ขวบที่ 9 ของเจ้าหนู 'มูราตะ'

มูราตะ บอย หุ่นยนต์นักปั่นจักรยานมาเยือนไทยอีกครั้ง พร้อมนำเสนอนวัตกรรมที่ต่อยอดสู่สินค้าอิเล็กทรอนิกส์
สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน
‘มูราตะ บอย’ หุ่นยนต์นักปั่นจักรยานมาเยือนไทยอีกครั้ง พร้อมนำเสนอนวัตกรรมที่ต่อยอดจากหุ่นยนต์สู่สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ธุรกิจหลักของมูราตะ ที่ทำให้จุดแข็งด้านโนว์ฮาวสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปี 57 คาดโตถึง 20% จากปีที่ผ่านมา
มูราตะ บอย คือผลงานของ บริษัท มูราตะ มานูแฟคเจอร์ริ่ง จำกัด ซึ่งเป็นแบรนด์สินค้าของประเทศญี่ปุ่นผู้ผลิตชิบตัวเก็บประจุแบบเซรามิค (Chip monolithic ceramic capacitors) อุปกรณ์เชื่อมต่อ (Connectivity modules) และชิ้นส่วนอุปกรณ์หลากหลาย รวมทั้งโซลูชั่นต่างๆ
:: ล้ำที่นวัตกรรมการทรงตัว
จุดเด่นของมูราตะ บอย คือเป็นหุ่นยนต์ที่มีความเป็นเลิศด้านการทรงตัว ภายในประกอบด้วยชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า ได้แก่ อัลตร้าโซนิค เซนเซอร์, ไจโร เซนเซอร์ (Gyro sensors), อุปกรณ์เชื่อมต่อ และอุปกรณ์แปลงค่า ดีซี-ดีซี ซึ่งชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่านี้เป็นชิ้นส่วนที่บริษัท มูราตะ ผลิตขึ้นสำหรับเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต เครื่องพริ้นท์เตอร์และรถยนต์ เป็นต้น
หุ่นยนต์ มูราตะ บอย สามารถขี่จักรยานบนคานรูปตัว S ขี่จักรยานขึ้นเนิน รวมทั้งขี่จักรยานบนคานที่มีความกว้างเพียง 2 เซนติเมตร และไม่เคยล้มแม้ตอนจอดหยุดนิ่ง เนื่องจากการทำงานของไจโร เซนเซอร์ ซึ่งอยู่ใต้ที่นั่งของ มูราตะ บอย ที่สามารถตรวจจับการแกว่งตัว แม้เพียงเล็กน้อย วงล้อที่หน้าอกของ มูราตะ บอย ก็จะหมุนเพื่อสร้างสมดุลในการทรงตัว
มูราตะ บอย เยือนประเทศไทยครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ปี พ. ศ. 2550 เพื่อร่วมงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ โดยปีนี้มูราตะ บอย กลับมาอีกครั้ง ‘ยาสุมาสะ อุเอดะ’ หัวหน้าทีมฝ่ายสื่อสารองค์กร และหัวหน้าวิศวกรผู้พัฒนามูราตะบอย จากบริษัท มูราตะ มานูแฟคเทอริ่ง จำกัด ชี้ว่า ตั้งแต่เริ่มพัฒนาหุ่นยนต์มูราตะในปี 2548 ตอนนี้ หนุ่มน้อยมูราตะในวัย 9 ปี ก็สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดนวัตกรรมการวิจัยที่ก้าวหน้าต่อเนื่อง
“มูราตะบอยเอง ในช่วงแรกเริ่มก็มีการบังคับผ่านคอมพิวเตอร์พีซี ซึ่งมีจุดอ่อนคือ การเคลื่อนไหวไปได้ไกลเท่าที่สายรีโมทมีเท่านั้น จนกระทั่งปี 2551 ที่มีการพัฒนาไม้วิเศษหรือ Magic Stick สำหรับควบคุมหุ่นยนต์มูราตะบอย ผ่านเซนเซอร์ไร้สาย ทำให้สามารถเคลื่อนไหวได้ไกลขึ้น”
