ดร.การดี ฉายภาพความรู้ความเข้าใจเรื่อง ประชาคมอาเซียน ของประชาชน 6 ประเทศว่า มีความเข้าใจมากน้อยแค่ไหน อย่างไร
ในขณะที่เรากำลังตื่นตัวกับการเป็นประชาคมอาเซียน เสาหลักที่ได้รับความสนใจสูงที่สุดอย่างต่อเนื่องคือเสาหลักด้านเศรษฐกิจ จนทำให้หลายคนเข้าใจผิดไปแล้วว่า ปี 2015 คือการก้าวเข้าสู่ประชาเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community - AEC จนมีประโยคที่ฟังดูแปลกๆอย่างเช่น “AEC กำลังจะมา” ทำให้หลายคนยังคิดว่าเมื่อพ้นปี 2015 ไปแล้วนั้นทุกอย่างจะเปลี่ยนไป สินค้า บริการ รวมทั้งแรงงานจากอาเซียนจะหลั่งไหลเข้ามาจนเกิดการแข่งขันกันอย่างดุเดือด
แท้จริงแล้วเมื่อเราตื่นขึ้นมาในวันที่ 1 มกราคม 2516 ทุกอย่างก็จะเหมือนเดิม เพราะการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่สิ่งที่ทำให้หมุดปี 2015 มีความสำคัญขึ้นมาคือ เป็นปีที่ประเทศสมาชิกต้องดำเนินการตามเป้าหมายในระยะที่ 1 ของ ASEAN Community Blueprint ดั้งนั้นเมื่อก้าวข้ามปี 2015 ไปแล้ว อาเซียนก็จะมีเป้าหมายในระยะที่ 2 3 และ 4 ต่อๆไป
นอกเหนือจากด้านเศรษฐกิจ ประชาคมอาเซียนยังมีอีกสองเสาหลักที่สำคัญคือความเข้าใจด้านสังคมและวัฒนธรรม ความพยายามในการลดช่องว่างในการพัฒนา และให้ความสนใจกับ “คน” เป็นหลัก นั่นคือ ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community – ASCC) และด้านการเมืองและความมั่นคง (ASEAN Political Security Community – APSC)
จากความตื่นตัวเกี่ยวกับอาเซียนและการเปลี่ยนแปลงที่ไม่สมดุล มุ่งเพียงแต่ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ โดยลืมมองความแตกต่างและช่องว่างในการพัฒนาและรากเหง้าที่แตกต่างทางสังคมและวัฒนธรรม อาจจะนำไปสู่การพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน คนที่สามารถเข้าถึงโอกาสได้จะได้ประโยชน์มากขึ้น คนที่ด้อยโอกาสจะยิ่งห่างไกลจากโอกาสไปเรื่อยๆ คนรวยจะรวยขึ้น คนจนจะจนลง และนี่ก็ไม่ใช่ปลายทางที่เราต้องการ ดังนั้น ASCC และ APSC จึงมีความสำคัญไม่น้อยกว่า AEC แต่อย่างใด
เราควรเริ่มจากการทำความเข้าใจของชาวอาเซียน ต่อการรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียนก่อน จากการสำรวจของ JWT ในปี 2013 โดยทำการสำรวจจากชาวอาเซียน 2,400 คน อายุระหว่าง 20 ถึง 49 ปี จาก 6 ประเทศคือ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์
พบว่า โดยทั่วไปแม้ว่าจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนไม่มาก แต่ชาวอาเซียนส่วนใหญ่มีความรู้สึกเชิงบวกกับประชาคมอาเซียนและเชื่อว่าจะทำให้มีโอกาสทางเศรษฐกิจดีขึ้น
Asian หรือ ASEAN? เมื่อถามความรู้สึกของคนใน 6 ประเทศถึงความผูกพันและการบ่งชี้สถานะตนเองว่าเป็นชาเอเชียหรือชาวอาเซียนมากกว่ากัน ปรากฏว่าคนเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และไทยรู้สึกว่าตนเองเชื่อมโยงกับอาเซียนมากกว่าเอเชีย โดยสัดส่วนของไทยจะสูงที่สุดคือ 69% ที่บ่งชี้สถานะตัวเองว่าเป็นอาเซียน ในขณะที่ชาวอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์จะบ่งชี้ตัวเองว่าเป็นคนเอเชียมากกว่าเป็นอาเซียน ที่น่าแปลกใจคือ แม้ว่าสำนักงานเลขาธิการ ASEAN ตั้งอยู่ในกลางกรุงจากาตาร์ แต่ชาวอินโดนีเซียกลับมีความรู้สึกผูกพันกับอาเซียนน้อยกว่าเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และไทย
จุดร่วมของชาติอาเซียน ใครเหมือนใคร? เมื่อถามถึงความรู้สึกเชื่อมโยงของคนแต่ละประเทศ ว่ารู้สึกว่าตนเองมีความคล้ายกันกับคนในประเทศใดมากที่สุดทั้งในเชิงวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ กลับมีคำตอบที่น่าสนใจ เพราะคนแต่ละประเทศคิดไม่เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น 91% ของคนอินโดนีเซีย คิดว่าตนเองมีวัฒนธรรมความคล้ายคลึงกับชาวมาเลเซีย ในขณะที่ 90% ของชาวมาเลเซียรู้สึกว่าตนเองมีความเหมือนกับชาวสิงคโปร์มากกว่า ส่วนกว่า 70% ของชาวฟิลิปปินส์รู้สึกว่ามีวัฒนธรรมคล้ายกับชาวไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย สำหรับคนไทย 92% ตอบว่าไทยมีความคล้ายกันกับชาวลาว ในขณะที่ชาวเวียดนามนั้น 79% รู้สึกใกล้ชิดกับประเทศจีนและมีวัฒนธรรมคล้ายกับจีนมากกว่าชาติอื่นๆในอาเซียน
จะเห็นได้ว่า อาเซียนคือความแตกต่าง หรือ Fragmented ASEAN เราจึงต้องให้ความสำคัญในการทำความเข้าใจถึงความต่างนี้ ครั้งหน้าติดตามมุมมองของชาวอาเซียนกับสินค้าอาเซียนใน อาเซียนนิยม ตอนที่ 2
*บทความโดย ผศ.ดร. การดี เลียวไพโรจน์ Thammasat Business School มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์





