ช่อง3เปิดทางถกกสทช.ออนแอร์คู่ขนานดิจิทัล

ช่อง3เปิดทางถกกสทช.ออนแอร์คู่ขนานดิจิทัล

"ประวิทย์" ช่อง3 ยืนยันสิทธิออกอากาศช่องอนาล็อกจบสัมปทานปี63 พร้อมเปิดทางเจรจา กสทช. ออกอากาศคู่ขนานดิจิทัล

วานนี้ (13 ก.ย.) สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จัดเวทีเสวนา "อยู่รอดอย่างรับผิดชอบในยุคทีวีดิจิทัล" ที่โรงแรมเดอะสุโกศล กรุงเทพฯ โดยมีวิทยากรร่วมบรรยาย ประกอบด้วย นายสมชัย สุวรรณบรรณ ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส นายพัชระ สารพิมพา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) นางววรรณี รัตนพล นายกสมาคมมีเดียเอเยนซีและธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย และนายวิสุทธิ์ คมวัชรพงษ์ นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย

ในงานเสวนาดังกล่าวมี นายประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการ บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 ซึ่งกำลังมีประเด็นขัดแย้งเกี่ยวกับแนวทางการออกอากาศคู่ขนานโทรทัศน์ระบบอนาล็อกและดิจิทัล กับ กสทช. เดินทางมาร่วมฟังการเสวนาในครั้งนี้ด้วย

เปิดทางเจรจาออนแอร์ดิจิทัล

นายประวิทย์ กล่าวแสดงความคิดเห็นในระหว่างร่วมฟังเสวนาว่า ช่อง 3 ออริจินัล (อนาล็อก) ยืนยันจะออกอากาศไปจนกว่าจะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานกับ อสมท ในปี 2563 โดยไม่มีนโยบายออกอากาศคู่ขนานระบบดิจิทัลมาตั้งแต่ต้น และถือเป็นสิทธิของช่อง 3 ในการออกอากาศอากาศระบบอนาล็อก

อีกทั้งปัจจุบันโครงข่าย(Mux)ส่งสัญญาณภาคพื้นดิน ครอบคลุมพื้นที่ 50% ของครัวเรือนไทย การแจกคูปองล่าช้ากว่ากำหนด ทำให้ผู้ชมทีวีดิจิทัลมีสัดส่วนไม่มาก ขณะที่การออกอากาศระบบดิจิทัลคู่ขนานช่องอนาล็อกของช่อง 3 จะทำให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้น ทั้งค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและต้นทุนค่าลิขสิทธิ์รายการ

หาก กสท. ต้องการให้ ช่อง 3 อนาล็อกออกอากาศคู่ขนานดิจิทัล ก็พร้อมเจรจาโดยต้องหารือร่วมกับช่อง33 เอชดี ซึ่งมีบริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด เป็นเจ้าของใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ด้วยเช่นกัน

แม้ช่อง 3 อนาล็อก จะมีผู้ถือหุ้นเดียวกับช่องดิจิทัล แต่ต่างนิติบุคคล ดังนั้นการขออนุญาตลิขสิทธิ์รายการจึงต่างกัน รวมทั้งมีแผนการดำเนินธุรกิจไม่เหมือนกัน นอกจากนี้เห็นว่าการออกประกาศ หรือกฎหมายต่างๆ ของ กสท.ที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการเปลี่ยนผ่าน สามารถแก้ไข ทบทวน และยกเลิกได้ ไม่ว่าจะเป็นประกาศ มัสต์ แคร์รี่ หรือมัสต์ แฮฟ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่โทรทัศน์ระบบดิจิทัล

นายประวิทย์ กล่าวว่ากรณีที่เสนอทางเลือกให้ช่อง 3 อนาล็อก ออกอากาศบนโครงข่ายเคเบิลและดาวเทียม ด้วยการขอใบอนุญาตเพย์ทีวี ไม่สามารถดำเนินการได้และยืนยันว่า ช่อง 3 อนาล็อกเป็น "ฟรีทีวี" มาตั้งแต่ต้น

การที่ช่อง 3 อนาล็อก ไม่ออกอากาศคู่ขนานระบบดิจิทัล หาก กสทช. เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อการแจกคูปองในเดือน ต.ค.นี้ เพราะประชาชนอาจไม่นำคูปองไปแลกซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิทัล ขอเสนอให้ กสทช. เพิ่มระบบการรับชมช่องอนาล็อกให้สามารถรับชมได้ในกล่องสัญญาณทีวีดิจิทัล รวมทั้งควรแจกคูปองทั่วประเทศทันทีไม่ใช่แจกรายจังหวัด พร้อมทั้งเร่งให้ผู้ประกอบการโครงข่ายขยายพื้นที่ส่งสัญญาณให้ประชาชนรับชมทั่วประเทศได้โดยเร็ว

"สุภิญญา"ชี้ยึดหลักกฎหมาย

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช.และกรรมการ กสท. กล่าวว่า กสทช.กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อกเป็นระบบดิจิทัล แต่เป็นการเปลี่ยนจากระบบสัมปทานเป็นระบบสัญญา พร้อมสร้างสนามการแข่งขันเสรีให้ผู้ประกอบการรายใหม่และรายเดิมในช่วงการเปลี่ยนผ่านอย่างเสมอภาค เป็นธรรม และมีความรับผิดชอบ

กรณีการออกอากาศคู่ขนานช่อง 3 อนาล็อกและดิจิทัล เกิดจาก กสทช.ไม่ต้องการให้ผู้ประกอบการรายใดตกขบวนการเปลี่ยนแปลง และเพิ่มภาระให้กับประชาชนในช่วงการเปลี่ยนผ่าน

