"คอมมาร์ต" วันแรกยังหงอย "เออาร์ไอพี" ผู้จัดคาดงานเริ่มคึกคักวันหยุดสุดสัปดาห์
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงาน "คอมมาร์ต คอมเทค 2014" ซึ่งมีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 6-9 พ.ย.2557 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันแรก (6 พ.ย.) ค่อนข้างเงียบเหงา แม้หลังเวลา 12.00 น.เริ่มมีคนทยอยเข้างาน ทว่าประเมินเบื้องต้นยังน้อยกว่าปีที่ผ่านๆ มาอยู่มาก
ด้านผู้ค้าบูธขนาดใหญ่ที่สุดยังคงเป็นแบรนด์เอซุส ไอทีซิตี้ รวมถึงเจไอบีที่ย้ายไปอยู่ในโซนพลาซ่า รูปแบบการวางจำหน่ายแบรนด์ส่วนใหญ่ให้ตัวแทนจำหน่ายเข้ามาเปิดร้าน โดยมีสินค้าคละกันไปทั้งแทบเล็ต โน้ตบุ๊ค และสมาร์ทโฟน ทว่าที่ต่างออกไปจากรายอื่นๆ คือค่ายเจไอบีซึ่งเน้นขายคอมพิวเตอร์ประกอบเอง (ดีไอวาย) และอุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์
อย่างไรก็ดี ส่วนลดพิเศษมีหลายรายการน่าสนใจเริ่มต้นประมาณ 30% บางสินค้ามีข้อเสนอมากถึง 90% (จำนวนจำกัด) ทั้งมีทางเลือกผ่อนชำระด้วยดอกเบี้ย 0% นาน 24 เดือน
นางเอื้อมพร ปัญญาใส รองประธานกรรมการบริหาร บมจ.เออาร์ไอพี ผู้จัดงานคอมมาร์ต กล่าวว่า งานครั้งนี้ยังคงหวังว่าจะทำเงินสะพัดได้ไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท หรือเติบโต 20-25% จากงานกลางปีที่ทำยอดขายได้ 2,700 ล้านบาท ด้านผู้ชมงานตั้งเป้าว่าจะมี 8 แสน ถึง 1 ล้านราย
อย่างไรก็ดี ภาพรวมตลาดค้าปลีกไอทีปี 2557 ค่อนข้างทรงตัว จาก 3 ไตรมาสแรกที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจ ไตรมาสที่ 4 เริ่มเห็นว่าดัชนีความเชื่อมั่นกลับคืนมา
ทั้งนี้ กลุ่มที่แนวโน้มเติบโตดีสวนทางภาพรวมคือธุรกิจเอ็นเทอร์ไพรซ์ พบว่ามีการลงทุนนวัตกรรมใหม่ รองรับการเติบโตของโซเชียลมีเดียและธุรกิจอีคอมเมิร์ซ
"ตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้น่าจะได้เห็นปัจจัยบวกมากขึ้นตามลำดับ ทั้งเป็นไปได้ด้วยว่างานคอมมาร์ตในครั้งนี้จะมีส่วนช่วยกระตุ้นความคึกคักให้ตลาดไปจนถึงกลางปีหน้า"
นายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจสื่อไอที เออาร์ไอพี กล่าวเสริมว่า เวลานี้นับเป็นช่วงที่มีสินค้าใหม่ๆ เข้ามาจำนวนมาก ขณะเดียวกันมีการนำสินค้ารุ่นเก่าออกมาโล๊ะสต็อก คาดว่าอย่างน้อยน่าจะมีโปรโมชั่นส่วนลด 30%
เขากล่าวว่า ประเมินเบื้องต้นทั้งจำนวนผู้ค้าที่เข้าร่วมและรูปแบบการจัดงานเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ คาดว่าวันที่จะมีคนเข้ามาหนาแน่นมากที่สุดคือวันเสาร์ งานนี้บริษัทใช้งบการตลาดเพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนหน้าราว 30%
โดยสินค้าที่โดดเด่นคาดว่าเป็นกลุ่มโมบาย โดยเฉพาะไอแพดและไอแพดมินิรุ่นใหม่ ขณะที่สินค้าโฉมใหม่ซึ่งเริ่มเป็นกระแสคือผลิตภัณฑ์ทูอินวันที่้ใช้คอร์เอ็มโปรเซสเซอร์จากค่ายอินเทล แต่แง่ยอดขายอันดับแรกน่าจะเป็นโน้ตบุ๊ค ตามด้วยสมาร์ทโฟนและแทบเล็ต จากนั้นคืออุปกรณ์เสริมไอทีและมือถือ ขณะที่กล้องดิจิทัลและพรินเตอร์ยังทำยอดได้แต่คงน้อยมาก
นางเอื้อมพรเผยว่า ภายในปี 2558 มีแผนยกระดับการจัดงานคอมมาร์ตให้เป็น "ไอที เอ็กซ์โป" ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อยอดจากงานล่าสุดข้างต้นซึ่งเริ่มพลิกโฉมรูปแบบครั้งใหญ่ในรอบ 14 ปี ขณะเดียวกันเพิ่มงบการลงทุนจากเดิมอีก 20% โดยนอกจากสินค้าไอทีที่มีวางจำหน่ายตามปกติได้เพิ่มโซนพิเศษสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอี รวมถึงสำหรับนักเล่นเกม
การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นจากนี้จะมีทั้งด้านการบริหารจัดการพื้นที่ การวางธีมที่ชัดเจนสำหรับการจัดงาน 3 ครั้งตลอดทั้งปี สำคัญเตรียมทำงานร่วมกับคู่ค้าแบรนด์ผู้ผลิตเพื่อว่าแต่ละรายจะได้วางแผนการทำตลาดของตนได้ดีมากขึ้น
"รูปแบบงานลักษณะลดกระหน่ำ ขายสินค้าราคาพิเศษจะยังคงอยู่ต่อไป สิ่งที่เพิ่มเข้าไปคือมีโชว์เคสเทคโนโลยี นวัตกรรม พร้อมสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ในฐานะผู้นำเทรนด์ของอุตสาหกรรมไอที"





