เล่นให้เป็นเงิน

เล่นให้เป็นเงิน

เปิดไอเดียทำเงิน ที่รวมเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตอบโจทย์เกษตรกรรม ‘เล่น-ดิน’ (LENDIN) พัฒนาเครื่องมือวิเคราะห์ดิน

สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน

เปิดไอเดียทำเงิน ที่รวมเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตอบโจทย์เกษตรกรรม ‘เล่น-ดิน’ (LENDIN) พัฒนาเครื่องมือวิเคราะห์ดิน เพื่อเลือกพันธุ์พืช ปุ๋ยที่เหมาะกับพื้นที่ เพิ่มผลผลิต 20%ต่อไร่ คาดพร้อมขายใน 58

“ไทยเป็นเมืองเกษตรกรรม ที่มีความหลากหลายของพืชพรรณต่างๆ แต่เกษตรกรไทยยังมีการเพาะปลูกไม่ดีเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งคือ ขาดความรู้เรื่องดิน ที่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำการเกษตร” อานนท์ บุณยประเวศ ตัวแทนทีมพัฒนา ‘เล่น-ดิน’ กล่าว

การเกษตรในพื้นที่ที่ดินไม่เหมาะกับพืชที่ปลูก หรือใส่ปุ๋ยบำรุงดินไม่ตรงกับที่ดินต้องการ ก็อาจได้ผลผลิตไม่มากเท่าที่ควร การตรวจสอบและวิเคราะห์ดินจึงเป็นทางออก

:: โซลูชั่นคู่คิดเกษตรรุ่นใหม่

อานนท์กล่าวว่า โดยปกติแล้ววิธีการวิเคราะห์ดินที่เกษตรกรใช้จะมี 2 แบบคือ การซื้อชุดตรวจหรือ Test Kit ราคา 4950 บาท ใช้ได้ 10 ครั้ง หรือส่งตัวอย่างดินไปตรวจวิเคราะห์ที่หน่วยงานภาครัฐ ซึ่งบริการฟรี แต่ต้องใช้เวลารอเป็นเดือนๆ

“เรามองแล้วเห็นว่า มีโอกาสที่จะต่อยอดเป็นธุรกิจได้ จึงเริ่มเดินหน้าโครงการเครื่องมือตรวจสอบและพัฒนาดิน โดยจับมือกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติหรือเนคเทคที่มีการพัฒนาเซนเซอร์อยู่แล้ว มาต่อยอดวิจัยเพิ่มภายใต้โจทย์ในการตรวจวิเคราะห์ดิน”

อุปกรณ์เล่นดิน มีลักษณะเป็นด้ามยาวที่ภายในบรรจุเซนเซอร์ ตัวประมวลผล อุปกรณ์ส่งสัญญาณบลูทูธ และแบตเตอรี่ลิเธียมเอาไว้ ด้านหนึ่งมีตัวตรวจวัดดินที่จะใช้ปักลงในดิน

ระบบจะประมวลผลและแสดงค่าธาตุอาหาร (NPK) ความชื้อ อุณหภูมิ ค่า pH และคำแนะนำว่าดินแบบนั้นๆ สามารถปลูกพืชชนิดใดได้ รวมถึงทำนายปัจจัยต่างๆ ที่จำเป็นตลอดการเพาะปลูก โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งมาที่แอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธ

เจ้าของไอเดียชี้ว่า จุดเด่นของเล่น-ดินคือ การใช้งานง่าย และตรวจสอบได้ครบถ้วนตามสิ่งที่จำเป็นสำหรับการทำการเกษตร

“เกษตรกรจะสามารถปลูกพืชที่ตรงกับดินของตนเอง เลือกใช้ปุ๋ยที่เหมาะ เสริมประสิทธิภาพของดินนอกจากช่วยในเรื่องของการวางแผนการเพาะปลูก ยังเพิ่มผลผลิต โดยจากการทดลองลงพื้นที่โดยร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน พบว่า สามารถช่วยให้การทำนาให้ผลผลิตมากกว่าเดิม 20% สร้างรายได้เพิ่ม 3 พันบาทต่อไร่”

