รถไฟฟ้าจากของเหลือใช้

รถไฟฟ้าจากของเหลือใช้

รถไฟฟ้าจากของเหลือใช้ คว้ารางวัลสุดยอดผลงานรากฐานนวัตกรรมพัฒนาประเทศไทย

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ประกาศรายชื่อทีมผู้ชนะในโครงการ “KMITL INNOVATIVE AWARD 2014 ” ได้แก่ ทีมสารวิทยา โรงเรียนสารวิทยา กับผลงาน รถไฟฟ้าPRIDE ได้รับรางวัลชนะเลิศ รางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทีม LOOM โรงเรียนแม่จะเราวิทยาคม ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม The First โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 และรางวัลพิเศษ Popular Vote ได้แก่ ทีม A.P.W. Science (PET)โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม

ซึ่งนวัตกรรมเหล่านี้ สามารถยกระดับเทคโนโลยี ปฏิรูประบบการศึกษา ส่งผลสู่การพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประเทศเศรษฐกิจความรู้ (Knowledge economy) สู่ประเทศชั้นแนวหน้าของประชาคมโลกได้ รวมถึงสามารถพัฒนาอำนาจการแข่งขันของประเทศได้อย่างมีประสิทธิผล

ศ.ดร. โมไนย ไกรฤกษ์ รักษาการแทนอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ประธานการจัดโครงการฯ กล่าวว่าในปัจจุบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อมวลมนุษยชาติเป็นอย่างมากในทุกอริยาบถและทุกขณะของการดำรงชีวิตแต่ในบรรดาเทคโนโลยีเหล่านั้น เกือบทั้งหมดได้รับการสร้างสรรค์และประดิษฐ์จากชาวต่างชาติ

ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆขึ้นในประเทศไทย โดยฝีมือคนไทย การปลูกฝังเยาวชนจึงเป็นสิ่งสำคัญ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จึงได้จัด โครงการ KMITL INNOVATIVE AWARDS ครั้งที่ 3 ประจำปี 2557 ภายใต้แนวคิด “รากฐานนวัตกรรมสร้างชาติ : THE NATION OF INNOVATION” ซึ่งจะเป็นเวทีแสดงให้เห็นถึงพลังทางความคิดสร้างสรรค์ โดยใช้ความรู้ ความคิด และจินตนาการ อย่างสร้างสรรค์ ของเด็กไทย โดยกิจกรรมดังกล่าวมีแนวคิดส่งเสริม และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเด็กไทย ใน

การใช้หลักการความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการ ในการพัฒนาผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถสร้างสรรค์ พัฒนาประเทศในด้านต่างๆ เพื่อเป้าหมายสู่การยกระดับประเทศไทยสู่ประเทศชั้นแนวหน้าของประชาคมโลก อีกทั้งเป็นการสร้างจิตสำนึกที่ดีให้แก่ประชาชนในสังคม หน่วยงานองค์กรต่างๆทั้งในภาครัฐและเอกชน ให้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญของความรู้ รากฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ศ.ดร. โมไนย กล่าวต่อว่า โครงการ KMITL INNOVATIVE AWARDS ครั้งที่ 3 ประจำปี 2557 ภายใต้แนวคิด “รากฐานนวัตกรรมสร้างชาติ : THE NATION OF INNOVATION” ได้ดำเนินการคัดเลือกเยาวชนตั้งแต่ช่วงต้นปี ซึ่งมีนักเรียนทั่วประเทศส่งผลงานเข้าร่วมประกวดกว่า 90 ทีม และคัดเลือกเหลือเพียง 10 ทีมจากคณะกรรมการ

ทั้งนี้ การคัดเลือกใช้เกณฑ์การตัดสินจากแนวคิดผลงานอันสะท้อนวัตถุประสงค์ “รากฐานนวัตกรรมสร้างชาติ” ตลอดจนประโยชน์สังคมและประเทศชาติ ความรู้ความสามารถทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และการออกแบบ จากการตัดสินของผู้ทรงคุณวุฒิของสถาบัน ได้พิจารณาผลงานรากฐานนวัตกรรมสร้างชาติจากหลักเกณฑ์ต่างๆ โดยละเอียด และเห็นตรงกันว่า ทีมสารวิทยา โรงเรียนสารวิทยา กับผลงาน รถไฟฟ้า PRIDE ตอบโจทย์ของการเข้าแข่งขันในโครงการมากที่สุด ได้รับรางวัลชนะเลิศได้รับโล่รางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทุนการศึกษา 50,000 บาท

ทีม LOOM โรงเรียนแม่จะเราวิทยาคม กับผลงาน ซุปเปอร์กี่ทอผ้า ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินสด 30,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และนายกสภาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ทีม The First โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา กับผลงานนวัตกรรมช่วยผสมเกสรกอดปาล์มน้ำมัน ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับโล่รางวัลจากอธิการบดี พร้อมทุนการศึกษา 20,000 บาท

โดยทั้ง 3 ผลงานดังกล่าว ถือเป็นผลงานที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคมไทยได้เป็นอย่างมาก ซึ่งกำลังเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนอยู่ในปัจจุบัน โดยรายละเอียดของผลงานที่ได้รับรางวัลทั้ง 3 ชิ้น มีดังนี้

· รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ทีมสารวิทยา โรงเรียนสารวิทยากรุงเทพมหานคร กับผลรถไฟฟ้า PRIDE “นวัตกรรมรถไฟฟ้าจากของเหลือใช้วิ่งฉิวประหยัดปลอดภัยไร้มลพิษ” เป็นการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่มาดัดแปลงเป็นรถไฟฟ้าเพื่อใช้งานแทนการใช้น้ำมัน นอกจากจะช่วยประหยัดค่าน้ำมันแล้ว ยังมีความปลอดภัยกว่าการใช้รถยนต์ที่ใช้นำมันหรือก๊าซที่เป็นอันตราย อีกทั้งยังไร้มลพิษ ไม่มีเสียงรบกวน และยังช่วยลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันดิบ

· รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ทีม LOOM โรงเรียนแม่จะเราวิทยาคม จังหวัดตาก กับผลงานซุปเปอร์กี่ทอผ้า“เครื่องมือทันสมัยผู้พิการขาทอผ้าได้อย่างมั่นใจ เพิ่มแรงงานฝีมือโอทอปไทย” เป็นการนำเอารูปแบบหลักการทำงานหัตกรรมทอผ้าที่มีลวดลายบนเนื้อผ้าเรียบ เนียนสวยของกี่ทอผ้าพื้นเมืองชาวเขา และการทอผ้าของคนพื้นเมืองชาวไทยพื้นราบที่มีไม้ตีนย่ำโดยทั่วๆไปมาประยุกต์เข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้พิการขาและบุคคลทั่วไป ทอผ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับกี่ทอผ้าทั่วไป

· รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ทีมThe First โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี กับผลงานนวัตกรรมช่วยผสมเกสรดอกปาล์มน้ำมัน “ติดเกสรง่ายขึ้นสะดวกมากขึ้นผลผลิตมากตาม” เป็นการประดิษฐ์อุปกรณ์ล่อด้วงงวงปาล์มน้ำมันช่วยผสมเกสรตามช่วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากเกษตรกรไทยปลูกปาล์มกว่า 1.28 แสนครัวเรื่อน แต่มีรายได้ต่ำ เพราะปาล์มน้ำมันติดผลน้อย ซึ่งเกิดจากโครงสร้างของปาล์มน้ำมันไม่เอื้อต่อการผสมเกสรโดยธรรมชาต

อย่างไรก็ตาม จากการประเมินพัฒนาการของเศรษฐกิจไทย พบว่าเศรษฐกิจไทยมีการพัฒนาในระดับที่ดี เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศที่พัฒนา แต่การก้าวไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่บนฐานความรู้และเทคโนโลยี (innovation and technology-driven industry) จะต้องมีการพัฒนาเพิ่มขึ้น อาทิ การยกระดับเทคโนโลยี การปฏิรูประบบการศึกษา การพัฒนาฝีมือแรงงาน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยกลไกสำคัญของการพัฒนาดังกล่าวคือการพัฒนา “รากฐานนวัตกรรมสร้างชาติ” อันหมายถึงการสร้างสรรค์ผลงานวิจัยพร้อมกับคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ในการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ผลักดันปัจจัยที่ประเทศยังล้าหลังอยู่ รวมถึงการผลักดันให้ประเทศไทย เป็นประเทศเศรษฐกิจความรู้ (Knowledge economy) ซึ่งเป็นทางออกในการยกระดับประเทศไทยสู่ประเทศชั้นแนวหน้าของประชาคมโลก ศาสตราจารย์ ดร. โมไนย กล่าวสรุป

ด้าน นายพัชรพล สถาพร ตัวแทนทีม สารวิทยาวิทยา โรงเรียนสารวิทยา กรุงเทพมหานคร กับผลงาน รถไฟฟ้าPRIDE ทีมชนะเลิศการประกวดโครงการ “KMITL INNOVATIVE AWARD 2014 ” กล่าวว่า ตนและเพื่อนๆได้ติดตามโครงการ KMITL INNOVATIVE AWARD มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ถือได้ว่าเป็นโครงการที่น่าสนใจและมีประโยชน์อย่างมาก ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนนำความรู้ ความสามารถ มาบูรณาการณ์สร้างเป็นผลงานนวัตกรรมที่สามารถสร้างประโยชน์เพื่อประเทศชาติได้

สาเหตุที่ตนกับเพื่อนๆได้ส่งผลงานนวัตกรรม รถไฟฟ้า PRIDE เข้าประกวดในครั้งนี้ เพราะเห็นว่าปัจจุบันน้ำมันมีราคาแพงและมีแนวโน้มจะมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจะมีพลังงานทดแทนแต่ราคาก็ต่างกันเล็กน้อย จึงได้คิดใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่มาดัดแปลงเป็นรถไฟฟ้าเพื่อใช้งานแทนการใช้น้ำมัน นอกจากรถไฟฟ้าคันนี้จะช่วยประหยัดน้ำมันแล้ว ยังมีความปลอดภัยกว่าการใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมัน อีกทั้งยังไร้มลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ไม่มีเสียงรบกวนและเขม่าควัน การได้รับรางวัลชนะเลิศในโครงการครั้งนี้รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมาก ที่สามารถแสดงให้สังคมได้เห็นถึงศักยภาพของเยาวชนไทย ผ่านนวัตกรรมที่สามารถตอบแทนและช่วยเหลือประเทศได้