วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วิจัยจุฬาฯ'สู่ความเป็นเลิศ

เป้ามหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำของโลกกลายเป็นโจทย์ให้กับ "ฝ่ายกิจการการวิจัย"จุฬาฯ โชว์ผลงานสู่สาธารณะ

มหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำของโลกหรือ World Class National University ที่มีผลการวิจัยโดดเด่น มีมาตรฐานทัดเทียมระดับสากล เป็น 1 ในเป้าหมายที่ระบุไว้ในแผนการระยะ 15 ปี (2555-2570) ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลายเป็นโจทย์ให้กับ "ฝ่ายกิจการการวิจัย" ต้องเร่งเครื่องเพื่อยกระดับความสามารถในการสร้างผลงานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมทั้งผลักดันเผยแพร่สู่สาธารณชนมากขึ้น

"ในอดีตเราอาจจะสนใจเรื่องของเบสิครีเสิร์ชเพื่อสร้างองค์ความรู้ แต่จากนี้ไปต้องดูว่าทำอย่างไรงานวิจัยจะเกิดผลผลิตต่อเนื่อง นำไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ มีการเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมและเป็นนวัตกรรมที่ใช้ประโยชน์ได้จริง สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ภาคเอกชน” ศ.น.สพ.มงคล เตชะกำพุ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย กล่าว

แหล่งผลิตพลเมืองโลก

"จุดเด่นงานวิจัยจุฬาฯ ค่อนข้างหลากหลายตามสาขาวิชาที่เปิดสอน เราไม่ได้เป็นมหาวิทยาลัยเฉพาะทาง แต่หน้าที่หลักของเราคือ การผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพระดับหัวกะทิที่ออกไปเป็นผู้นำในสังคม ดังนั้น การบูรณการการเรียนการสอนและงานวิจัยให้เป็นเนื้อเดียวกันถือเป็นเป้าหมาย เพื่อให้นิสิตมีองค์ความรู้ใหม่ที่แข็งแกร่งและนำไปต่อยอดได้ในอนาคต" รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย จุฬาฯกล่าว

อาจารย์ต้องสร้างบัณฑิตจุฬาฯ ให้เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพและเป็นบุคคลสาธารณะของโลก (global citizen) จึงจำเป็นที่นิสิตจะต้องได้รับองค์ความรู้ใหม่ๆ และแนวความคิดที่เป็นนานาชาติ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าองค์ความรู้ดังกล่าวต้องมาจากการค้นคว้าและวิจัย เพื่อให้ทันกับบริบทและความก้าวหน้าของโลก

ศ.น.สพ.มงคลในฐานะที่ดูแลด้านงานวิจัยจึงวางแนวทางผลักดันการทำวิจัย ปี 2558 ไว้ดังนี้ การหาพันธมิตรมาร่วมวิจัยที่ตอบโจทย์ของประเทศ โดยมหาวิทยาลัยภูมิภาคคือเป้าหมาย เพราะแม้ว่าจุฬาฯจะมีองค์ความรู้หลากหลาย แต่ไม่ได้เก่งทุกเรื่อง สอดคล้องกับกลยุทธ์ของมหาวิทยาลัยที่ต้องการสร้างพันธมิตร เพื่อเชื่อมโยงความรู้ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศมากที่สุด ทั้งยังให้ความสำคัญกับพาร์ทเนอร์ต่างประเทศ ทั้งมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานต่างประเทศที่มีความสัมพันธ์อยู่กับคณะต่างๆ ส่งผลให้ชื่อของจุฬาฯ เป็นที่รู้จักระดับสาลกมากขึ้น

เป้าหมายของการทำวิจัย จึงไม่ได้เน้นว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์พื้นฐานหรือวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ขึ้นอยู่กับความถนัดของนักวิจัย แต่ต้องถ่ายทอดได้ ส่วนปริมาณผลงานเชื่อว่า มีปริมาณเพิ่มขึ้นในแต่ละคณะที่มีความพร้อม แต่ไม่ได้กำหนดเป็นจำนวนที่ชัดเจน

นโยบายวิจัยเชิงรุกดัน KPI

ศ.น.สพ.มงคล กล่าวว่า จุฬาฯมีนโยบายส่งเสริมงานวิจัยในเชิงรุกเพื่อที่จะเผยแพร่ผลงานวิจัยไปสู่ผู้ใช้ให้มากขึ้น โดยจะสร้างความเข้าใจกับคณาจารย์ให้เห็นว่างานวิจัยสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้ดีกว่าการทำงานวิจัยเก็บไว้บนหิ้ง โดยกำหนดนโยบายเชิงรุก 4 ประเด็นหลักคือ 1. การหาแหล่งทุนภายนอกเข้ามาเชื่อมโยงกับเงินสนับสนุนของรัฐและมหาวิทยาลัย จึงต้องเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมมากขึ้นเพราะงบประมาณจำกัด

2. การเพิ่มจำนวนผลงานตีพิมพ์ เนื่องจากมีผลต่อตัวชี้วัดความสำเร็จหรือ KPI ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัย ฉะนั้น จึงใช้แนวทางกระตุ้นด้วย "รีเสิร์ช โมบายคลินิก" เพื่อคัดกรองผลงานส่งตีพิมพ์ให้รวดเร็วขึ้น พร้อมกันนี้ยังมีงบสนับสนุนการเดินทางไปเผยแพร่ผลงานวิจัยในต่างประเทศ 50%

"แนวทางการผลักดันให้เกิดผลงานตีพิมพ์ จะเป็นในลักษณะการสร้างแรงจูงใจด้วยผลตอบแทนมากกว่าใช้กฎเกณฑ์บังคับ จากประสบการณ์ได้ผลตอบรับดี ซึ่งตรงนี้ถือเป็นวัฒนธรรมของคนจุฬาฯ"

3. การปรับกฎเกณฑ์ ระบบใหม่ให้เอื้อต่อการทำงานวิจัยเชิงรุก อาทิ การเบิกจ่ายงบสนับสนุน นำระบบการทำงานเพื่อย่นเวลา ขั้นตอนและลดต้นทุน ให้เป็นองค์กรที่มีคุณภาพ ส่งผลให้บุคลากรทำงานอย่างมีความสุข ส่งผลให้อัตราการเทิร์นโอเวอร์น้อย และ 4. การเผยแพร่ผลงานวิจัยผ่านสื่อเพื่อให้เกิดการรับรู้ในวงกว้าง

"ทุกเส้นทางนี้เพื่อให้จุฬาฯเป็นเสาหลักทางความรู้แก่แผ่นดินด้วยการเป็นศูนย์กลางความรู้ในด้านต่างๆ" รองอธิการบดีจุฬาฯ กล่าว