สงครามชิงกำลังซื้อ 'ไอที' ปลุกตลาดไตรมาส4

สงครามชิงกำลังซื้อ 'ไอที' ปลุกตลาดไตรมาส4

สำรวจความคึกคักงานใหญ่ "ไอที" สะท้อนกำลังซื้อไตรมาส 4

บรรยากาศอึมครึมในตลาดไอทีที่ต่อเนื่องมาหลายไตรมาส แต่นับจากปัญหาใหญ่อย่างการเมืองเริ่มคลี่คลายสัญญาณบวกก็เริ่มมีให้เห็นหนึ่งในดัชนีวัดคือ กระแสความคึกคักของงานไอทีขนาดใหญ่ระดับประเทศที่มีเงินสะพัดจากการใช้จ่ายภายในงานหลักร้อยล้าน-หลายพันล้านบาท อย่าง "เจมาร์ท-โมบาย เอ็กซ์โป-คอมมาร์ต"

'เจมาร์ท' ลุ้นโค้งสุดท้าย

นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดโทรศัพท์มือถือไตรมาสที่ 4 มีแนวโน้มเป็นบวกมากขึ้น จากปัจจัยที่ผู้ผลิตค่ายใหญ่ต่างออกมาเปิดตัวสินค้าเรือธงทั้งไอโฟน 6 จากแอ๊ปเปิ้ล และ กาแล็คซี่โน้ต 4 ค่ายซัมซุง

สำหรับไตรมาสที่ 3 กำลังซื้อผู้บริโภคยังไม่กลับคืนมาเต็มที่ เหตุผลหลักประการแรกน่าจะมาจากผู้บริโภครอดูสินค้าที่เปิดตัวดังกล่าว อีกด้านหนึ่งสภาวะเศรษฐกิจยังไม่ค่อยดีและส่งผลให้เกิดความระมัดระวังในการใช้จ่าย สอดคล้องกับที่มีการประเมินว่าการเติบโตของจีดีพีประเทศไทยปีนี้อาจไม่เกิน 1.5%

“ขณะนี้เรื่องการเมืองไม่น่ากังวลแล้ว เหลือแต่ประเด็นด้านเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงต้องรอลุ้นว่าโค้งสุดท้ายสถานการณ์ยอดขายจะเป็นอย่างไร ส่วนตัวเมื่อประเมินจากทั้งภาพรวมครึ่งปีแรก รวมทั้งปัจจัยดังที่กล่าว คาดว่าปีนี้ภาพรวมตลาดมือถือไทยน่าจะทรงตัว หรือโต 5-10%”

เขากล่าวว่า จุดยืนของเจมาร์ทพยายามประคับประคองยอดขาย นำสินค้าใหม่เข้ามาจำหน่าย ขณะเดียวกันใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง แต่ทั้งนี้กิจกรรมทางการตลาด แคมเปญพิเศษ ความร่วมมือกับคู่ค้า การเข้าร่วมงานอีเวนท์อย่างไทยแลนด์โมบายเอ็กซ์โป และการจัดอีเวนท์ใหญ่ของตัวเอง “เจมาร์ท โมบาย โชว์” ยังคงเดินหน้าตามแผนงานไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

นอกจากนี้ หวนกลับมารุกหนักตลาดเฮาส์แบรนด์ภายใต้แบรนด์ “เจโฟน” เนื่องจากเห็นว่าสมาร์ทโฟนที่มีราคาต่ำกว่า 3,000 บาท เป็นกลุ่มตลาดใหญ่ มีศักยภาพการเติบโตสูง ทั้งผู้ให้บริการเครือข่ายต่างสนับสนุน และหวังให้ช่วยกันกระตุ้นการเปลี่ยนผ่านไปสู่ 3 จี ดังนั้นเจโฟนจะเป็นอีกหนึ่งในทางเลือกที่ดีของลูกค้า

ส่วนการแข่งขันซึ่งมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น สืบเนื่องจากการเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ ทั้งจีนและยุโรป ส่งผลดีทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือก การตัดสินใจขึ้นอยู่กับลูกค้าว่าจะเลือกอย่างไร

นายอดิศักดิ์ประเมินว่า กลุ่มสินค้าที่มีทิศทางน่าสนใจคือมีอุปกรณ์เสริมสำหรับโทรศัพท์มือถือซึ่งยอดขายปรับตัวสูงขึ้นสอดคล้องกับการเติบโตสมาร์ทโฟน ส่วนสมาร์ทแกดเจ็ทสำหรับสวมใส่บนร่างกายยังคงเป็นเพียงกิมมิค โดยลูกค้าใช้เป็นเชิงแฟชั่น และผู้ที่รักการออกกำลังกาย

ขณะที่ภาพรวมตลอดทั้งปียังวางเป้าการเติบโตผลประกอบการไว้ประมาณ 15% สัดส่วนใหญ่เป็นธุรกิจมือถือราว 90% สิ่งที่ทำให้สามารถรักษาตำแหน่งผู้นำค้าปลีกมือถือไว้ได้ เกิดจากประสบการณ์และความเข้าใจต่อธุรกิจที่สั่งสมมานาน ขณะเดียวกันได้รับความไว้วางใจจากคู่ค้าบริษัทผู้ผลิต ทั้งรายเก่าและที่กำลังทยอยเพิ่มเข้ามา

'โมบาย เอ็กซ์โป' ฉลุยไร้ปัจจัยลบ

นายโอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด ผู้จัดงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป กล่าวว่า ตลาดมือถือช่วงไตรมาส 4 เป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีที่แทบจะไร้ปัจจัยลบไม่ว่าจะเป็นประเด็นทางการเมือง, ภัยธรรมชาติ หรือวิกฤติเศรษฐกิจ ทำให้ช่วงนี้จะเห็นการกลับมารุกตลาดอย่างหนักของบรรดาผู้ค้าในตลาดมือถือแบรนด์ต่างๆทั้งรายใหญ่จนถึงเล็ก

นอกจากนี้ยังมีช่องว่างใหญ่จากความต้องการซื้อมือถือในพื้นที่ต่างจังหวัดที่เน้นมือถือสเปคดี ราคาถูกที่ทำให้กลุ่มมือถือราคากลาง-ล่างได้รับความนิยมสูง หรือราว 2,000-5,000 บาท ทำให้เกิดแบรนด์ใหม่ๆเข้าสู่ตลาด โดยเฉพาะแบรนด์มือถือรายใหญ่จากจีน เช่น วีโว่ (Vivo) และแบรนด์หน้าใหม่อย่าง "Wiko" สมาร์ทโฟนดังจากฝรั่งเศส ตลอดจนการหวนกลับมาของเฮาส์แบรนด์ที่เคยหายไปจากตลาด เช่น ไอมี่ และจีเน็ท

ในฐานะผู้จัดงานมือถือรายใหญ่ของไทยยังเผยว่า งานโมบาย เอ็กซ์โปรอบนี้ (2-5 ต.ค.) ผู้ผลิตมือถือเกือบทุกแบรนด์ทำตลาดเต็มที่ ตั้งแต่อินเตอร์แบรนด์รายใหญ่ที่เตรียมนำสมาร์ทโฟนรุ่นแฟล็คชิพเข้ามาเปิดตัวพร้อมจำหน่ายในโมบาย เอ็กซ์โป เช่น ซัมซุง โน้ต4, โซนี่ แซด3 รวมถึงโนเกีย และแทบเล็ตเซอร์เฟซ ที่งานครั้งนี้อยู่ภายใต้การดำเนินการของไมโครซอฟท์อย่างเป็นทางการหลังกระบวนการควบรวมเสร็จสมบูรณ์แล้ว

"เทรนด์สมาร์ทโฟนไฮเอ็นด์ช่วงนี้ลูกเล่น และสเปคโดยรวมแต่ละแบรนด์แทบไม่ต่างกันที่เหลือคงจะสู้กันด้วยดีไซน์ ความสวย และวัสดุดีขึ้น ส่วนไอโฟน 6 ก็ช่วยทำให้ตลาดมือถือจอใหญ่ได้รับความสนใจมากขึ้นอีก ซึ่งช่วงนี้ก็จะเห็นความเคลื่อนไหวต่างๆ รวมถึงโอเปอเรเตอร์ที่เริ่มเคลียร์ไอโฟนรุ่นเก่าเพื่อเตรียมพร้อมขายปลายปีทำให้เราเชื่อว่างานครั้งนี้จะเป็นตัววัดเลยว่าตลาดจะกลับมาคึกคักได้หรือไม่"

