"ไอดีซี" ประเมินยอดใช้จ่ายไอทีปีหน้าในไทย "ฟื้น" คาดมูลค่าแตะกว่า 4.4 แสนล้าน
หากเกิด "ดิจิทัล อีโคโนมี" ได้จะช่วยดันยอดโตเพิ่ม ชี้ "สมาร์ทโฟน" ยังเป็นตัวหลักดันตลาดโตทั้ง "โมบายดาต้า-โฆษณา" เผยเทรนด์เทคโนโลยีปีหน้า เข้าสู่แพลตฟอร์มยุคที่ 3 รับ "คลาวด์ฯ-เวอร์ชวล" มาแรง เบียดลงทุนไอทีแบบเก่า ฟาก "ผู้ค้าไอที" รับปีนี้ตลาดยังฝืด หวังปีหน้าเป็นบวก เร่งปรับตัวหาพันธมิตรร่วมกระตุ้นตลาด
นายตวง ชีวธาดาวิรุทน์ นักวิเคราะห์อาวุโสสายงานบริการที่ปรึกษาไอดีซี ประเทศไทย กล่าวว่า อัตราการเติบโตการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ IT Spending ของไทยยังไม่รวมภาคโทรคมนาคมปี 2558 คาดว่าจะกลับมาเติบโต 10.6% คิดเป็นมูลค่า 13,400 ล้านดอลลาร์ (ราว 442,200 ล้านบาท) จากปี 2556 เติบโตที่ 5% มูลค่า 12,100 ล้านดอลลาร์
ทั้งนี้เป็นผลโดยตรงจากการเมืองช่วงที่ผ่านมา เป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าทางไอที ทำให้การลงทุนชะงักอิงกับการเติบโตทางเศรษฐกิจมวลรวมของประเทศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดว่าปีนี้จะโตที่ 1.5% แต่จะปรับตัวดีขึ้นหรือโตได้ 4.5% ในปี 2558
สมาร์ทโฟนตัวหลักดันตลาด
อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายไอทีที่กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ยังได้รับแรงสนับสนุนจากการใช้สมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งไอดีซีคาดว่าปี 2558 จำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนจะโตถึง 50% ของประชากรทั้งประเทศ จากปีนี้เฉลี่ยผู้ใช้สมาร์ทโฟนอยู่ราว 37.7% ของประชากรทั้งประเทศ
ทั้งยังมีปัจจัยการใช้จ่ายด้านไอที เซอร์วิส และการลงทุนด้านแพ็คเกจ ซอฟต์แวร์ เช่น คลาวด์ และสตอเรจซึ่งเป็นพื้นฐานไปสู่การทำงานแบบคลาวด์ขององค์กรต่างๆ
ด้านการใช้จ่ายด้านโทรคมนาคมฝั่งผู้ใช้บริการแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง หรือโตขึ้น 14.5% ในปี 2558 เป็นผลจากความมั่นใจลงทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งภาครัฐและเอกชน ความจำเป็นใช้ระบบสื่อสารข้ามประเทศ ความนิยมใช้โมบาย ดาต้า ซึ่งคาดว่าจะโตถึง 29.6% ไม่ว่าจะมีการลงทุนเทคโนโลยีใหม่สำหรับโมบาย ดาต้า เช่น 4จี หรือไม่ก็ตาม
ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผลต่อเนื่องไปยังภาคธุรกิจ คาดว่าราว 50% ของบริษัทท็อป 100 ในไทยจะใช้กลยุทธ์ "โมบาย เฟิร์ท" หรือการทำตลาดเข้าถึงผู้บริโภคผ่านโมบายเป็นอันดับแรกอย่างแพร่หลายมากขึ้น
ขณะเดียวกัน จะเกิดเทรนด์ใช้สื่อแบบ "OMNI-Channel" ผสมผสานการตลาดแบบสื่อออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกัน กระตุ้นตลาดโฆษณาโดยรวมขยับขึ้น โดยเฉพาะโฆษณาดิจิทัลปีนี้คาดว่าจะโต 38% และมีแนวโน้มโตขึ้นปีหน้ามีผลต่อพฤติกรรมการใช้สื่อต่างๆ ขององค์กร เช่น มีเดีย เอเจนซี่ จะหันมาใช้เครื่องมือซับซ้อนขึ้นและทำตลาดที่ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
ส่วนอุปกรณ์ไอทีพื้นฐานเดิม เช่น พีซีรวมทั้งแบบตั้งโต๊ะและพกพาปีหน้าจะปรับตัวดีขึ้นหลังติดลบต่อเนื่อง 2 ปี หรือโตขึ้นได้ 7% จากสภาพเศรษฐกิจดีขึ้น และการลงทุนด้านการศึกษาของภาครัฐ ขณะที่แนวโน้มแทบเล็ตคาดว่าจะติดลบ 23% ที่ผ่านมาโตมหาศาลจากโครงการแทบเล็ตนักเรียน หากปีหน้ายังมีโครงการซื้อแทบเล็ต 9 แสนเครื่องอีก ตลาดแทบเล็ตรวมอาจโตได้ 4% ด้านตลาดรวมสมาร์ทโฟนคาดปีหน้าจะโต 17% หรือ 19.2 ล้านเครื่อง และยังเป็นอุปกรณ์ที่ผู้บริโภคซื้อมากที่สุดนำหน้าแทบเล็ต และพีซี
โตได้ไม่เกี่ยวดิจิทัล อีโคโนมี
นายจาริตร์ สิทธุ นักวิเคราะห์อาวุโสตลาดไคลเอนต์ดีไวซ์ ไอดีซี ประเทศไทย เผยว่า การฟื้นตัวดังกล่าวเป็นความเชื่อมั่นของภาคเอกชน และผู้บริโภคหลังจากช่วงที่ผ่านมาชะลอตัวจากปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมือง และขาดการลงทุนมาช่วยกระตุ้นจากภาครัฐ รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนของประชาชนที่เริ่มเบาลงเมื่อเทียบกับปี 2557 ยังไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากการผลักดันนโยบายด้านดิจิทัล อีโคโนมีของรัฐบาล หากรัฐสามารถผลักดันให้เกิดการใช้งานได้จริงมีแผนงานที่ชัดเจนจะช่วยกระตุ้นการเติบโตให้การใช้จ่ายไอทีมากกว่านี้
"ปีหน้าครึ่งหนึ่งของคนไทยจะมีสมาร์ทโฟนใช้งาน หรือประมาณ 30 ล้านคน หรือ 30 ล้านเครื่อง จำนวนนี้คาดว่า 4 ล้านเครื่องจะถูกนำมาใช้งานในองค์กรด้วย ทำให้ระบบซิเคียวริตี้แบบเดิมขององค์กรต้องเปลี่ยน แต่ข้อมูลที่เราพบ คือ องค์กรเกินครึ่งยังมะงุมมะงาหราอยู่ว่าจัดการอย่างไร หรือยังไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร" นายจาริตร์กล่าว
"ไอโอที-บิ๊ก ดาต้า"ยังเริ่มต้น
ส่วนแนวโน้มเทคโนโลยี เช่น อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ จะเริ่มเข้าสู่ขึ้นเริ่มเรียนรู้ และหาเคสต้นแบบ รวมถึงเวนเดอร์ที่จะสามารถให้บริการระบบได้เต็มรูปแบบ เช่นเดียวกับ "บิ้ก ดาต้า" ที่องค์กรต่างๆ จะเริ่มทบทวนความเป็นไปได้ในการใช้งานจากที่ผ่านมายังเข้าใจผิดว่าเป็นการเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ แต่ยังไม่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลออกมาให้ใช้งานได้จริง
แต่ทั้งนี้การลงทุนคลาวด์ คอมพิวติ้งในปี 2558 คาดว่าจะมีอนาคตสดใสมากขึ้น รวมถึงการตอบรับใช้คลาวด์ในองค์กร เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทยที่เริ่มผ่อนปรนการใช้เทคโนโลยีคลาวด์ใช้เก็บข้อมูลมากขึ้น ทำให้การลงทุนคลาวด์ในไทยขยับสูงขึ้น โดยเฉพาะพับบลิก คลาวด์ ที่คาดว่าจะมูลค่าการใช้จ่ายที่ 30.5 ล้านดอลลาร์
นวัตกรรมพลิกโฉมธุรกิจ
นายไมเคิล อะราเนต้า ผู้อำนวยการฝ่ายงานวิจัย ไอดีซีไฟแนนเชียลอินไซด์ เอเชีย แปซิฟิก และผู้จัดการประจำไอดีซีประเทศไทย กล่าวว่า แนวโน้มลงทุนไอทีปี 2558 กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคที่สาม (Third Platform) ซึ่งเป็นระบบประมวลผลที่สามารถติดตั้งและเรียกใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ หรือย้ายจากการใช้งานบนพีซี หรือโมบายไปประมวลผลผ่านคลาวด์ คอมพิวติ้งสูงขึ้น ซึ่งทำให้เกิดองค์ประกอบใหม่สำหรับการลงทุนไอทีที่มีทั้งโมบิลิตี้, คลาวด์, โซเชียล บิสสิเนส และบิ้ก ดาต้า / อนาไลติค เพิ่มสูงขึ้นสวนทางกับการลงทุนไอทีแบบเดิมที่เน้นการซื้อฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์เท่านั้น
ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2558 จะเริ่มเห็นนวัตกรรมใหม่ออกสู่ตลาดมากขึ้น เช่น ระบบหุ่นยนต์สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ, ระบบพิมพ์ 3 มิติ, อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ และระบบซิเคียวริตี้ยุคหน้าส่งต่อผลความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การแพทย์ ธุรกิจโลจิสติกส์ และสถาบันการเงิน
ค้าปลีกไอทีมีความหวัง
นายพิชัย นีรนาทโกมล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คอมพิวเตอร์ ซีสเท็ม คอนเนคชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือซีเอสซี กล่าวว่า การซื้อขายสินค้าในตลาดไอทีช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มโน้ตบุ๊ค พีซีทรุดตัวลงมาก แม้จะเริ่มดีขึ้นช่วงที่มหาวิทยาลัย และโรงเรียนเปิดเทอม แต่ช่วงเดือน ก.ย.และต.ค.ทรุดตัวลงอีก ส่วนแทบเล็ตค่อนข้างทรงตัว เพราะผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย
บริษัทเริ่มหาทางออกและกระตุ้นตลาดด้วยการร่วมมือกับพันธมิตร เช่น อินเทล และไมโครซอฟท์ เพื่อทำตลาดแทบเล็ตแบรนด์ใหม่ "ไวซ์บุ๊ค" เพื่อตอบโจทย์ตลาดที่ต้องการอุปกรณ์ที่พกพาสะดวกอย่างแทบเล็ต แต่สามารถใช้ทำงานได้ด้วย และราคาไม่แพง ซึ่งไวซ์บุ๊คเป็นแทบเล็ตบนระบบปฏิบัติการวินโดว์สราคาต่ำแบรนด์แรกในไทย หรือต่ำกว่า 10,000 บาท
ทั้งยังให้ความสนใจที่จะร่วมในโครงการแทบเล็ตของภาครัฐ ซึ่งบริษัทมีความพร้อมทั้งการลงทุน การให้บริการและมีพันธมิตรบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ให้การสนับสนุน
ซิสโก้รับสัญญาณดีปีหน้า
ขณะที่นายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน บริษัทซิสโก้ ซีสเต็มส์ กล่าวว่า บริษัทเริ่มเห็นสัญญาณดีขึ้นในตลาด ซึ่งหากสถานการณ์เริ่มมีเสถียรภาพก็จะเริ่มเห็นการลงทุนของภาคต่างๆ ตามมา โดยช่วงไตรมาสสามที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ตลาดโดยรวมได้รับผลกระทบจากการชะลอตัว แต่สำหรับซิสโก้ยังสามารถเติบโตได้จากโครงการแบ็คล็อกที่มีอยู่เดิม
"วงล้อเศรษฐกิจเริ่มหมุน จากสถานการณ์ที่หากยังเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ คือนิ่งก็เชื่อว่าจะทำให้การลงทุนเริ่มกลับมา และดีกว่าปีนี้แน่" นายวัตสันกล่าว
ทั้งนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยแบบดิจิทัล อีโคโนมี โดยเฉพาะการวางรากฐานของฮาร์ดและซอฟต์ อินฟราสตรัคเจอร์ที่คาดว่าจะช่วยกระตุ้นตลาดได้ดียิ่งขึ้น





