'แจ็ค มินทร์ อิงค์ธเนศ' นำเอสวีโอเอฝ่าอนาคตคลื่นไอที

'แจ็ค มินทร์ อิงค์ธเนศ' นำเอสวีโอเอฝ่าอนาคตคลื่นไอที

"เป้าหมายสำคัญต้องการจัดโครงสร้างองค์กรใหม่ให้การบริหารจัดการธุรกิจ การทำกำไรดีมากขึ้นในทุกมิติ"

'เวลา' นับเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความสำเร็จชั้นดีของภาคธุรกิจ กว่า 33 ปี ของ บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) จึงมีความน่าสนใจและควรติดตามอย่างมากว่า หลังจากสามารถก้าวผ่านวิกฤติและโอกาสกระทั่งเติบโตถึงวัยผู้ใหญ่เต็มตัว ต่อไปจะเดินหน้าต่ออย่างไร ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง ความไม่แน่นอน และแรงสั่นสะเทือนที่ไม่อาจคาดเดาจากทั้งภายในและภายนอก...


นายแจ็ค มินทร์ อิงค์ธเนศ ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริหาร บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทเอสวีโอเอปี 2558 ให้ความสำคัญกับการเพิ่มขีดความสามารถให้องค์กร ขณะเดียวกันโฟกัสสิ่งที่ตนเองถนัด มีความรู้ และความเข้าใจเป็นอย่างดี
เขากล่าวว่า อุตสาหกรรมไอทีเปลี่ยนเร็ว ฉะนั้นต้องอยู่อย่างตื่นตัว และเรียนรู้แบบไม่มีวันสิ้นสุด จุดยืนของบริษัทต้องการเติบโตไปพร้อมกับผู้บริโภค คู่ค้า ผู้ร่วมทุน ควบคู่ไปกับนำเสนอสินค้าที่ถูกต้อง มีสีสัน เสริมสร้างความสามารถในการผลิต

อย่างไรก็ดี เนื่องจากแต่ละปีนอกจากต้องรับมือการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ยังมีความไม่แน่นอนทางการเมือง เศรษฐกิจภายในประเทศ และทั่วโลก การปรับตัวจึงมีอยู่ 2 วิธี คือ เดินไปตามสถานการณ์บังคับ อีกทางหนึ่งเปลี่ยนตัวเองก่อนสถานการณ์ และพยายามคาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหน้าให้ถูกต้อง

“เคล็ดลับสู่ความสำเร็จของเรา มาจากการเรียนรู้ลูกค้า เชื่อว่าหากสามารถนำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้ ย่อมสามารถอยู่รอดต่อไปได้”

ขณะที่ ในปีนี้ซึ่งครบรอบ 33 ปีการก่อตั้งบริษัท ยังมีความมุ่งมั่นที่จะโต้คลื่นไอทีต่อ ทั้งมั่นใจอย่างมากว่ามีความแข็งแรง และประสบการณ์มากพอที่จะสู้ต่อไปได้
ลุ้นดิจิทัลอีโนโนมี


เขากล่าวว่า ปัจจุบันแบ่งโครงสร้างธุรกิจออกเป็น 5 กลุ่มหลักภายใต้ 4 บริษัท ได้แก่ 1.ช่องทางการจำหน่าย ดำเนินงานโดย บมจ.เอสวีโอเอ 2.โครงการไอที โดย บมจ.เอสวีโอเอ 3.ที่ปรึกษาและวางระบบคอมพิวเตอร์ โดย บริษัท ดาต้าวัน เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ 4.ไอที ซูเปอร์สโตร์ โดย บมจ.ไอที ซิตี้ (ถือหุ้นบางส่วน) และ 5. กลุ่มธุรกิจสินเชื่อ และผลิตภัณฑ์ทางการเงิน โดย บมจ. ลีซ อิท (ถือหุ้นบางส่วน)

นอกจากนี้ยังมีบมจ.เอสพีวีไอ ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์แอ๊ปเปิ้ล ในเครือ บมจ.ไอที ซิตี้ ช่วยเสริมธุรกิจค้าปลีก ตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย
"เป้าหมายที่วางไว้ ภายใน 1-2 ปีจากนี้ จะนำบริษัท ดาต้าวัน เอเชีย เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ให้ได้"

อย่างไรก็ดี นโยบายดิจิทัล อีโคโนมี ของรัฐบาลมีส่วนอย่างมากในการเพิ่มปัจจัยบวก แต่ทั้งนี้จะเกิดได้ภาครัฐควรเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อให้การติดต่อสื่อสารระหว่างประชาชนและรัฐ รวมถึงรัฐต่อรัฐให้สะดวกขึ้น ลดความซ้ำซ้อนและล่าช้าระบบราชการ

