ประสบการณ์ความรู้ที่บ่มเพาะกว่า18ปีของ "นพ.นรัตถพล เจริญพันธุ์"ต่อยอดให้เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเสริมแคลเซียม
ประสบการณ์ความรู้ที่บ่มเพาะกว่า 18 ปีของ"นพ.นรัตถพล เจริญพันธุ์" นอกจากจะต่อยอดให้เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเสริมแคลเซียมสำหรับมารดาที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร ยังทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานที่มีความทันสมัย นำไปสู่การพัฒนาวิธีการรักษาและป้องกันโรคกระดูกพรุนออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรม
ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยมหิดลท่านนี้ ยังเป็นเจ้าของรางวัล“เมธีวิจัยอาวุโส" ปี 2557 สำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย (สกว.) นอกเหนือจากงานสอนและงานวิจัยแล้วยังให้ความสำคัญด้านการพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ และ talent mobility ของบุคลากรทุกระดับตั้งแต่เยาวชนถึงอาจารย์และนักวิจัยรุ่นใหม่ ให้มีทักษะในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์เชิงวิทยาศาสตร์
วิจัยเชิงรุกสร้างนวัตกรรม
ศ.นพ.นรัตถพล กล่าวว่า ผู้หญิงที่อยู่ระหว่างการให้นมบุตรจำเป็นต้องใช้แคลเซียมปริมาณมากเพื่อนำไปสร้างน้ำนม หากรับประทานแคลเซียมไม่เพียงพอ ร่างกายจะสลายแคลเซียมจากกระดูกมาสร้างน้ำนม ทำให้เสี่ยงเกิดโรคกระดูกพรุนหรือกระดูกหักได้
ส่วนเหตุผลที่สามารถพัฒนาผลิตแคลเซียมสำหรับผู้หญิงที่อยู่ระหว่างให้นมบุตรก่อน เนื่องจากองค์ความรู้พื้นฐานเรื่องแคลเซียมที่สะสมมานานกว่า10 ปี ตั้งแต่ในระดับเซลล์ สัตว์และมนุษย์ ทำให้สามารถต่อยอดและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ ที่มีองค์ประกอบสอดคล้องกับการทำงานของเซลล์ในสำไส้และโปรตีนที่ทำหน้าที่ขนส่งแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายได้เร็ว
ยกตัวอย่างงานวิจัยที่ดำเนินการทั้งในระดับวิทยาศาสตร์พื้นฐานและวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ได้แก่ การวิจัยเพื่อค้นหาวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมแคลเซียมจากอาหารสู่ร่างกายผ่านเยื่อบุลำไส้ให้ดูดซึมแคลเซียมได้สูงกว่า 30% ของปริมาณอาหารที่รับประทาน จากปกติดูดซึมได้ 15-20% ซึ่งงานวิจัยส่วนนี้ทำควบคู่ไปกับการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์แคลเซียม โดยมีการเติมสารอาหารที่ช่วยในการดูดซึม เช่น น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ส่วนสารประกอบแคลเซียมที่ใช้ บางส่วนแปรรูปมาจากวัสดุเหลือใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและห้องปฏิบัติการ
"ขณะนี้อยู่ระหว่างการการเจราจากับบริษัทเอกชนของไทย ที่นำงานวิจัยไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกสำหรับคุณแม่ที่ไม่ชอบดื่มนมวัว หรือกลัวว่าลูกจะแพ้นมวัว"
จากแล็บสู่ห้างเพิ่มรายได้
โมเดลการทำงานของ ศ.นพ.นรัตถพล เน้นการวิจัยแบบครบวงจร คือสามารถทำงานวิจัยพื้นฐาน วิจัยประยุกต์ เพื่อนำมาต่อยอดเป็น "นวัตกรรม" แทนที่จะแยกส่วนเหมือนปัจจุบัน เพราะการสร้างนวัตกรรม "ไม่ใช่" เรื่องยาก แต่สิ่งสำคัญคือต้องมีองค์ความรู้พื้นฐานมากพอที่จะต่อยอด เหมือนการคิดเครื่องดื่มแคลเซียม ต้องมีความรู้พื้นฐานเรื่องของกลไกการดูดซึมแคลเซียมในร่างกายของคนแต่ละเพศ วัย จากนั้นต้องพัฒนาสูตรให้เหมาะสมว่าต้องใส่ส่วนผสมอะไรในสัดส่วนเท่าไร ตรงนี้ต้องอาศัยการทดลอง
"การสร้างนวัตกรรมไม่ใช่เรื่องยาก แต่ปัญหาคือการมีองค์ความรู้ในเรื่องนั้นๆ มากพอที่นำไปต่อยอดได้หรือไม่ เพราะการเป็นนักวิจัยแบบครบเครื่อง ต้องทำได้ทั้งวิจัยพื้นฐาน วิจัยประยุกต์ไปจนถึงพัฒนานวัตกรรม ซึ่งต้องอาศัยความตั้งใจ มีความมุ่งมั่น มานะพยายามค่อนข้างมากในการทำงานแบบคู่ขนานไม่ใช่ทำแบบแยกส่วน"
ไม่น่าเชื่อว่า จากแรงบันดาลใจที่ต้องการ "นวัตกรรมทางการแพทย์" ทำให้ ศ.นพ.นรัตถพล ขยับเป็นนักวิจัยคุณภาพคับแก้ว สังเกตได้จากผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำระดับนานาชาติกว่า 17 เรื่อง ในจำนวนนี้มี 4 เรื่องตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Physiology ซึ่งเป็นวารสารที่ได้รับการยอมรับสูง
คุณหมอ ระบุว่า วิทยาศาสตร์พื้นฐานถือเป็นหัวใจของการสร้างนวัตกรรม เหมือนกับผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเสริมแคลเซียม ซึ่งต้องอาศัยองค์ความรู้พื้นฐานของโครงสร้างการทำงานในร่างกายจากประสบการณ์การทำวิจัยมา 18 ปี สะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการสร้างองค์ความรู้ใหม่ขึ้นมา
"แนวทางการทำงานของผมเน้นวิจัยคุณภาพที่มีการเผยแพร่ข้อมูลวิจัยไปทั่วโลก เพื่อให้เกิดการต่อยอดในอนาคตและสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ ทำให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดแก่การทำวิจัยนั้นๆ" เมธีวิจัยอาวุโส สกว.กล่าว