การที่ช่อง 3 ระบุว่าพร้อมเจรจาในการออกคู่ขนาน หลังจากมีความเห็นต่างต่างกันในประเด็นดังกล่าว ระหว่างช่อง 3 และ กสท. หลังจากนี้จะต้องพิจารณาขั้นตอนต่างๆ ที่ช่อง3 เสนอมา ทั้งปัญหาทางเทคนิคและลิขสิทธิ์รายการ หากสามารถหาทางออกร่วมกันได้ แนวทางการเปลี่ยนผ่านสู่โทรทัศน์ระบบดิจิทัลจะมีทิศทางดีขึ้น

ทั้งนี้ กสท.ต้องยึดหลักกฎหมาย ตามมติ กสท. ที่ออกคำสั่งทางปกครองให้ผู้ประกอบการโครงข่าย ยุติการแพร่ภาพ ช่อง3 อนาล็อก ภายใน15 วัน หลังได้รับหนังสือคำสั่ง จากสำนักงาน กสทช.

มองว่ากรณีช่อง3 อนาล็อกและช่อง3 ดิจิทัล เป็นบริษัทต่างนิติบุคคล แต่มีผู้ถือหุ้นกลุ่มเดียวกัน หากตีความตามกฎหมาย อำนาจการตัดสินใจคือคนเดียวกัน จึงไม่ใช่ปัญหาหลักในการขออนุญาตออกอากาศคู่ขนาน เพราะกรณีช่อง7 ที่อยู่ระหว่างการเจรจายกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทีวีดิจิทัล และมีลิขสิทธิ์รายการเหมือนช่อง 3 แต่ระหว่างยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ช่อง 7 ได้มีการออกคู่ขนานไปก่อน

"การแก้กฎกติกา หรือประกาศต่างๆ ในระยะยาว มองว่าสามารถดำเนินการได้ แต่ในช่วงเริ่มต้นการออกอากาศทีวีดิจิทัล ทุกคนควรในลู่วิ่ง และในสนามเดียวกันก่อน" นางสาวสุภิญญา กล่าว

จับตาทางรอดยุคทีวีดิจิทัล

สำหรับการเสวนา เรื่อง "อยู่รอดอย่างรับผิดชอบในยุคทีวีดิจิทัล" นายสมชัย สุวรรณบรรณ ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส กล่าวว่าหลังเริ่มต้นออกอากาศทีวีดิจิทัล ในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา มองว่าทั้ง 24 ช่อง อาจอยู่รอดได้ 70-80% ส่วนปัจจัยการอยู่รอดเชิงโครงสร้างอยู่ที่ กสทช. ต้องสร้างกลไกการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขณะที่ผู้ประกอบการต้องกำหนดทิศทางการลงทุนที่เหมาะสมกับธุรกิจ แต่หากรายใดสายป่านไม่ยาว แต่ทุ่มงบประมาณลงทุนสูง จะอยู่ในภาวะลำบากในสนามแข่งขันทีวีดิจิทัล

นายพัชระ สารพิมพา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ กล่าวว่าปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อทีวีดิจิทัลในขณะนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการดำเนินงานของ กสทช. จากแผนการแจกคูปองที่ล่าช้ากว่ากำหนดเดิม การขยายโครงข่ายล่าช้า ดังนั้นหากประชาชนที่ต้องการรับชมทีวีดิจิทัล ไม่รอคูปองและติดตั้งจานดาวเทียมเพื่อรับชม หลังจากนี้การขยายโครงข่ายครอบคลุมทั่วประเทศและการคูปองอาจไม่เป็นประโยชน์ต่อทีวีดิจิทัล

นายวิสุทธิ์ คมวัชรพงศ์ นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กล่าวว่าการเกิดขึ้นของทีวีดิจิทัล ถือเป็นโอกาสทองของบุคลากรในแวดวงสื่อ จากการแย่งชิงตัวของผู้ประกอบการทีวีช่องใหม่ แต่หลังการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคทีวีดิจิทัล

ทางออกและความอยู่รอดในธุรกิจ จะต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคม และการทำหน้าที่ดีของสื่อมวลชน

นางวรรณี รัตนพล นายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย กล่าวว่าการเกิดขึ้นของทีวีดิจิทัล 24 ช่อง ทำให้ผู้ชมมีทางเลือกในการรับชมทีวีมากขึ้น แต่การตัดสินใจใช้งบโฆษณาผ่านสื่อทีวี จะขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ชม(เรทติ้ง) หากช่องใดมีผู้ชมจำนวนมาก เอเยนซีและสินค้าพร้อมใช้งบโฆษณากับช่องดังกล่าว

กรณีช่อง 3 อนาล็อก หากไม่สามารถออกอากาศผ่านโครงข่ายเคเบิลและดาวเทียมได้ ส่งผลให้คนดูหายไป 70% จากช่องทางดังกล่าว ซึ่งคนกลุ่มนี้อาจย้ายไปดูผ่านช่องทางออนไลน์ เอเยนซีและสินค้าพร้อมจะจัดสรรงบโฆษณาไปยังสื่อออนไลน์ทดแทนเช่นกัน เอเยนซีเลือกลงโฆษณาจากจำนวนผู้ชม ไม่ได้เลือกที่แพลตฟอร์มหรือสื่อใด เพราะมีหน้าที่ต้องใช้เม็ดเงินของลูกค้าให้ได้ประโยชน์สูงสุด