ขณะที่ บทบาทของเอสวีโอเอ เชื่อว่ามีความพร้อมสามารถเข้าไปร่วมสนับสนุนได้ทุกๆ โครงการซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบไอที ส่วนการเข้าไปมีส่วนร่วมจะทำร่วมกับคู่ค้า กับคู่แข่งอื่นๆ ไม่คิดว่าต้องแย่งชิงพื้นที่กันโดยตรง ต่างทำงานโดยเน้นจุดแข็งของตนเอง

ปั้นคนรุ่นใหม่รับช่วงต่อ
นายแจ็ค เผยด้วยว่า ระหว่างจุดเปลี่ยนของธุรกิจไอทีช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ พยายามอยู่อย่างระมัดระวัง และหันมาพัฒนาศักยภาพให้แข็งขัน มีการปรับโครงสร้างองค์กร การบริหารจัดการด้านการเงิน ผลประโยชน์ เตรียมพร้อมงานหลังบ้านที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานรอเวลาตลาดฟื้นกลับมา

เขากล่าวต่อว่า 2 ปีมานี้ ได้ปรับโครงสร้างและขนาดขององค์กรมาต่อเนื่อง ขณะนี้มีส่วนผสมบุคลากรทั้งคนเดิมและคนรุ่นใหม่ ล่าสุด แต่งตั้งนายฐิตกร อุษยาพร ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บมจ. บริษัท เอสวีโอเอ เชื่อว่าต่อไปจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกอีกมาก

"เราดึงคนรุ่นใหม่กว่า 10 คนเข้ามาเทรนนิ่ง เข้าร่วมประชุมระดับผู้บริหารเพื่อเรียนรู้ประสบการณ์จริง โดยเป้าหมายสำคัญต้องการจัดโครงสร้างองค์กรใหม่ ทำให้การบริหารจัดการธุรกิจและการทำกำไรดีมากขึ้นในทุกๆ มิติ"

นอกจากนั้น การสร้างความแตกต่างใช้กลยุทธ์บลูโอเชี่ย นำเสนอสินค้าเชิงนวัตกรรม หรือ สินค้าเชิงมูลค้า รองรับความต้องการยุคดิจิทัลอย่างอุปกรณ์ทันตกรรม แฟชั่นดีไซน์ ดิจิทัลไซเนจ และสถาปัตยกรรม

“2-3 ปีมานี้ยอดขายเราไม่เติบโต ทว่าความสามารถในการทำกำไรดีขึ้นต่อเนื่อง เป้าหมายปีนี้ยังคงยึดแนวทางเดียวกันนี้เช่นกัน" นายแจ็ค


เร่งเกียร์ต่างจังหวัด- ภาครัฐ
ขณะที่ นายฐิตกร อุษยาพร กรรมการผู้จัดการ บมจ.เอสวีโอเอ คนใหม่ กล่าวว่า ตลาดต่างจังหวัดเติบโตเร็วมาก ขณะที่ กทม.ขยายตัวเป็นตัวเลขหลักเดียว ต่างจังหวัดแนวโน้มได้ถึงระดับตัวเลข 2 หลัก โดยเฉพาะบริเวณชายแดนที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน

ดังนั้น ในแผนเตรียมขยายฐานการกระจายสินค้า รวมถึงการให้บริการ จากปัจจุบันมีศูนย์บริการ 12 สาขา ภายในปีนี้จะเพิ่มอีก 2-3 สาขาในต่างจังหวัด เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือและใต้

นอกจากนี้ ด้วยกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล และภาพรวมธุรกิจไอทีที่จะเติบโตสอดคล้องไปกับจีดีพีของประเทศ จากนี้น่าจะตั้งความหวังกับโครงการภาครัฐได้

พร้อมระบุว่า ในฐานะกรรมการผู้จัดการคนใหม่ หน้าที่หลักทำหน้าที่ดูแลด้านดิสทริบิวชั่น โครงการภาครัฐ ค้าปลีก รวมถึงบริการทางการเงิน ในภาพรวมจะเข้ามาสานต่อทิศทางธุรกิจที่เน้นการพัฒนาประสิทธิภาพ เพิ่มความคล่องตัวการบริหารจัดการ คลังสินค้า ความสามารถการทำกำไร ประเมินขณะนี้เฉพาะธุรกิจดิสทริบิวชั่นซึ่งสร้างสัดส่วนรายได้ให้กว่า 60% กำไรสุทธิมีโอกาสเติบโตได้กว่า 13%

นายกฤช กุลทรัพย์ไพศาล ผู้อำนวยการบริหาร บมจ.เอสวีโอเอ กล่าวเสริมว่า พร้อมเต็มที่สำหรับการร่วมขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล โดยจะอาศัยความเชี่ยวชาญของทีมงาน ประกอบกับการเป็นผู้นำในด้านการจำหน่ายสินค้าและบริการด้านไอทีครบวงจร ขณะนี้เริ่มทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐอย่างสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ด้านการวางระบบคลาวด์แล้ว