กลุ่มทรูสานต่อความร่วมมือไชน่าโมบายล์ หลังเข้าถือหุ้น 18% ส่งนวัตกรรมล่าสุดบริการเบอร์ไทย-จีน-ฮ่องกง มีเบอร์ท้องถิ่นไว้คุยนาทีละ 5 บาท
นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการ และประธานคณะผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างกลุ่มทรูและพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ไชน่าโมบายล์ หลังจากเข้ามาถือหุ้น 18% ตั้งแต่กลางปี 2557 ได้พัฒนานวัตกรรมอันเกิดจากความร่วมมือที่เห็นได้ชัดเจนและเป็นประโยชน์ต่อนักธุรกิจชาวไทยอย่างเป็นรูปธรรมคือบริการเบอร์ไทย-แดนมังกร ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเรื่องซิมเดียวหลายเบอร์ของไชน่าโมบายล์ ใช้งานได้ทั้งในจีน และฮ่องกง
ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างทั้งคู่เป็นไปตามความตั้งใจของกลุ่มทรูที่จะร่วมพัฒนาธุรกิจบริการเพื่อให้ประเทศไทยเป็นเกตเวย์ก้าวสู่เออีซีและภูมิภาคใกล้เคียง โดยวางแผนจะขยายการให้บริการไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเพิ่มเติม
"ทรูเชื่อว่า ในอีก 5 ปี จีดีพีของจีนจะเติบโตที่สุดในโลก รองลงมาเป็นสหรัฐอเมริกา และอินเดีย ดังนั้น ศักยภาพทางธุรกิจของไชน่าโมบายล์จะเกื้อหนุนสนับสนุนให้กลุ่มทรูสามารถแข่งขันในตลาดเหล่านั้นได้เต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้บริษัทยังกำหนดกรอบความร่วมมือทางธุรกิจ 6 ด้าน ได้แก่ 1.ผลิตภัณฑ์บริการเสริมและคอนเทนต์ 2.ธุรกิจระหว่างประเทศ 3.โครงข่าย 4.การจัดซื้อดีไวซ์ 5.การจัดซื้อทั่วไป และ 6.ทรัพยากรบุคคล"
สำหรับนวัตกรรมบริการเบอร์ไทย-แดนมังกรนี้ ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษโดยได้ผสมบริการโทรในประเทศและโรมมิ่งระหว่างประเทศไว้ด้วยกัน ซึ่งจะอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าทรูมูฟ เอช ใช้งานเบอร์เดิม ซิมเดิมระหว่างเดินทางไปติดต่อธุรกิจ หรือท่องเที่ยวที่ประเทศจีนและฮ่องกง โดยซิมเดียวนั้นติดต่อได้ด้วยเบอร์เดิม และเพิ่มเบอร์ท้องถิ่น เพื่อโทรหาเบอร์ท้องถิ่นของจีนและฮ่องกงได้ในอัตราค่าบริการเดียวกับที่โทรในประเทศจีน
นวัตกรรมใหม่นี้จะตอบโจทย์ความต้องการทั้งด้านความสะดวกสบายและความคุ้มค่า เหมาะกับนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวชาวไทยที่จะเดินทางไปยังประเทศจีน และฮ่องกง ลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่และเอสเอ็มอี โดยค่าบริการรายเดือน 99 บาท โทรออกไปเบอร์ไทย 9 บาทต่อนาที โทรออกไปเบอร์ท้องถิ่น 5 บาทต่อนาที ส่งเอสเอ็มเอส 3 บาทต่อครั้ง จากเดิมต้องผ่านโรมมิ่งต่ำสุดนาที 33 บาท ปีแรกตั้งเป้าจะมีผู้สมัครบริการ 45,000 ราย
นายเสิ่น เว่ย จง กรรมการ และรองประธาน ไชน่าโมบายล์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า การร่วมมือกับกลุ่มทรู จะช่วยให้เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจและเป็นเครื่องมือสร้างรายได้และการเติบโต ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ สะท้อนการริเริ่มก้าวสำคัญในธุรกิจระหว่างประเทศ อีกทั้งยังมองหาโอกาสที่จะพัฒนาธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริการเสริมด้านการสื่อสาร บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ และการพัฒนาเทคโนโลยีและเครือข่ายโทรคมนาคมร่วมกัน
นายกิตติณัฐ ทีคะวรรณ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์ ธุรกิจโมบายล์ และผู้อำนวยการบริหารธุรกิจรีเทล กลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ความพร้อมด้านเครือข่าย 4จีของทรูมูฟ เอช ที่ครอบคลุมมากที่สุด โดยปัจจุบันให้บริการครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วไทยและมีแผนเดินหน้าขยายต่อไปอย่างรวดเร็ว โดยจะครอบคลุมถึง 80% ของประชากรภายในเดือน เม.ย. 2558
ดังนั้น ส่งผลให้ความต้องการใช้งาน 4จีในประเทศไทยมีเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมา กลุ่มทรูมียอดขายดีไวซ์ทุกรุ่นขยายตัวกว่า 15-20% และวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนแบรนด์ทรูเอง 4 รุ่น แต่ปีนี้จะเพิ่มเป็น 10 รุ่น
พร้อมกันนี้ ทรูมูฟ เอช ยังได้ร่วมกับไชน่าโมบายล์พัฒนาเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือที่อัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นสุดล้ำ เปิดตัวทรู สมาร์ท 4จี 5.5 เอ็นเตอร์ไพรส์ สมาร์ทโฟน 4จีรองรับคลื่นความถี่ทั้งระบบเอฟดีดี และทีดีดีอย่างเต็มรูปแบบ ใช้งานได้ 5 โหมด 14 ช่วงความถี่ ซึ่งรองรับการใช้งาน 4จีทั้งในไทย จีน ฮ่องกง และกว่า 100 ประเทศทั่วโลก คาดว่าจะมียอดขายในปีนี้ราว 30,000-50,000 เครื่อง





