จุดยืน3กสท.สั่ง'จอดำ'ช่อง3

จุดยืน3กสท.สั่ง'จอดำ'ช่อง3

ประชุมบอร์ด กสท. ล่ม นัดถกใหม่จันทร์นี้ กรณี "ช่อง3 อนาล็อก" "สุภิญญา-พีระพงษ์-ธวัชชัย" แสดงจุดยืน "จอดำ"

ประชุมบอร์ด กสท. ล่ม นัดถกใหม่ จันทร์นี้ กรณี "ช่อง3 อนาล็อก" 3 กรรมการ "สุภิญญา-พีระพงษ์-ธวัชชัย" แสดงจุดยืนออกคำสั่งทางปกครอง โครงข่ายดาวเทียม-เคเบิล "จอดำ" ช่อง3 ยันทำหน้าที่ตามมติ กสท.ไม่หวั่นคดีฟ้องร้อง พร้อมเปิดทางเจรจาหาทางออกอากาศ ด้านช่อง 3 แจงเหตุไม่ออนแอร์คู่ขนาน-ขอใบอนุญาตเพย์ทีวี นทีทวิตแจงแก้ปัญหาต้องไม่กระทบประชาชน ด้านประยุทธ์ชี้ให้รอบคอบ

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) จัดประชุม บอร์ด กสท. วาระพิเศษกรณี ช่อง 3 อนาล็อก วานนี้ (5 ก.ย.) ในเวลา 14.00 น. และเลื่อนเป็นเวลา 16.00 น. โดยในเวลา 15.30 น. เลขาธิการฝ่ายกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แจ้งที่ประชุมว่า บอร์ด กสท.2 คน คือ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ และ พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่า ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ ทำให้ต้องยกเลิกการประชุมบอร์ด กสท. โดยกำหนดจัดประชุมพิจารณาวาระดังกล่าวอีกครั้ง ในวันจันทร์ที่ 8 ก.ย.นี้

หลังยกเลิกการประชุมวานนี้ 3 กรรมการ กสท. ประกอบด้วย นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ และนายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน แสดง "จุดยืน" ว่าจะปฏิบัติหน้าที่ตามมติ กสท. ออกคำสั่งทางปกครองไปยัง โครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวี ให้ปฏิบัติ ตามมติ กสท. วันที่ 1 ก.ย. 2557 "ไม่ขยายเวลา" ทีวีอนาล็อก รวมทั้งช่อง 3 อนาล็อก ทำหน้าที่ "ฟรีทีวี" ส่งผลให้โครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวี ไม่มีหน้าที่เผยแพร่ช่องอนาล็อก อีกต่อไป

ปัจจุบันทีวีอนาล็อก ทุกช่อง ยกเว้นช่อง 3 มีการออกอากาศคู่ขนานระบบดิจิทัล ทำให้มีฐานะเป็นฟรีทีวี และรับชมได้ผ่านโครงข่ายเคเบิลและดาวเทียม ขณะที่ช่อง 3 อนาล็อก ไม่ออกอากาศคู่ขนานดิจิทัล ดังนั้นกรณีที่ บอร์ด กสท. มีมติ ออกคำสั่งทางปกครอง โครงข่ายเคเบิลและดาวเทียม "ห้ามเผยแพร่" ช่อง 3 อนาล็อก ส่งผลให้ "จอดำ" ในกลุ่มผู้ชม 15 ล้านครัวเรือน หรือ 70% ครัวเรือนไทยทั่วประเทศ

แจงไม่ออกคำสั่งเสี่ยง"ละเว้นปฏิบัติ"

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสท.กล่าวว่า หลังมีมติ กสท. ไม่ขยายเวลาช่องอนาล็อก ทำหน้าที่ฟรีทีวี เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา กรรมการ กสท.จำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่ตาม มติ ดังกล่าว โดยต้องพิจารณา ออกคำสั่งทางปกครอง ไปยัง "โครงข่ายเคเบิลและดาวเทียม" ห้ามออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก เนื่องจากไม่มีฐานะ เป็นฟรีทีวี และช่องเพย์ทีวี ที่สามารถออกอากาศผ่านโครงข่ายดังกล่าวได้

ทั้งนี้ ความคิดเห็นส่วนตัว จะเสนอที่ประชุมบอร์ด กสท. ให้โครงข่ายเคเบิลและดาวเทียม แจ้งเตือนไปยังผู้ชมเป็นระยะเวลา 15 วัน ว่าจะไม่สามารถรับชมช่อง 3 อนาล็อกได้