อานนท์ชี้ว่า ปัจจุบัน ความแม่นยำในการตรวจวิเคราะห์ดินของเล่น-ดินอยู่ที่ 75% ซึ่งต้องการพัฒนาให้อุปกรณ์มีความแม่นยำมากกว่า 90% จึงจะวางจำหน่าย คาดว่าจะพร้อมเปิดตลาดด้วยราคา 8500 บาท ในช่วงปี 2558 ก่อนรุกตลาดอาเซียนในปี 2559 และเอเชียในปี 2560

:: ไอทีเพิ่มศักยภาพ

เจ้าของไอเดียเล่น-ดินกล่าวว่า การตลาดหลักที่มองไว้คือ การทำตลาดโดยตรงกับเกษตรกร โดยเจาะผ่านสหกรณ์การเกษตรซึ่งเป็นช่องทางที่มีความน่าเชื่อถือ และมองว่า เทคโนโลยี หรือไอทีไม่ใช่อุปสรรคสำหรับเกษตรกร เพราะสมาร์ทโฟนราคาถูกลง ใช้งานง่ายขึ้น ในขณะที่เกษตรกรรุ่นใหม่ก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

ในขณะเดียวกัน ยังมีโครงการที่กระตุ้นการออมเงินผ่านแอพพลิเคชั่นในชื่อ "แพลนต์ มันนี่ (Plant Money)" ของบริษัท Varisoft จำกัด ที่ต้องการโซลูชั่นเอาใจคนวัยทีนและกลุ่มวัยเริ่มทำงาน ที่ต้องมีแรงจูงใจในการออมเงิน โดยเฉพาะเมื่อชีวิตประจำวันต้องมีสมาร์ทโฟนและโซเชียลเน็ตเวิร์คอยู่กับตัวตลอดเวลา

"หลายคนอยากที่จะออมเงินแต่ขาดแรงบันดาลใจ เราจึงพัฒนาแอพพลิเคชั่นบันทึกรายรับรายจ่ายรูปแบบใหม่ ที่มีกลิ่นอายของเกมมาช่วย โดยให้ปลูกต้นไม้ในแอพ และมีการบันทึกการใช้เงินเป็นการให้อาหารหรือรดน้ำต้นไม้ ยิ่งบันทึก ต้นไม้ก็ยิ่งโตไว แต่หากลืมเมื่อไหร่ ต้นไม้ที่ปลูกอาจแห้งเหี่ยวและตายได้" ผู้พัฒนาแอพอธิบาย ก่อนชี้ว่า การบันทึกรายรับรายจ่ายอย่างต่อเนื่อง เมื่อถึงเวลาสิ้นเดือนจะมีรายงานประจำเดือนว่า มีรายจ่ายอะไร แค่ไหน และมีเงินเหลือเท่าไหร่

จุดเด่นของแอพพลิเคชั่นนี้คือ บันทึกง่าย อ่านง่าย, รายงานผลรายอาทิตย์หรือรายเดือน, ตั้งเป้าหมายการออม เก็บข้อมูลทำให้สะดวกและง่ายในการดูประวัติการบันทึกย้อนหลัง และวิเคราะห์ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ที่สำคัญ มีต้นไม้ให้เลือกหลายชนิด พร้อมลายเส้นที่เป็นตัวการ์ตูนน่ารัก ที่หากปลูกให้โตเต็มที่ก็นำไปขายเอาเงินในแอพมาซื้อเมล็ดพันธุ์อื่นมาปลูกใหม่ สร้างความท้าทายให้ผู้ใช้

ช่องทางในการสร้างรายได้ พิชญชี้ว่า นอกจากจะมีฟังก์ชั่นพิเศษสำหรับคนที่จ่ายค่าสมาชิกรายปีเพื่อฟังก์ชั่นต่างๆ ที่เพิ่มเข้ามา ยังต่อยอด จับมือกับธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ เพิ่มฟังก์ชั่นแนะนำรูปแบบการออมเงินที่ตรงกับสไตล์การใช้เงินของผู้ใช้แอพแต่ละราย ซึ่งปัจจุบัน มีการเปิดให้โหลดฟรีบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ มีผู้ใช้หลักหมื่น และมีสถาบันการเงินให้ความสนใจ

แพลนต์ มันนี่ และเล่น-ดิน เป็น 2 ใน 10 โครงการเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยีที่เข้าร่วมงาน “เถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี พบนักลงทุน” (Business Matching) เพื่อนำไปสู่การเจรจาต่อรองเชิงพาณิชย์ระหว่างนักลงทุนกับเหล่านวัตกรคนไทย จัดโดยบริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)