วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สถาปัตย์บำบัด

โมเดลหรือคู่มือมือปรับปรุงบ้านจากโครงการ "สถาปัตย์บำบัด" ผลงานจากนักคิดของบริษัทด้านสถาปัตย์จาร์เค็น

โมเดลหรือคู่มือมือปรับปรุงบ้านจากโครงการ "สถาปัตย์บำบัด" ผลงานจากนักคิดของบริษัทด้านสถาปัตย์ จาร์เค็น ร่วมกับทีมแพทย์พยาบาลโรงพยาบาลรามาธิบดี สานฝันผู้สูงวัย ผู้ป่วยโรคกระดูกและโรคหลอดเลือดสมอง ได้สัมผัสการตกแต่งบ้านอย่างมีสุนทรียภาพ

โครงการสถาปัตย์บำบัด (Architectural Therapy) มีเป้าหมายที่จะรวบรวมความรู้ด้านการดูแลสุขภาพมาประยุกต์ใช้กับงานออกแบบที่พักอาศัย สำหรับผู้ป่วยพักฟื้น 3 กลุ่มคือ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคกระดูกและโรคหลอดเลือดสมองที่ต้องการการฟื้นฟูสภาพ และทั้งที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง หรือที่ยังพอช่วยเหลือตนเองได้

วัตถุดิบทางความคิด

ชลธิษฐ์ ถนัดศิลปกุล ผู้อำนวยการฝ่ายสถาปัตยกรรม บริษัท จาร์เค็น จำกัด กล่าวถึงที่มาของแนวคิดการพัฒนาโมเดลหรือคู่มือมือปรับปรุงบ้านเพื่อผู้สูงอายุและผู้ป่วยว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะสังคมสูงอายุอย่างเต็มขั้น ซึ่งกลุ่มผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะมีสภาพร่างกายที่ถดถอยเกิดการบาดเจ็บจากการหกล้มจนส่งผลให้เกิดกระดูกหักได้ง่ายกว่ากลุ่มคนหนุ่มสาว รวมไปถึงโรคเรื้อรังและโรคแทรกซ้อนต่างๆ อาทิ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เป็นเหตุให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ และจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากบุตรหลานหรือญาติพี่น้องอย่างใกล้ชิด

ดังนั้น ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีการวางแผนระยะยาวที่จะพัฒนาระบบการดูแล รักษา ให้กับบุคคลกลุ่มนี้อย่างถูกต้อง เพื่อให้ผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บสามารถฟื้นตัวกลับมาสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว ลดภาวะแทรกซ้อนระยะยาวที่เป็นเหตุให้เกิดการพิการถาวรหรือเสียชีวิตในที่สุด

ส่วนเหตุที่ทางจาร์เค็น ร่วมกับทางโรงพยาบาลรามาธิบดี เพราะนายแพทย์ ธีระ วรธนารัตน์ ภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ ได้ติดต่อมาให้เข้าร่วมโครงการ ประกอบกับทางโรงพยาบาลมีหน่วยเยี่ยมบ้าน สามารถทำการวิจัยหาข้อมูลมาประกอบการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยให้กับผู้ป่วยได้จริง จึงสนใจเข้าร่วมโครงการ

"เรามองว่าสภาพแวดล้อมที่หดหู่ มีผลต่อผู้ป่วยหรือแม้กระทั่งผู้ที่ดูแล หากสามารถทำสภาพแวดล้อมอาจหมายถึงแค่ห้องพักหรือบ้านทั้งหลังให้ดีขึ้น ในที่นี้หมายถึงใช้งานได้สะดวก จะทำให้คุณภาพชีวิตและความรู้สึกพวกเขาดีขึ้น ย่อมมีผลต่อการรักษาด้วย" ชลธิษฐ์ กล่าว

ทั้งนี้ กระบวนการคือเข้าไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วยเดือนละครั้ง หลังจากนั้นสัปดาห์ถัดไปจะประชุมกันเพื่อดูว่าจากการสำรวจต้องปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง ในทางการแพทย์จะมีตัวเลขชัดเจนว่า ที่นอนหรือโซฟาควรสูงเท่าไร ความสูงจากพื้นในการเดินเท่าไร ฯลฯ จากนี้ทำเป็นข้อแนะนำให้กับผู้ป่วยและคนดูแลดูว่า มีอะไรที่ควรปรับเปลี่ยน โดยขึ้นอยู่กับความสมัครใจและทุนทรัพย์เป็นหลัก แต่หากไม่สามารถดำเนินการเพราะขาดกำลังทรัพย์คงจะต้องมีแนวทางการช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ ต่อไปตามความเหมาะสม

"ผมพยายามหาวิธีประหยัดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด หรือประสานกับซัพพลายเออร์ที่มีกำลังเข้ามาสนับสนุนเรื่องวัสดุ แต่บางอย่างแทบจะไม่มีค่าใช้จ่าย แค่ปรับเปลี่ยนโยกย้ายเท่านั้น"

ดีไซน์เพิ่มคุณภาพชีวิต

ก่อนที่ ชลธิษฐ์และทีมงานจะเข้ามาร่วมโครงการนี้ สถาปนิกหนุ่มยอมรับว่า ไม่เคยคิดว่า สิ่งเล็กน้อยบางอย่างมีผลต่อผู้ป่วย ทั้งเรื่องของสภาพร่างกายที่อาจส่งผลให้เรื่องของจิตใจรวมถึงคนดูแลด้วย จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ตัดสินใจเข้ามาทำโครงการนี้ เพราะยังไม่มีบริษัทสถาปัตย์ไหนทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง

ยกตัวอย่าง คุณยายวัย 80 ปีผ่าตัดสมองอยู่ในภาวะนอนติดเตียง สามารถลืมตา ฟังรู้เรื่อง แต่พูดและขยับร่างกายไม่ได้ สิ่งที่แนะนำคือติดตั้งโทรทัศน์ในมุมที่มองเห็น เพื่อให้รับชมข่าวราชสำนัก ซึ่งเป็นรายการโปรดของคุณยาย ปรากฏว่าการตอบสนองต่อการรักษาดีขึ้น สังเกตจากดวงตาเพ่งค้างได้นาน

"อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เป็นเรื่องสำคัญแม้ว่าจะไม่สามารถ ทำให้คุณยายกลับมาให้เดินได้ตามปกติ แต่ก็มีความสุขมากขึ้น"โครงการนี้เป็นกึ่งงานวิจัยคุณภาพ เพราะไม่ได้เน้นตัวเลขและถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับสถาปนิกรวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ ถือเป็นการทำซีเอสอาร์อย่างหนึ่งของบริษัทที่ทำให้สังคม ได้ช่วยเหลือผู้ป่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น" สถาปนิกหนุ่มใจดีกล่าวทิ้งท้าย