ทั้งการเปิดตัว "แอ๊ปเปิ้ล วอทช์" ของแอ๊ปเปิ้ลยังจุดกระแสตลาดแวร์เอเบิล เทคโนโลยีให้ได้รับความสนใจมากขึ้นอีก แม้จะยังไม่มีสินค้าวางตลาด แต่ก็ทำให้แบรนด์อื่นๆชิงจังหวะนี้่นำสินค้าเข้ามาเรียกความสนใจก่อน ทำให้ยอดขายตั้งแต่ต้นปีโตขึ้นถึง 200%

'คอมมาร์ต' พีซี-โน้ตบุ๊คปลุกไอทีโต 20%

นายปฐม อินทโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดค้าปลีกไอทีตอนนี้ดีขึ้น หลังจากที่ติดลบมาไม่ต่ำกว่า 6-8 ไตรมาส โดยเห็นสัญญาณบวกในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ทำให้ผู้ค้าสามารถประมาณการณ์ล่วงหน้าเพื่อปลุกตลาดกลับมา โดยคาดว่า ตลาดโน้ตบุ๊ค พีซี จะกลับมาในไตรมาสสุดท้ายนี้ เพราะตอบโจทย์การใช้งานได้ครบ จากที่ก่อนหน้านี้ ตลาดยังไม่นิ่ง เพราะมีตัวเลือกในตลาดค่อนข้างมากทั้งแทบเล็ต รวมถึงสมาร์ทโฟน อย่างไรก็ตามทั้งแทบเล็ต และสมาร์ทโฟนยังมีส่วนช่วยที่จะทำให้ตลาดในช่วงไตรมาส 4 มีสีสันขึ้น เพราะยังมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ

"ผมมองว่า พีซี และโน้ตบุ๊ค จะเริ่มกลับมา คนส่วนใหญ่เริ่มเข้าใจแล้วว่า ตอบสนองการใช้งานได้มากกว่า ส่วนสมาร์ทโฟน และเแทบเล็ต จะเป็นสีสันในไตรมาสสุดท้าย แต่ยังไม่ใช่โปรดักส์ที่เป็นเมนสตรีม เพราะอัตรการขยายตัวไม่ได้โต 20-30% เหมือนเดิม ส่วนสมาร์ทโฟนใหม่ๆ อย่างไอโฟน รวมถึงซัมซุงส่วนใหญ่จะจับตลาดพรีเมียมที่ไม่ได้ใหญ่มาก เพราะตลาดใหญ่จะอยู่ในกลุ่มราคาระดับ 7-8 พันบาทเป็นหลัก"

นายปฐม กล่าวด้วยว่า ปลายปีค่ายเออาร์ ยังคงมีงานคอมมาร์ตเช่นเดิม ซึ่งคาดว่า ครั้งนี้จะมีเวนเดอร์ต่างพร้อมใจเข้าร่วมงาน พร้อมทั้งเริ่มเทงบสนับสนุนด้านการตลาดเพิ่มขึ้น จากที่หลายครั้งก่อนหน้านี้ดูซบเซา โดยจากนี้งานคอมมาร์ตจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานใหม่หมด อย่างคอมมาร์ต เอ็กซ์เจนจะเน้นการทำงานส่วนตัว โดยใช้ไอทีเข้าไปช่วย ซึ่งคนกลุ่มนี้จะเริ่มมองหาอุปกรณ์ที่สามารถใช้งานได้จริง ขณะที่ผู้บริโภคที่อยู่ในเจนวาย ก็จะเน้นนำเสนออุปกรณ์ไอที ที่มีสีสันไฮเทค มีมุมสำหรับโชว์เทคโนโลยีของเวนเดอร์

"ตลาดไอทีไตรมาส 4 จะกลับมาโต คาดว่าจะบวกไปอีกไม่ต่ำกว่า 15-20% ผู้บริโภค รวมถึงเวนเดอร์เริ่มมีความมั่นใจที่จะใช้จ่าย ในส่วนของดีลเลอร์ ไตรมาส 4 จะปรับไปสู่การเป็นเอสไอมากขึ้น มองสินค้าทำให้เป็นโซลูชั่นตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า" นายปฐม กล่าว