อย่างไรก็ตามช่อง 3 อนาล็อก มีทางออกในการแก้ไขปัญหาจอดำ ในโครงข่ายเคเบิลและดาวเทียม ด้วยการนำช่อง 3 อนาล็อก มาออกอากาศคู่ขนานดิจิทัล และขอใบอนุญาตเพย์ทีวี โดยรับเงื่อนไขลดเวลาโฆษณา จาก 12 นาทีทางช่องทางอนาล็อก เหลือ 6 นาทีทางช่องเพย์ทีวี โดย บอร์ด กสท.พร้อมจะเร่งพิจารณาแนวทางต่างๆ ที่ช่อง 3 เสนอมาโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากกรณีจอดำ

"กรรมการ กสท. จำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่ ตามกฎหมาย เพราะหากไม่ทำหน้าที่ ก็เสี่ยงที่จะเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ได้เช่นกัน กรณีออกคำสั่งทางปกครองที่เกิดขึ้น ยอมรับว่ามีโอกาสที่จะถูกฟ้องร้องตามมา และรับผิดชอบหากเกิดกรณีดังกล่าวทั้ง คดีแพ่งและอาญา" นางสาวสุภิญญา กล่าว

พลโท.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการ กสท. กล่าวเสริมว่าการทำหน้าที่เป็นองค์กรอิสระ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงกรณีการฟ้องร้องจากผู้ประกอบการที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลได้

เปิดทางช่อง3เจรจาทางออก

นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการ กสท. กล่าวว่า ปัจจุบันช่อง 3 ยังไม่เสนอแนวทางแก้ปัญหาการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ผ่านโครงข่ายเคเบิลและดาวเทียมมายัง กสท. อย่างไรก็ตามก่อนจะถึงการประชุมบอร์ด กสท. ในวันจันทร์นี้ อาจมีแนวทางอื่นๆ เข้ามาเป็นทางเลือกในการแก้ปัญหา โดยไม่เกิดปัญหาจอดำ และส่งผลกระทบกับประชาชน

ทั้งนี้ บอร์ด กสท. พร้อมพิจารณาทางออกในการแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคในการนำช่อง 3 อนาล็อกมาออกอากาศคู่ขนานระบบดิจิทัล ทั้งการพิจารณาเรื่องค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัลรายปี ที่ต้องจ่ายให้ สำนักงาน กสทช. และกองทุนสื่อ ในอัตรา 4% ของรายได้ต่อปี ในขณะที่ ช่อง 3 อนาล็อก ยังมีภาระต้นทุนจากค่าสัมปทานจ่ายรายปีให้กับ อสมท

อย่างไรก็ตามหากช่อง 3 อนาล็อก ไม่เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการออกอากาศผ่านโครงข่ายเคเบิลและดาวเทียม กรรมการ กสท. จำเป็นต้องพิจารณาปฏิบัติตามหน้าที่ด้วยการออกคำสั่งทางปกครอง ให้โครงข่ายห้ามออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ซึ่งที่ผ่านมา ช่อง 3 มีเวลาพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวในช่วง 100 วันที่ กสท.ขยายเวลาการทำหน้าที่เป็นฟรีทีวี แต่ช่อง 3 ไม่ได้ดำเนินการใดๆ

นทีแจงแก้ปัญหาช่อง3ไม่กระทบประชาชน

ด้าน พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธาน กสท. ทวิตข้อความชี้แจ้ง กรณีช่อง 3 ว่าหลังจากมีการหารือกับผู้ประกอบกิจการทีวีดิจิทัล และช่อง 3 เมื่อ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา จะนำความเห็นของทุกฝ่ายจะถูกประมวล เพื่อนำไปสู่แนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะและประชาชน

โดยความเห็นส่วนตัวมองว่ากระบวนการการแก้ไขปัญหา ควรมีกรอบดังนี้ คือ ประชาชนจะต้องไม่ได้รับผลกระทบ ได้รับบริการโทรทัศน์โดยต่อเนื่อง จนกว่าจะได้ข้อยุติกระบวนการแก้ไขปัญหา อีกทั้งเป็นไปตามกฎหมาย ประกาศ กสทช. มติ กสท. และ มติ กสทช. ที่เกี่ยวข้อง

แนวทางการแก้ปัญหาต้องเกิดผลดีต่อกระบวนการเปลี่ยนผ่านการให้บริการโทรทัศน์ไปสู่โทรทัศน์ระบบดิจิทัล มีกระบวนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบด้วยมาตรฐานเดียวกัน และต้องเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน

ทั้งนี้ กระบวนการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมีความสำคัญ และมีผลกระทบต่อประชาชน และประโยชน์สาธารณะในวงกว้าง โดย กสท. จำเป็นต้องมีกระบวนการแก้ไขปัญหาด้วยความรอบคอบ และบังคับใช้กฎหมายในขั้นตอนสุดท้าย

ประยุทธ์ชี้แก้ปัญหาต้องรอบคอบ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ/ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" ถึงกรณีออกอากาศของระบบทีวีดิจิทัลว่า ได้หารือกัน ให้ กสทช. (คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) กสท. (คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์) ไปดำเนินการเรื่อง ส่วน คสช. จะดูแลให้ในภาพรวม

"ผมถือว่าเป็นการแก้ปัญหาของท่าน ต้องรอบคอบ และเป็นไปตามกฎหมาย แล้วคำนึงถึงประชาชนด้วยว่า จะทำอย่างไร เขาจะได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด การแจกคูปองเร่งรัดให้ทำให้เร็วกว่าเดิม อนุมัติไปแล้วก็ต้องรีบดำเนินการให้ถึงประชาชนให้ได้โดยเร็ว จะได้ลดปัญหาอื่นๆ ไป"

ช่อง3ชี้แจ้ง"ไม่ออกอากาศคู่ขนาน"

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ออกคำชี้แจงเหตุผลที่ไม่ออกอากาศคู่ขนาน 3 ข้อ

1.ช่อง 3 โดยบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ไม่ได้เข้าร่วมประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัล เนื่องจากติดเงื่อนไขสัญญาสัมปทานเดิม ช่อง 3 จึงไม่มีใบอนุญาตช่องรายการในระบบดิจิทัล

2. บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด ซึ่งประมูลได้ช่องทีวีดิจิทัลมา 3 ช่อง ก็ไม่สามารถจะนำ "ช่อง 3 " ไปออกอากาศคู่ขนานได้ เนื่องจากผิดกฎกติกาของ กสทช. เอง ที่กำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาต จะต้องดำเนินการด้วยตนเอง

3. ถ้า กสท. จะอนุญาตให้บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด นำรายการของช่อง 3 ไปออกอากาศคู่ขนาน (Pass Through) โดยที่สัญญาณ เนื้อหารายการและโฆษณาของช่อง 3 จะต้องไม่ถูกดัดแปลง แก้ไขใดๆ ทั้งสิ้น ไม่เช่นนั้น จะก่อให้เกิดปัญหาแก่ช่อง 3 ในเรื่องลิขสิทธิ์รายการ จากเจ้าของลิขสิทธิ์ได้ และยังมีขั้นตอนที่ทั้ง บีอีซี-มัลติมีเดีย และบางกอกเอนเตอร์เทนเม้นต์ ต้องไปดำเนินการระหว่างกันให้ถูกต้อง อีกทั้งยังต้องไปหารือทำความตกลงกับ กสท. ในเรื่องการขออนุญาต ค่าประมูล ค่าสัมปทาน ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้ถูกต้องตามกฎและเป็นธรรมต่อไป

เมินขอใบอนุญาต"เพย์ทีวี"

นอกจากนี้ ช่อง 3 ยังชี้แจ้ง กรณีไม่ขออนุญาตช่อง"เพย์ทีวี" โดยระบุว่า 1.ช่อง 3 ได้ฟ้องร้องศาลว่ามติ กสท. ในเรื่องห้ามโครงข่ายดาวเทียม และเคเบิล เอาสัญญาณ ช่อง 3 ไปออกอากาศนั้นเป็นมติที่ไม่ชอบ เรื่องนี้ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล ศาลยังไม่ได้ตัดสินว่าใครถูกใครผิด ถ้าช่อง 3 ไปขออนุญาตเป็นช่องเพย์ทีวี จะส่งผลให้ช่อง 3 แพ้คดี ก่อนที่ศาลจะตัดสินเรื่องนี้ หาก กสท.ด่วนใช้อำนาจบังคับใช้กฎหมาย ทำให้ ช่อง 3 "จอดำ" ก็ขอให้ทราบว่าเป็นเรื่องที่ กสท. ตัดสินดำเนินการ ทั้ง ๆ ที่มีทางเลือกอื่น เช่น การขยายเวลาบังคับใช้มติ หรือรอคำสั่งศาลปกครอง เป็นต้น

2.แม้ช่อง 3 จะไปขออนุญาตเป็นเพย์ทีวี ตามที่ กสท.แนะนำ เพื่อให้โครงข่ายดาวเทียม และเคเบิลเอาสัญญาณของช่อง 3 ไปออกอากาศได้นั้น เจ้าของสิทธิรายการของช่อง 3 จะถือว่าเป็นธุรกิจใหม่ ประเภทเพย์ทีวี จะต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ใหม่ และค่าธรรมเนียมใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะมีการดัดแปลง แก้ไขสัญญาณ เนื้อหารายการ หรือโฆษณา หรือไม่ก็ตามจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จะไปขอใบอนุญาตเป็นเพย์ทีวีได้