'ไชน่าโมบายล์' พบ กสทช.ส่งสัญญาณโทรคมไทยเดือด

'ไชน่าโมบายล์' พบ กสทช.ส่งสัญญาณโทรคมไทยเดือด

จับตากลุ่มทรูผนึกไชน่าโมบายล์ เปิดเกมรุกโทรคมไทยเต็มสูบ "ศุภชัย"ควงซีอีโอ พบ กสทช.อ้อนเป็นพันธมิตรร่วมกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (10 ก.ย.) นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการและประธานคณะผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น พร้อมด้วยกลุ่มผู้บริหารบริษัท ไชน่า โมบายล์ จำกัด รวม 13 คน นำโดย นายหลี่ เยว่ หัวหน้าคณะผู้บริหาร เข้าพบ พล.อ.อธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พ.อ. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร นายประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ กรรมการกสทช.และนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช.

ยันไร้ปัญหาเกณฑ์ต่างด้าว

นายฐากร ระบุว่า การเข้าพบดังกล่าวกลุ่มทรูได้แนะนำพันธมิตรการดำเนินธุรกิจใหม่ ซึ่งเมื่อทั้ง 2 บริษัทเป็นพันธมิตรกันแล้วเท่ากับว่าไชน่า โมบายล์อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของเรคกูเลเตอร์ไทย และต้องปฏิบัติตามระเบียบและประกาศของสำนักงานกสทช.

ทั้งนี้ ไชน่า โมบายล์ได้รายงานตัวเลขยอดใช้โทรศัพท์มือถือในจีน ระบุว่า หากเทียบจำนวนประชากรแล้วในไทยเติบโตมากกว่าหลายเท่าตัว ทำให้ไชน่า โมบายล์ต้องเข้ามาทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือในไทยร่วมกับกลุ่มทรู

รวมทั้งยังพูดคุยประเด็นถือครองหุ้นในกิจการโทรคมนาคมโดยคนต่างด้าว โดยระบุว่า กฎหมาย กสทช.ให้สิทธิ์ถือครองได้สัดส่วนไม่เกิน 49% และต้องไม่กระทำการที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว มี 8 ข้อ เช่น 1.ครอบงำผ่านการให้คนต่างด้าวถือหุ้นไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม 2.ครอบงำกิจการผ่านถือหุ้นโดยคนต่างด้าวเอง หรือตัวแทนคนต่างด้าว โดยหุ้นดังกล่าวมีสิทธิพิเศษในการออกเสียงลงมติในการประชุมผู้ถือหุ้นเกินกว่าสัดส่วนหุ้นที่ถือไว้จริง หรือเป็นหุ้นที่มีสิทธิพิเศษเหนือกว่าหุ้นของผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย

3.ครอบงำกิจการผ่านคนต่างด้าวที่มีอำนาจควบคุมหรือมีอิทธิพลกำหนดนโยบาย การบริหารจัดการ การดำเนินงาน หรือการแต่งตั้งกรรมการหรือผู้บริหารระดับสูง 4.ครอบงำกิจการผ่านการมีนิติสัมพันธ์กับแหล่งที่มาเงินลงทุนและเงินกู้จากคนต่างด้าวหรือบุคคลในเครือ

5.ครอบงำผ่านการทำสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา สัญญาแฟรนส์ไชส์ หรือสัญญาที่ให้สิทธิแต่เพียงผู้เดียวกับคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลในเครือ และสัญญาดังกล่าวมีผลเป็นการถ่ายโอนค่าใช้จ่ายและผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่คนต่างด้าว

ทั้งนี้ กลุ่มทรู ได้ร่วมพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับ ไชน่า โมบายล์ ด้วยการจัดสรรหุ้นแบบเฉพาะเจาะจง มูลค่า 28,600 ล้านบาท คิดเป็น 18% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด พร้อมจัดสรรหุ้นสามัญใหม่เพื่อเสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิม มูลค่า 36,400 ล้านบาท รวมมูลค่าทั้งหมด 65,000 ล้านบาท

นายฐากร กล่าวเสริมว่า ส่วนของไทยได้เสนอตัวเลขการใช้โทรศัพท์มือถือ โดยปี 2557 คาดว่าจะมีเลขหมายโทรศัพท์มือถือราว 110 ล้านเลขหมาย เลขหมาย3จี ราว 65 ล้านเลขหมาย ตลาดสมาร์ทโฟนมีอัตราการเติบโต 30% โดยในอุตสาหกรรมนี้มีมูลค่ามากกว่า 9,300 ล้านดอลลาร์

หวั่นเกณฑ์พิจารณาผู้มีอำนาจเหนือตลาดกระทบผู้บริโภค

นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช. ด้านคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช.สัปดาห์ที่ผ่านมาเห็นชอบร่างประกาศ กสทช. เรื่อง นิยามตลาดและขอบเขตตลาดโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง พ.ศ. ... และ ร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาผู้มีอำนาจเหนือตลาดในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ... ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขประกาศที่บังคับใช้อยู่เดิม ทั้งเรื่องนิยามตลาดและหลักเกณฑ์พิจารณาผู้มีอำนาจเหนือตลาด ขณะนี้ร่างประกาศใหม่ 2 ฉบับ รอประกาศในราชกิจจานุเบกษา

หากประกาศใหม่บังคับใช้อาจทำให้ผู้มีอำนาจเหนือตลาดเดิม ไม่ถูกกำกับดูแลตามประกาศ กสทช. เรื่อง อัตราขั้นสูงของค่าบริการโทรคมนาคมสำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเสียงภายในประเทศ พ.ศ. 2555 โดยประกาศอัตราขั้นสูงกำหนดว่า ผู้ประกอบการที่มีอำนาจเหนือตลาดต้องคิดค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเสียงไม่เกิน 99 สตางค์ต่อนาที

“อุตสาหกรรมโทรคมไทยมีผู้ประกอบการไม่มากนัก ทำให้ผู้ประกอบการมีอำนาจต่อรองมาก ค่าบริการจึงมักมีราคาแพงและไม่สะท้อนต้นทุน การไม่มีเกณฑ์ใดๆ จำกัดการขึ้นราคาค่าบริการ ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง ที่ผ่านมาแม้จะมีข้อถกเถียง การกำกับค่าบริการปลายทางประเภทเสียง 99 สตางค์เป็นแนวทางการกำกับดูแลตลาดขายปลีกที่เหมาะสมหรือไม่ ต้องยอมรับว่า นับเป็นแนวทางที่ชัดเจนแนวทางเดียวที่ กสทช.ใช้กำกับราคาค่าบริการเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากค่ายมือถือ" นายประวิทย์กล่าว