94 ปีในธุรกิจเมล็ดพันธุ์ เจียไต๋ เติบโตจากผู้บุกเบิกตลาดในไทยตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในปท.และตปท.
94 ปีในธุรกิจเมล็ดพันธุ์ “เจียไต๋” เติบโตจากผู้บุกเบิกตลาดในไทย ขยับขึ้นแท่นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เบอร์ 1 ในภูมิภาคอาเซียนและติดอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียในตลาดเมล็ดพันธุ์เขตร้อน ด้วยยอดรายได้ 60 ล้านดอลลาร์ต่อปี
“ในช่วง 10 ปีมานี้ เจียไต๋เน้นการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ด้วยเงินลงทุนที่สูง ให้ความสำคัญในเรื่องของนวัตกรรม การพัฒนาพันธุ์ใหม่ๆ ที่สามารถแก้ปัญหาและขจัดอุปสรรคการปลูกให้เกษตรกร และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ดีที่สุด จึงทำให้เราสามารถขยายธุรกิจไปได้ในเขตร้อนทั่วโลก ทั้งเอเชีย ตะวันออกกลาง สหรัฐอเมริกา ยุโรปจนทำให้วันนี้การค้าต่างประเทศใหญ่กว่าในประเทศ มียอดส่งออก 70% และจำหน่ายในไทย 30%”มนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารด้านปฏิบัติการ บริษัท เจียไต๋ จำกัด กล่าว
ไขเคล็ดนวัตกรรมเกินร้อย
ปัจจุบันเมล็ดพันธุ์ของเจียไต๋ 100% เป็นสายพันธุ์ลูกผสมที่ผ่านการปรับปรุงพันธุ์ให้มีผลผลิตต่อไร่สูง ต้านทานโรคและแมลงรวมทั้งภูมิอากาศมีการนำเทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์มาใช้มากมาย ตั้งแต่การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ การใช้เครื่องหมายโมเลกุลคัดเลือกสายพันธุ์ที่มีลักษณะตามต้องการอย่างแม่นยำและรวดเร็ว รวมถึงเทคโนโลยีเชื้อพันธุ์ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเด่น โดยใช้งบลงทุนและเทคโนโลยีต่างๆ รวบรวมเชื้อพันธุ์ของแต่ละสายพันธุ์ที่มีคุณสมบัติเด่นจากทั่วโลก เตรียมพร้อมเพื่อสร้างเมล็ดพันธุ์ที่มีศักยภาพตอบความต้องการในตลาด
“สิ่งที่ทำให้ธุรกิจเมล็ดพันธุ์มีรายได้เพิ่มขึ้นคือ การสร้างเมล็ดพันธุ์ใหม่ออกมาตอบโจทย์เกษตรกร ลดภาระการใช้เคมี แรงงาน ลดปัญหาโรคและแมลง มีหน้าตา รสชาติ ขนาด ความสม่ำเสมอ ฉะนั้น ในแต่ละปีใช้งบ 12-13% จากยอดขายมาพัฒนาและปรับปรุงเมล็ดพันธุ์ให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ซื้อและสภาพภูมิอากาศที่ต่างกันของแต่ละประเทศ ทำให้เมล็ดพันธุ์ของเราเป็นที่นิยมของเกษตรกรในภูมิภาคเอเชีย” มนัส กล่าว
“มาถึงยุคนี้ เราขายเป็นแพคเกจเหมือนโปรโมชันค่าโทรมือถือ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ต้องใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มารวมกันแล้วใส่เข้าไปในเมล็ดพันธุ์”
นอกจากนี้ เจียไต๋มีแผนการที่จะพัฒนาสายพันธุ์พืชแบบลูกผสมให้มากขึ้น แต่จะลงลึกไปถึงดีเอ็นเอ คัดเลือกพันธุ์พืชโดยดูจุดเด่นจากดีเอ็นเอ ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการปลูก และได้สายพันธุ์ที่ตรงกับความต้องการ ได้ผลผลิตสูง ตอบสนองต่อการใช้เทคโนโลยีของเกษตรกรและเก็บรักษาไว้ได้นาน
เจียไต๋แฟร์ขยับชิดคนรุ่นใหม่
เจียไต๋กำลังจะเข้าสู่จุดเปลี่ยนที่น่าจับตาอีกครั้ง เมื่อซีอีโอเล็ง “ รีแบรนด์ดิ้ง” องค์กรที่มีอายุเกือบ100 ปีหลังจากทุ่มทุนจัดงาน เจียไต๋แฟร์ มาเป็นครั้งที่ 8 พบว่าทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในคนรุ่นใหม่อีกทั้งงานแฟร์ที่จัดขึ้นถือเป็นการคืนกำไรสู่ผู้บริโภคด้วย
“การจัดงานเจียไต๋แฟร์โชว์เทคโนโลยีให้เกษตรกรที่เป็นลูกค้า ได้เห็นสิ่งที่เราทำอยู่และสิ่งที่เราจะเป็นในอนาคต เสมือนนั่งไทม์แมชชีนไปสู่อนาคต สำหรับประชาชนทั่วไปได้มาเห็นการเพาะปลูก เห็นว่าอาหารของเขามาจากไหน ทำให้เด็กที่ไม่มีโอกาสในการเพราะปลูกได้เข้ามาชื่นชมและเห็นคุณค่าของอาหาร”
ส่วนงานในปีนี้จัดตั้งแต่วันที่ 9-18 มกราคมณ ชนม์เจริญฟาร์ม ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรีภายใต้แนวคิด “กินข้าวเป็นหลัก กินผักเป็นยา” ตามไลฟ์สไตล์ของผู้คนในยุคปัจจุบัน นำเสนอโซนผักที่กินเป็นยา ทั้งยังมีฟักทองยักษ์ 80 กิโลกรัมจากการพัฒนาสายพันธุ์ใหญ่ขึ้นจาก 4 ปีที่แล้ว 60 กิโลกรัม คาดว่าอนาคตจะเพิ่มเป็น 100-200 กิโลกรัม แตงโมสายพันธุ์ต่างๆ เทคนิคการปลูกพืชแบบอะควาโพนิคหรือการสร้างระบบน้ำไหลเวียนจากการเลี้ยงปลามาสู่การปลูกพืช การปลูกพืชกลับหัว
“เราอยู่ในวงการเมล็ดพันธุ์มานาน 94 ปี เหลืออีก 6 ปีจะอายุครบ 100 ปี น่าจะถึงเวลารีแบรนด์ดิ้งพร้อมกับการปรับปรุงและพัฒนาทั้งจุดอ่อนและจุดแข็งอีกมาก เราไม่เคยคิดว่าทำได้เก่งที่สุด เพราะเมื่อไรที่คิดเช่นนั้น เราก็จะถอยหลัง”
ความมุ่งมั่นของผู้บริหารไม่เพียงแต่จะต้องรักษาองค์กรให้เดินหน้าต่อไปในวันข้างหน้า แต่ยังจะพยายามสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้เติบโตในระยะยาว มุ่งเน้นเรื่องสุขภาพของผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย





