบริษัทมาจากตลาดองค์กร 80% คอนซูเมอร์ 20% กลุ่มลูกค้าครอบคลุมทุกกลุ่มอุตสาหกรรม แม้รายได้หลักของบริษัทมาจากองค์กร ทว่าการทำตลาดคอนซูเมอร์มีส่วนสำคัญต่อชื่อเสียงแบรนด์





