วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พิเชฐ'ชงปลดล็อคมหาวิทยาลัยวิจัย

รมว.วิทยาศาสตร์ฯชงไอเดียแก้ปัญหางบวิจัยไม่เพียงพอ ระบุสถาบันอุดมศึกษาต้องสร้างจุดเด่น/จุดขายเฉพาะองค์กร

รมว.วิทยาศาสตร์ฯชงไอเดียแก้ปัญหางบวิจัยไม่เพียงพอ ระบุสถาบันอุดมศึกษาต้องสร้างจุดเด่น/จุดขายเฉพาะองค์กร แนะปลดล็อคระเบียบบริหารบุคคล ทั้งเพิ่มช่องทางการให้ตำแหน่งวิชาการจากผลงานที่ไปช่วยเอกชนหรือชุมชน แม้งานวิจัยชิ้นนั้นจะไม่ได้รับการตีพิมพ์ระดับนานาชาติ และไฟเขียวบุคลากรทำงานกับภาคเอกชนได้

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปาฐกถาในงานฉลองครบรอบ 10 ปี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาว่า นโยบายของรัฐบาลปัจจุบันมีความชัดเจนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) มาใช้ปฏิรูปประเทศให้มากขึ้นโดยกำหนดเป็น 1 ใน 11 นโยบายหลัก ขณะที่นโยบายอื่นๆ ก็มีประเด็น วทน.เสริมอยู่ด้วยเสมอ ในส่วนมาตรการที่เกี่ยวข้องกับสถาบันอุดมศึกษาโดยตรงก็คือ ทำอย่างไรจึงจะดับยกระดับงานวิจัยและพัฒนาด้าน วทน.ให้เข้มแข็ง

“ปีที่แล้ว ภาครัฐจัดสรรงบวิจัย 2 หมื่นล้านบาทซึ่งเราบ่นว่าไม่พอ ถ้าปีนี้จะให้งบวิจัย 2.5-3 หมื่นล้านบาท พวกเราจะรับประกันได้ไหมว่า จะผลิตผลงานที่เป็นประโยชน์ได้ นี่เป็นความท้าทายที่ชาวมหาวิทยาลัยจะต้องตอบให้ได้ เพราะหากวัดผลไม่ได้ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร” รมว.วิทยาศาสตร์ฯ กล่าวและเสนอแนวคิดให้แต่ละมหาวิทยาลัยแบ่งงานกันทำ 60-70% เพื่อสร้างจุดเด่นความเฉพาะตัวของตัวเอง ส่วนที่เหลือจะทำเหมือนกันก็ไม่เป็นไร

“เราจะเอาคำตอบผลสำเร็จของการวิจัยจากที่ไหน เพราะทุกคนและหลายสถาบันต่างแข่งกันทำในเรื่องเดียวกัน มหาวิทยาลัยที่เข้มแข็งกว่าก็ได้เปรียบ มหาวิทยาลัยที่มาทีหลังก็เสียเปรียบ เราทำงานอย่างนี้มาหลายสิบปีแล้ว ถึงเวลาแล้วที่ต้องออกจากวงจรนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้”

นายพิเชฐ กล่าวอีกว่า เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว เอกชนส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ลงทุนทำวิจัยและพัฒนาประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เกือบเท่ากับที่รัฐลงทุน และภายใน 2-3 ปีจะขยับขึ้นเป็น 2.7 หมื่นล้านบาท ตอนนี้สัญญาณออกมาดีมาก ภาครัฐจึงต้องรีบสนับสนุนให้เอกชนทำการวิจัยโดยเร็ว

“ตอนนี้เราก็พอรู้แล้วว่าเอกชนสนใจงานวิจัย อยากมีนักวิจัยเข้าไปสู่ระบบการทำงานในภาคเอกชนมากขึ้น บางบริษัทอยากขอตัวอาจารย์ไปช่วยงานวิจัย และอาจารย์ก็ไม่สามารถออกไปได้ เพราะมีการแบ่งแยกว่า เราเป็นรัฐอีกฝ่ายคือเอกชน วันนี้รัฐบาลมีมาตรการปลดล็อคให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยอนุญาตให้บุคลากรสามารถไปทำงานแบบตรงไปตรงมากับภาคเอกชนได้ โดยเอกชนเมื่อได้รับประโยชน์แล้ว ให้จ่ายค่าตอบแทนมายังมหาวิทยาลัยและเมื่อมหาวิทยาลัยได้รับค่าตอบแทนแล้วก็แบ่งมาให้อาจารย์ ส่วนที่เหลือนำมาพัฒนาระบบ พัฒนาสาขา คณะต่อไปอีก”

สำหรับเอสเอ็มอีนั้นต้องการความช่วยเหลือจากมหาวิทยาลัยอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องข้อมูลและบริการด้านเทคโนโลยี งผู้ประกอบการขนาดเล็กไม่รู้ ไม่มีข้อมูล ไม่รู้กระทั่งว่าปัญหาของบริษัท ของผลิตภัณฑ์คืออะไร มหาวิทยาลัยมีทรัพยากรบุคคล สถานที่ ห้องปฏิบัติการและนักศึกษาที่สามารถช่วยเหลือได้มากมาย

รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ยังเสนอช่องทางการให้ความดีความชอบอาจารย์ในมหาวิทยาลัยว่า ควรจะสามารถนำผลงานที่ไปช่วยเอกชนหรือชุมชนมาขอตำแหน่งทางวิชาการทั้ง ผศ. รศ. หรือ ศ.ได้ แม้งานวิจัยชิ้นนั้นไม่ได้รับการตีพิมพ์ระดับชาติหรือนานาชาติก็ตาม

โครงการลักษณะนี้ทุกฝ่ายมีแต่ได้รับผลประโยชน์ อธิการบดีจำนวนมากสนใจและสนับสนุนโครงการนี้ แต่อธิการบดีส่วนใหญ่จะพูดว่าขอไปปรึกษาคณบดีคณะต่างๆ ก่อน ซึ่งก็เป็นเรื่องภายในของแต่ละสถาบัน แต่ช่วยมองภาพบนของประเทศให้ได้ด้วย ถ้าเราสามารถทำให้ภาคเอกชนลงทุนงานด้านการวิจัย 60-70% ของงบวิจัยภายในประเทศทั้งหมด ประเทศไทยเดินได้แน่นอน