ราคาน้ำมันดิบสูงขึ้นต่อเนื่อง จากความเสี่ยงอิหร่าน เวเนซุเอลา

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ตลาดประเมินคำขู่ของประธานาธิบดีทรัมป์ต่ออิหร่าน และมาตรการของสหรัฐในการพยายามควบคุมการส่งออกและภาคพลังงานของเวเนซุเอลา
บลูมเบิร์ก รายงานราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดประเมินคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต่ออิหร่าน และจับตามาตรการของสหรัฐในการพยายามควบคุมการส่งออกและภาคพลังงานของเวเนซุเอลา
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ปรับตัวขึ้นทะลุ 58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากพุ่งขึ้น 3.2% ในวันก่อนหน้า ส่วนเบรนท์ปิดใกล้ 62 ดอลลาร์
ทรัมป์ขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านอย่าง “หนักหน่วง” หากรัฐบาลอิหร่านสังหารผู้ประท้วงในช่วงความไม่สงบประชาชนออกมาประท้วงทั่วประเทศ นอกจากนี้ การปรับสมดุลดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์ประจำปีคาดว่าจะทำให้มีเงินไหลกลับเข้าสู่น้ำมัน ตามมุมมองของกลุ่มการเงินซิตี้กรุ๊ป ซึ่งช่วยเสริมแรงฝั่งขาขึ้น
สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าขณะนี้กำลังมุ่งหน้าสู่การปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์ หลังจากการดีดตัวแรงในวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม แม้ว่าในภาพรวมปีนี้ยังคาดว่า จะมีอุปทานส่วนเกินกดดันราคาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่โกลด์แมน แซคส์ระบุว่าลูกค้าของตนมีมุมมองเชิงลบต่อน้ำมันมากที่สุดในรอบ 10 ปี
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังคงประเมินมาตรการของสหรัฐต่อเวเนซุเอลา โดยมีผู้บริหารบริษัทน้ำมันราว 20 คน รวมถึงจากเชฟรอน เอ็กซอนโมบิล และ “แฮโรลด์ แฮมม์” ผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมน้ำมันเชลหรือน้ำมันจากชั้นหินดินดาน กำหนดเข้าพบทรัมป์และเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ทำเนียบขาวในวันศุกร์ เพื่อหารือเรื่องการฟื้นฟูภาคพลังงานของเวเนซุเอลา
อัปเดตราคาเช้านี้ (9 ม.ค. 69)
WTI ส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ปรับขึ้น 1% สู่ระดับ 58.33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 7:30 น. ตามเวลาสิงคโปร์ซึ่งเร็วกว่าไทยหนึ่งชั่วโมง
เบรนท์ส่งมอบเดือนมีนาคมปิดเพิ่มขึ้น 3.4% ที่ 61.99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันพฤหัสบดี







