วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เรดเอ้ก เมนูไข่ของเจนวาย

'เรดเอ้ก'แบรนด์น้องใหม่ในกิจการอาหารและเครื่องดื่ม เกิดขึ้นด้วยความมุ่งมั่นและมุมคิดที่แตกต่างของเด็กหนุ่ม

'เรดเอ้ก' แบรนด์น้องใหม่ในกิจการอาหารและเครื่องดื่ม เกิดขึ้นด้วยความมุ่งมั่นและมุมคิดที่แตกต่างของเด็กหนุ่มวัย 21 ปีกับการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากวัตถุดิบพื้นๆ อย่าง "ไข่ไก่" พร้อมทั้งประยุกต์ใช้ทักษะความรู้ของปรมาจารย์ด้านการตลาดระดับโลก "ฟิลิป คอตเลอร์" ในการเดินหมากบนกระดานธุรกิจ

จากนิสิตสู่เถ้าแก่ขายไข่

“ก่อกฤษฎิ์ ด่านประดิษฐ์” หนุ่มน้อยวัย 21 ปี เจ้าของแบรนด์ Redegg ผู้ใฝ่ฝันอยากที่จะเป็นเจ้าของกิจการมากกว่าลูกจ้างในกิจการ เพราะมองเห็นโอกาสที่เปิดกว้างในการเริ่มต้นธุรกิจทั้งๆ ที่ยังเรียนไม่จบ โดยตัดสินใจลาออกจากสถานภาพนิสิตคณะวิศวกรรมการบินและอวกาศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อทุ่มเทให้กับเส้นทางธุรกิจอย่างจริงจัง

แม้ว่าครอบครัวจะไม่เห็นด้วยแต่ก็ต้องยอมให้กับความมุ่งมั่นของเขา ใครจะคิดว่าเมื่อถึงวันที่คนรุ่นใหม่ลุกมามีธุรกิจของตัวเอง จะเลือกวัตถุดิบพื้นๆ อย่างไข่ไก่ มาแจ้งเกิดธุรกิจ เนื่องจากไข่ไก่เป็นวัตถุดิบราคาถูกที่สามารถนำมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มได้หลากหลาย แต่ต้องหาจุดเด่นของไข่ออกมานำเสนอแก่กลุ่มเป้าหมาย

Redegg จะเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค โดยเริ่มจากการสร้างสรรค์เมนูอาหารและเครื่องดื่ม เช่น ข้าวไข่ข้น คัพเอ้ก ซุปไข่ออนเซ็น เครื่องดื่มเอ้กน็อก (eggnog) ซึ่งเป็นเครื่องดื่มรูปแบบใหม่ มีส่วนผสมของไข่ นมสด ครีมและเครื่องเทศ ในอนาคตจะทำเป็นพาสเจอไรส์และมีหลายรสชาติ อาทิ ชาเขียว ฟักทอง ช็อกโกแลต สตรอว์เบอร์รี่

เขาใช้เงินลงทุนเบื้องต้น 2 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถคืนทุนภายใน 2 -3 ปี แต่ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจด้วย เน้นเดินสายตามงานแฟร์ พร้อมกับการขายไข่ไก่เปลือกสีขาวให้กับโรงแรม และอนาคตขยายไปในห้างสรรพสินค้า หลังจากมีคอนแทรคฟาร์มมิ่งกับผู้ผลิตไข่ไก่เปลือกสีขาว ซึ่งปัจจุบันมีกำลังผลิตต่อสัปดาห์ 3 หมื่นฟอง

"ความโดดเด่นของไข่ไก่เราคือเปลือกสีขาว ซึ่งเป็นไก่สายพันธุ์ที่เลี้ยงในยุโรป อเมริกาและญี่ปุ่น ส่วนอาหารที่เลี้ยงไก่จะใช้กากของยีสต์หมักเป็นส่วนผสมแตกต่างจากการเลี้ยงไก่ทั่วไป ทำให้คาวน้อย เนื้อไข่ขาวแน่น" ก่อกฤษฎิ์ กล่าว

บุกเบิกตลาดหวังยึดพื้นที่

แต่ความที่เป็นสินค้าใหม่-แบรนด์ใหม่ สิ่งสำคัญในการทำตลาดคือ การแสวงหาพื้นที่เพื่อ “แสดงตน” ให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภค จึงใช้วิธีการเปิดบูธตามงานแฟร์ ห้างสรรพสินค้า ปรากฏว่าได้รับการตอบรับดี จึงมีแผนการที่ขึ้นห้างในไตรมาสแรกนี้ พร้อมกับลงทุนขยายสาขาเพิ่ม

ขณะเดียวกันก็ไม่พลาดที่จะเลือกช่องทางการตลาดที่คุ้นเคยและถนัดอย่าง “โซเชียลมีเดีย” มาใช้สื่อสารการตลาด ตั้งแต่ กลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา จนถึงคนรุ่นใหม่วัยทำงาน

"ต้องคอยดูว่าช่องทางไหนมันเป็นกระแสอยู่ ยกตัวอย่าง แอพ Ask.fm กำลังนิยม ผมคิดว่าทำอย่างไรให้มีคำถามเข้ามามากๆ ต้องตอบอะไรให้ดูพิเศษ สร้างคาแรกเตอร์ขึ้นมาเป็น "ขงเบ้ง" ไอเดียจากตำราของ "ฟิลิป คอตเลอร์" บิดาแห่งการตลาดยุคใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโมเดลการตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ในโซเชียลมีเดีย หลังจากมีกลุ่มแฟนคลับใน Ask.fm ระดับหนึ่ง เมื่อแอพเริ่มได้รับความนิยมลดลงก็ขยายฐานแฟนคลับมายังเฟซบุ๊ค และกำลังจะมีไอจี เมื่อคนเริ่มรู้จักมากขึ้นทุกอย่างต้องรอจังหวะเวลาที่เหมาะสม"

จากประสบการณ์ 9 เดือนในการสร้างการรับรู้แบรนด์ เมนูสินค้า ทดลองตลาด เถ้าแก่หน้าใหม่ เชื่อว่า ธุรกิจนี้ยังมีช่องว่างในตลาดและมีโอกาสเป็นผู้นำตลาดไม่ยาก เพราะไข่สามารถทำเมนูได้มากมาย และที่สำคัญคือ ประชากรในทุกๆประเทศก็บริโภคไข่ ฉะนั้น โอกาสที่จะขยายธุรกิจไปต่างประเทศไม่ยาก ขณะที่แบรนด์อาหารจากไข่ที่มีจุดขายโดดเด่นยังไม่มีในตลาด จึงเชื่อว่าแค่เมนูเครื่องดื่มเอ้กน็อกตัวเดียวจะสามารถสร้างตลาดใหม่เกิดขึ้นได้ ทั้งยังเป็นสินค้าที่จะทำให้แบรนด์ขยับเป็นผู้นำในตลาดเมนูไข่ในฐานะบุกเบิก

เมื่อทันทีที่ธุรกิจเติบโตตามเป้าหมาย หนุ่มน้อย บอกว่า เขาจะกลับไปเรียนต่อ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเพราะสมัยนี้มีทางเลือกในการเรียนรู้มากมาย