อพวช.จัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2557 ยกโลกยุคน้ำมาแข็งพร้อมสัตว์ดึกดำบรรพ์มาโชว์เพียบที่เชียงใหม่
งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2557 องค์การพิพธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยกทัพความอลังการแห่งเทคโนโลยี สีสัน และความตระการตาไปไว้ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จ.เชียงใหม่ ถือเป็นการจัดงานในต่างจังหวัดครั้งแรก ทั้งนี้ เพื่อคืนและกระจายความสุขให้กับประชาชน
งานเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 - 28 สิงหาคม นี้ รวม 17 วันเต็มๆ ที่ อพวช. จะขนไฮเทคโนโลยีพร้อมทั้งสิ่งประดิษฐ์คิดค้นใหม่ๆ มานำเสนอ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว "พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย" และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช "พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย" และ "พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย" โดยร่วมกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ อาทิ อังกฤษ ญี่ปุ่น เยอรมนี จีน เป็นต้น และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กลาโหม พลังงาน อุตสาหกรรม ศึกษาธิการ สาธารณสุข เป็นต้น รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ อีกกว่า 100 หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งจะมีการแสดงความก้าวหน้า ศักยภาพทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่ทันสมัย
นายวีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า ไฮไลต์สำคัญของมหกรรมวิทยาศาสตร์ปีนี้ คือ การยกเอาโลกยุคน้ำแข็ง และสัตว์ดึกดำบรรพ์ยุคน้ำแข็งมาให้เด็กๆ และผู้สนใจเข้าไปชม และศึกษาหาความรู้กัน
“เรานำสัตว์ดึกดำบรรพ์ 6 ชนิด มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย คือ ช้างแมมมอธ ขนปุย ขนาดความสูง 4 เมตร ยาว 5 เมตร เหมือนจริงเคลื่อนไหวได้ ตัวมาครอคีเนีย หรือ ตัวยาม่าใหญ่ ลำตัวมีขนาดเล็กกว่าอูฐปัจจุบัน จัดเป็นสัตว์ในกลุ่ม “สัตว์กีบส้นเรียบ” ชนิดสุดท้ายที่เหลือรอดในทวีปอเมริกาใต้ ช้างมาสโตดอน น้ำหนักเกือบ 4 ตัน เสือเขี้ยวดาบ “สไมโลดอน” สัตว์ในวงศ์แมวป่าที่มีขนาดใกล้เคียงกับสิงโต หมียุคน้ำแข็ง – พาราร์คโตเธเรียม สัตว์กินเนื้อขนาดใหญ่ที่อพยพจากทวีปอเมริกาเหนือสู่ทวีปอเมริกาใต้ ม้าอเมริกาใต้ – ฮิปปิเดียน ที่สำคัญจะมีการนำโครงกระดูกไดโนเสาร์ ความยาวกว่า 36 เมตร สูง 7 เมตรมาจัดแสดงด้วยซึ่งไม่อยากให้พลาดการชมเพราะการนำสัตว์ขนาดใหญ่มาจัดแสดง ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นอกจากนี้ ยังมีการแสดงพิเศษๆ ที่ไม่เคยนำมาจัดแสดง อาทิ จิกแกนโนโตซอรัส กาโรลินี หรือ“สัตว์เลื้อยคลานยักษ์จากตอนใต้ของรูเบ็น กาโรลินี” อาร์เจนติโนซอรัส วินคุเล็นซิส หรือ “สัตว์เลื้อยคลานแห่งอาร์เจนติน่าจากปลาซ่า วินคุล” เป็นต้น” นายวีระพงษ์ กล่าว
ในส่วนที่ต่างประเทศนำมาแสดงก็น่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กัน เช่น ประเทศอังกฤษ นำ "โรโบชอป" หุ่นยนต์สำรวจทางอากาศเป็นเครื่องมือในการเฝ้าระวัง ติดตามและจัดการกับภัยพิบัติธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมและแผ่นดินไหว ประเทศเยอรมนี มีนิทรรศการ Mathematikum คณิตศาสตร์ที่คุณสัมผัสได้ ประเทศญี่ปุ่น มีอ้อยสายพันธุ์ใหม่รวมทั้งความก้าวหน้าทางด้านการเกษตร การป่าไม้และการประมง มาจัดแสดง เป็นต้น
ด้าน นายสาคร ชนะไพฑูรย์ รักษาการผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ในฐานะผู้จัดงานครั้งนี้ บอกว่า ปีนี้ได้เตรียมความพร้อมและความพิเศษทุกๆ ด้านเพื่อรองรับผู้เข้าชมจำนวนมาก เริ่มจากความยิ่งใหญ่ของนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และพระบรมวงศานุวงศ์ การแสดงนวัตกรรมล้ำยุคให้เยาวชนและผู้ที่สนใจได้เปิดมุมมองการเรียนรู้ผ่าน การนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบสื่อมัลติมีเดียใหม่ เพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้เข้าชม เป็นการเรียนรู้ที่เสมือนจริงและมีประสิทธิภาพสูงในนิทรรศการการเรียนรู้ต้น กำเนิดของโลกจากยุคน้ำแข็ง (ICE AGE) การสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ สัตว์ดึกดำบรรพ์และแมมมอธ จนมาสู่ยุคปัจจุบัน
"ที่ผมนำเสนอมากคือ โรงภาพยนตร์ 4 มิติ ที่เราจะจำลองประวัติศาสตร์ เพื่อย้อนรอยประวัติศาสตร์การเกิดภัยพิบัติของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคน้ำแข็ง เข้าไปในห้องนี้ จะพบกับความหนาวเย็น และจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว ที่ รู้สึกได้จริงๆ จากประสาทสัมผัส คือ การมองเห็น การได้ยินเสียง และความรู้สึก รับรองว่าน่าตื่นเต้น น่าสนใจ และประสบการณ์ดังกล่าว เรียกว่าเรียนรู้เรื่องโลกหนาวจากภาวะโลกร้อน เรื่องนี้น่าจะเป็นส่วนจูงใจให้เยาวชนสนใจในเรื่องวิทยาศาสตร์มากขึ้น" นายสาคร บอก
และเพื่อเป็นการร่วมฉลองปีสากลแห่งผลึกศาสตร์ ภายในงานจะนำเอาความรู้เกี่ยวกับผลึกทั้งในธรรมชาติและผลึกที่มนุษย์สร้าง ขึ้น รวมทั้งงานวิจัยที่เกี่ยวกับผลึก ชมความงดงามของถ้ำแห่งผลึก และทำความรู้จักกับผลึกและความสำคัญของผลึก นอกจากนี้ ยังได้พบกับนวัตกรรมการเกษตรแห่งลุ่มน้ำล้านนา นำเสนอวิธีการจัดการน้ำในชุมชนโดยเฉพาะของล้านนา แสดงภูมิปัญญาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลงานทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ อีกมากมายนักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไปที่สนใจ สามารถเข้าชมงาน "มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2557" ไปตักตวงเอาความรู้ ความเพลิดเพลิน เสริมปัญญาในงานนี้ ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น





