ชวนเด็กเก่งมาเป็น 'ครู'

ชวนเด็กเก่งมาเป็น 'ครู'

นักวิชาการ มธ.แนะนำโครงการครูอาสารูปแบบใหม่ Teach for Thailand (TFT) ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในวงการการศึกษาไทย

บทความโดย ผศ.ดร. การดี เลียวไพโรจน์ Thammasat Business School มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

[email protected]

การศึกษาไทยลงทุนมากแต่ยังไร้ผล ประเทศไทยยังเผชิญกับปัญหาคุณภาพทางการศึกษา ทั้งๆที่กระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณมากถึงประมาณ 1 ใน 5 ของงบประมาณแผ่นดินทั้งหมดและมีแนวโน้มว่าจำนวนเงินจะเพิ่มขึ้นทุกปี และประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในประเทศที่จัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษาคิดเป็นสัดส่วนของงบประมาณแผ่นดินมากที่สุดในลำดับต้นๆของโลกอีกด้วย

มีความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาสูง การศึกษาคุณภาพดีๆและครูดีๆอยู่อย่างกระจุกตัว เป็นเหตุผลหนึ่งที่ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ผลคะแนนของ PISA (Program for International Student Assessment) ซึ่งจะวัดความสามารถของนักเรียนด้าน การอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์

แม้ว่าเมื่อเปรียบเทียบปีต่อปีแล้ว คะแนน PISA ของไทยจะดีขึ้น แต่เมื่อพิจารณาค่าคะแนนเฉลี่ยของไทยกลับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศกลุ่ม OECD อย่างมากในทุกๆด้าน เป็นที่น่าตกใจยิ่งกว่าเมื่อทราบว่าคะแนนจากกลุ่มโรงเรียนสาธิตนั้นมีคะแนนสูงมาก มากกว่าค่าเฉลี่ย OECD ในทุกๆด้านและในบางวิชามีคะแนนสูงกว่าประเทศที่ได้คะแนนสูงที่สุดเสียอีก แม้ว่าจะดูเป็นข่าวดี แต่ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่ามีนักเรียนจำนวนมากที่ได้คะแนนต่ำมากจริงๆโดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดจึงสามารถฉุดดึงค่าเฉลี่ยของประเทศได้ต่ำขนาดนี้ แม้ว่า PISA จะถูกวิจารณ์อย่างหนักถึงข้อสรุปของผลคะแนน แต่แนวโน้มทำให้เราเห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่สูงมากจนน่าเป็นกังวล

สอนมากแต่รู้น้อย การเรียนการสอนในโรงเรียนมีจำนวนชั่วโมงเรียนโดยเฉพาะวิชาวิทยาศาสตร์เกือบจะสูงที่สุดแต่ผลคะแนนนั้นต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกอย่างมาก สะท้อนถึงการขาดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการเรียนการสอน

เริ่มให้ตรงจุด จากงานวิจัยของ James Heckman นักเศรษฐศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบล ปี 2542 ชี้ให้เห็นว่าการลงทุนในเด็กเล็กจะให้ผลตอบแทนสูงกว่าในเด็กโต 7 – 10 เท่า จึงไม่แปลกใจว่าในหลายประเทศที่พัฒนาแล้วของโลกที่มีคุณครูชั้นอนุบาลและประถมศึกษาที่จบการศึกษาเฉพาะทาง

เช่น จบด้านวิทยาศาสตร์ หรือ วิศวกรรมศาสตร์ มาเป็นครูวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะสามารถให้ความรู้และตอบคำถามที่เด็กท้าทายได้ลึกซึ้งกว่ามากกว่าอ่านจากหนังสือมาสอน

มีความพยายามในการแก้ปัญหาไม่ว่าจะเป็นการปรับหลักสูตร การใช้เทคโนโลยี การขึ้นเงินเดือนครู การทำประกันคุณภาพและอื่นๆ ทั้งที่ปัญหาการศึกษาไทยเก่าๆที่ฝังรากลึกยางนานจึงจำเป็นต้องแก้ด้วยวิธีใหม่ๆควบคู่กันไป

ความคิดเดิมๆที่ว่า เด็กจบใหม่ที่เก่งๆมีความสามารถไม่เคยเห็นอาชีพครูในสายตา ไม่อยากเป็นครู ไม่เท่ห์ ไม่รวย ไปทำงานอื่นต่อก็ลำบาก กำลังจะถูกแก้ไข โดยโครงการครูอาสารูปแบบใหม่ Teach for Thailand (TFT) ที่เปิดโอกาสคนรุ่นใหม่ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ไม่จำกัดคณะมาร่วมเป็น Change Agent ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในการวงการการศึกษา สร้างโอกาสให้เด็กได้เรียนกับครูดีๆโดยเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือภาษาอังกฤษตามความถนัด โดยเริ่มจากโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร และกระจายไปสู่โรงเรียนที่ต้องการการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ต่างๆเป็นเวลา 2 ปี

สมัยก่อนเรารับใช้ชาติด้วยการเป็นทหาร เป็นรั้วของชาติ สมัยนี้ในยุคที่ต่อสู่ด้วยองค์ความรู้ การเป็นครูอาสาจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่รับใช้ชาติได้มากไม่แพ้กัน

การดำเนินงาน Teach for Thailand จะสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่เก่งๆเริ่มอยากเป็นครู ปรับทัศนคติของผู้ปกครองให้เห็นแนวทางความก้าวหน้าหากลูกเราเริ่มอาชีพด้วยการเป็นครู เปลี่ยนมุมคิดขององค์กรยักษ์ใหญ่ให้เห็นคุณค่าไม่เฉพาะสนับสนุนเงินทุนแต่สนับสนุนเส้นทางความสำเร็จของครูอาสา

เพราะในอีกไม่ช้า ประสบการณ์ “ครูอาสากับ Teach for Thailand” เพียง 2 ปี จะทำให้ใบสมัครงานของเด็กรุ่นใหม่ดูโดดเด่นขึ้นกว่าเด็กเกรดดีทั่วๆไป ฉบับหน้าเราจะมาทำความรู้จักกับ Teach for Thailand ให้มากขึ้น