วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ยั่งยืน'สไตล์สวนคนเมือง

ธุรกิจสวนแนวตั้งของเอสซีจีชูความยั่งยืนเป็นจุดขายหลัก อาศัยแบ็คอัพเกรดเออย่างไบโอเทคที่มีพร้อมด้านเทคโนโลยี

ธุรกิจสวนแนวตั้งของเอสซีจีชูความยั่งยืนเป็นจุดขายหลัก อาศัยแบ็คอัพเกรดเออย่างไบโอเทคที่มีพร้อมทั้งองค์ความรู้และเทคโนโลยีในการพัฒนาและคัดสรรพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เสริมด้วยนวัตกรรมวัสดุ ระบบการให้น้ำและการดูแล ตอบโจทย์ให้กับคนไทยหัวใจกรีน

พิศิษฐ เกษี วิศวกรใหญ่ วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี บริษัท เอสซีจี ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด กล่าวว่า จากปัญหาที่พบในการปลูกพืชสวนแนวตั้งทั้งในอาคารและนอกอาคาร คือ ต้นไม้เฉาตายหรือเจริญเติบโตไม่ดี มีพันธุ์ไม้ให้เลือกน้อยและไม่มีความแปลกใหม่ เอสซีจีจึงมองหาผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุ์พืชเพื่อแก้ปัญหาให้กับสวนแนวตั้ง โดยเลือกเข้าไปปรึกษากับศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ (ไบโอเทค) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์คุณสมบัติของพืช

เทคโนโลยีคัดเลือกพันธุ์ไม้

โจทย์หลักที่เอสซีจีให้ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ (ไบโอเทค) เข้ามาช่วยจัดการ ความสวยงาม ให้อยู่นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยดูแลรักษาไม่ยาก ด้วยการพัฒนาระบบการปลูกที่สามารถให้น้ำ ปุ๋ยให้เหมาะสมกับความต้องการของพืชแต่ละชนิดได้สม่ำเสมอ นั่นหมายความไบโอเทคต้องศึกษาและถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับวิศวกรของเอสซีจีในการพัฒนานวัตกรรมออกมาให้สนองตอบความต้องการของพืชในการทำสวนแนวตั้งได้

นอกจากนี้ยังรวมถึงการพัฒนาพันธุ์พืชที่เหมาะสมในการทำสวนแนวตั้ง ที่แปลกและแตกต่างจากคู่แข่งออกมาเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค จากปัจจุบันที่มีการแยกประเภทของพืชกว่า 50 ชนิดเข้ามาใช้กับสวนแนวตั้งด้วยการผสมผสานความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับศิลปะ เพื่อให้ได้สวนแนวตั้งที่มีความแปลกและแตกต่างจากคู่แข่ง ทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกคุ้มค่าในการลงทุน

ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ (ไบโอเทค)มีเครื่องวัดการสังเคราะห์แสงและการคายน้ำของพืช ใช้สำหรับการคัดเลือกชนิดของพืชและวางอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ทำให้สามารถดูแลให้พืชมีอายุยืนยาวมากที่สุด ทั้งยังเป็นตัวช่วยในการบอกสภาพของพืช ก่อนที่ใบจะเหลืองหรือเหี่ยวเฉา ซึ่งนำมาสู่การบำรุงรักษายืดอายุพืชได้นานขึ้น

ปัจจุบันลูกค้าที่นิยมสวนแนวตั้งไม่จำกัดเฉพาะห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน หน่วยงานราชการ แต่ยังขยายไปยังตลาดที่อยู่อาศัยทั่วไป หรือแม้กระทั่งคอนโดที่มีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ ดังนั้น การพัฒนานวัตกรรมที่สามารถทำให้วัสดุอุปกรณ์ตอบโจทย์ลูกค้าได้ จะยิ่งสร้างความเชื่อมั่นให้มีการบริการมากขึ้น

ตอบโจทย์ความยั่งยืน&คุ้มค่า

นอกเหนือจากการพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ช่วยแก้ปัญหาแล้ว ทางเอสซีจีได้พัฒนาวัสดุในการทำสวนแนวตั้งรุ่นใหม่ โดยเปลี่ยนจากรางเหล็กเป็นพลาสติกและออกแบบให้ประหยัดน้ำมากขึ้น รวมทั้งราคาถูกลง 20% จาก ตารางเมตรละ 10,000 บาท เหลือ 7,000 บาท ตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความต้องการแต่ยังติดที่ราคาสูง โดยเฉพาะโครงการหมู่บ้าน-คอนโด รวมทั้งหน่วยงานราชการ ที่มีงบประมาณจำกัด

ลูกค้าของเอสซีจี ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ที่ติดตั้งสวนแนวตั้ง อาทิ บริษัทโตโยต้า บัสส์สาขาราชพฤกษ์ สาขาเพชรเกษม หมู่บ้านลดาวัลย์ถนนราชพฤกษ์ ทั้งยังได้รับการติดต่อจากลูกค้าในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า กัมพูชา ให้ช่วยติดตั้งสวนแนวตั้ง

ในอนาคตขยายการให้บริการไปยังพื้นที่ต่างๆ อาทิ สวนในที่จอดรถ สวนภายในอาคาร สวนลอยน้ำ โดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกจากการวิจัยและพัฒนาของศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ (ไบโอเทค)มาต่อยอดให้เป็นนวัตกรรมออกมาตอบโจทย์ลูกค้าที่หลากหลายขึ้น

ปัจจุบันคนเมืองโหยหาความเป็นธรรมชาติมากขึ้น สำหรับผู้ที่มีพื้นที่ไม่มาก หรืออยากเติมสีเขียวให้กับบ้านโดยไม่เสียพื้นที่ การจัดสวนแนวตั้งจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจทางเลือกหนึ่ง นั่นคือเหตุผลที่ เอสซีจีเข้ามาเกี่ยวข้องกับการออกแบบพื้นที่สีเขียวมากขึ้น

ด้วยการนำเสนอนวัตกรรมการทำสวนแนวตั้งภายใต้การดูแลของ เอสซีจี แลนด์สเคป ที่ได้คิดสวนแนวตั้งสำเร็จรูปที่พร้อมใช้งานและง่ายสำหรับทุกคน ซึ่งเรียกว่า โมดูลาร์กรีน เป็นลักษณะผ้าใยปาล์มอัด คุณสมบัติวัสดุที่รองรับน้ำได้ ต้นไม้จึงเจริญเติบโตได้ดี เป็นระบบครบวงจรที่เริ่มตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ ออกแบบโครงสร้าง รวมถึงการติดตั้งและการดูแลระบบ เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลรักษาเหมือนในอดีต