วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี

กว่า 12 ปีที่ “กลุ่มบริษัทสามารถ” ส่งเสริมการประกวดด้านนวัตกรรม เพื่อสร้างนักคิดนักพัฒนาเทคโนโลยีรุ่นใหม่

สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน

เวลากว่า 12 ปีที่ “กลุ่มบริษัทสามารถ” ส่งเสริมการประกวดด้านนวัตกรรมภายใต้โครงการ Samart Innovation Award ก่อนที่จะขยับปรับเปลี่ยน โดยจับมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติหรือ สวทช. จัดโครงการเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี เพื่อสร้างนักคิดนักพัฒนาเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ที่สามารถนำผลงานมาต่อยอดเป็น “นักธุรกิจ ทำเงิน ตัวจริง”

3 ปี ของโครงการเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี มีผู้สนใจส่งผลงานเข้าประกวดถึงกว่า 350 ผลงาน ผ่านการบ่มเพาะความรู้แล้วถึงกว่า 450 คน ที่น่าสนใจคือ เถ้าแก่น้อยรุ่น 1 และ 2 ได้ต่อยอดไปสู่เจ้าของธุรกิจจริงกว่า 21 ราย สร้างรายได้เป็นเม็ดเงินสูงถึง 16 ล้านบาท

หนุนว่าที่เถ้าแก่น้อย

“ปัจจุบัน ประเทศเรามีแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทำงานมากขึ้นเรื่อยๆ และพัฒนาทักษะการทำงานอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หากเราขาดเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมของตัวเอง แรงงานเหล่านั้นก็จะทำงานเป็นลูกจ้างเพียงไม่นาน แต่จะเลื่อนมาเป็นเจ้านายของเรา” เจริญรัฐ วิไลลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น กล่าว

เขายกตัวอย่างเมื่อครั้งทำงานที่กัมพูชา สิ่งที่ได้เห็นคือ พนักงานจากพม่า เมื่อถึงเวลาเลิกงาน 5 โมงเย็นจะรีบไปเข้าคอร์สเรียนภาษาไทย เพื่อสื่อสารกับนายจ้างที่เป็นคนไทย และเรียนภาษาอังกฤษ เพื่อเพิ่มทักษะ ในขณะที่ลูกจ้างชาวลาว พม่า ก็จะเลือกเรียนทั้งภาษาไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส ในขณะที่คนไทยไม่เรียนอะไรเลย และหากเปิดการค้าเสรีอาเซียนจะทำให้ไทยขาดโอกาสหลายอย่าง

กลุ่มบริษัทสามารถจึงมุ่งเน้นการสนับสนุนคนรุ่นใหม่ที่พัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีหรือนวัตกรรม ควบคู่ไปกับการมองหาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีความโดดเด่น และมีความเป็นไปได้ในทางธุรกิจ และพร้อมจะไปร่วมลงทุน โดยหากเป็นธุรกิจด้านเทคโนโลยีหรือไอทีก็จะลงทุนในนามกลุ่มสามารถ แต่หากเป็นธุรกิจอื่นที่มีศักยภาพก็จะเข้าร่วมลงทุนในนามของบริษัท วิไลลักษณ์ ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัว

ทั้งนี้ โครงการเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี นอกจากเป็นโครงการแรกในภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ที่มีการผลักดันผลงานที่มีความเป็นไปได้ทางการตลาดสู่การเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่จับต้องได้ ยังเป็นโครงการที่เน้นการสร้างคนคุณภาพภายใต้กลยุทธ์ต่างๆ

อาทิ มีการเติมเต็มความรู้ความชำนาญจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในเรื่องเทคโนโลยี การตลาด การขายให้เกิดความเข้าใจถึงความต้องการของผู้ใช้บริการ การสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อพัฒนาผลงานต้นแบบจากกลุ่มบริษัทสามารถ การนำเสนอผลงานโดยตรงกับองค์กรต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศที่เป็นทั้งเจ้าของธุรกิจหรือแหล่งเงินทุนเพื่อต่อยอดในการดำเนินธุรกิจ พร้อมรองรับการทำธุรกิจต่อเนื่องผ่านศูนย์บ่มเพาะ สวทช. ที่จะสร้างความมั่นใจได้ว่าจะไม่ใช่แค่การประกวดธรรมดา แต่จะเป็นโครงการที่ส่งเสริมการสร้างเถ้าแก่น้อยอย่างเป็นรูปธรรม

รางวัลสุดยอดนักคิด

หลังการตัดสินอันเข้มข้นจาก ทั้งการอบรม การคัดเลือกจากคณะกรรมการที่เป็นกูรูในแวดวงเทคโนโลยีและการตลาดถึง 3 รอบ ผ่านการลงสนามเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการทำตลาดจริง ผลงาน Len-Din (เล่นดิน) ได้รับคัดเลือกให้เป็น “สุดยอดนักคิด นักพัฒนานวัตกรรมต้นแบบ” หรือรางวัล Samart Innovation Award 2014 ในโครงการ “เถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี 2014” พร้อมรับเงินรางวัล 200,000 บาท จากกลุ่มบริษัทสามารถ

“เล่นดิน” เป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์สภาพดิน ทำให้เกษตรกรรู้จักดินของตัวเองว่าเหมาะกับการปลูกพืชแบบใด และจะพัฒนาดินอย่างไรให้เหมาะสมกับพืชที่ต้องการจะปลูก อีกทั้งสามารถให้ข้อมูลทั่วไปที่เป็นประโยชน์สำหรับการเพาะปลูก อาทิ อุณหภูมิ สภาวะตลาด และสามารถแชร์ประสบการณ์ในการเพาะปลูก เพื่อเป็นข้อมูลให้เกษตรกรคนอื่นๆ ได้อีกด้วย

ทั้งนี้ ข้อมูลดินที่ตรวจสอบได้ก็จะส่งไปยังฐานข้อมูล และนำไปสู่ข้อมูลแผนที่ดินที่ทันสมัย ซึ่งสามารถนำไปใช้ต่อยอดอื่นๆ ได้อีกมากมาย และเมื่อเกษตรกรเล่นดินเป็น การเพาะปลูกในแต่ละครั้งก็จะมีประสิทธิภาพ ผลผลิตทางการเกษตรก็จะเพิ่มขึ้น และสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทย อย่างที่ควรจะเป็น

ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ได้แก่ อินโนปริ้นเตอร์ (เครื่องพิมพ์ 3 มิติ) นวัตกรรมที่สร้างโมเดลขนาดเล็กจากวัสดุธรรมชาติ และ Mercury Coffee ระบบสั่งกาแฟผ่านคีออส ที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจร้านกาแฟ แถมยังใช้ต่อยอดให้กับธุรกิจร้านอาหารและอีกหลายธุรกิจด้วย