ในปีเดียวกันนี้ มูราตะก็พัฒนา ‘มูราตะ เกิร์ล’ ขึ้นมาด้วย โดยเป็นลักษณะหุ่นยนต์ปั่นจักรยานเช่นกัน แต่เป็นจักรยานล้อเดียวที่สาวน้อยมูราตะถูกต่อยอดองค์ความรู้จากไจโร เซนเซอร์ ที่ดูแลสมดุลของการทรงตัวซ้าย-ขวา ของมูราตะบอยที่ปั่นจักรยาน 2 ล้อ สู่การใช้ไจโร เซนเซอร์ 2 ตัว คุมสมดุลแบบ 360 องศา ทั้งซ้ายขวา-หน้าหลัง
การพัฒนาวิจัยยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง จนกระทั่งปี 2555 มูราตะก็พัฒนาอีกขั้น หลังมองเห็นเทรนด์รักสุขภาพ และเทรนด์การเพิ่มจำนวนผู้สูงอายุของทั่วโลก โดยนำไจโร เซนเซอร์ไปต่อยอดพัฒนาอุปกรณ์ช่วยเดินสำหรับผู้สูงอายุ ที่ขนาดเล็ก ใช้งานได้สะดวกด้วยล้อเพียง 2 ล้อ จากปกติที่ใช้กัน 4 ล้อ
อุปกรณ์ช่วยเดินของมูราตะนี้ แม้จะมีเพียง 2 ล้อแต่มีความมั่นคง โดยมีเซนเซอร์ตรวจสอบระนาบการทรงตัวก่อนส่งสัญญาณไปยังไจโรเซนเซอร์ เพื่อคุมสมดุลไว้ เพื่อให้สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวก และมีฟังก์ชั่นพิเศษที่สามารถเบรกได้ หรือจะเดินขึ้นเนิน หรือบริเวณที่มีความชันก็ได้เช่นกัน
นวัตกรรมใหม่นี้ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ต้นแบบในปี 2555 ที่ประเทศญี่ปุ่น ยาสุมาสะชี้ว่า ในช่วงเดือนตุลาคมของปีนี้ จะมีการเปิดตัวและโปรโมทอีกครั้งหลังจากการพัฒนานี้จบสิ้นลง
:: หุ่นยนต์นักประชาสัมพันธ์
ชิเงกิ ซาโต้ หัวหน้าทีมสื่อสารและการตลาด บริษัท มูราตะ มานูแฟคเทอริ่ง จำกัด กล่าวว่า ที่มาของการพัฒนามูราตะ บอย นอกเหนือจากการพัฒนาองค์ความรู้และโนว์ฮาวของมูราตะแล้ว ยังเป็นการหาโซลูชั่นเพื่อแก้ปัญหาที่บริษัทมองเห็น
“มูราตะเป็นบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันต่าง ๆ ซึ่งเราเป็นที่รู้จักมากในประเทศญี่ปุ่น แต่ในกลุ่มของลูกค้าอุตสาหกรรม ไม่ใช่ผู้บริโภคทั่วไป จนกระทั่ง เครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ มีการเติบโตไปทั่วโลก เราจึงมองว่า มีโอกาสทางธุรกิจที่ดี ตลาดใหญ่ขึ้น สำหรับเรา ที่จะไปไกลกว่าเดิม จึงคิดที่จะสร้างการรับรู้ ผ่านสิ่งที่เราชำนาญ”
หุ่นยนต์ปั่นจักรยานมูราตะ บอยจึงถูกพัฒนามาให้เป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์สื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ ถึงความเชี่ยวชาญและจุดแข็งของมูราตะ จนเป็นที่รู้จักในวงกว้าง มูราตะ บอยถูกนำไปจัดแสดงหลายสิบประเทศทั่วโลก
อย่างไรก็ดี ซาโต้ชี้ว่า บริษัทไม่มีแผนที่จะผลิตมูราตะ บอยขายในเชิงธุรกิจ เนื่องจากธุรกิจหลักคือชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า และจะยังคงเป็นเช่นนั้น ส่วนมูราตะ บอยยังทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ โดยที่มูราตะก็ได้ตกผลึกเรื่องไจโร เซนเซอร์มาต่อยอดเป็นชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ อาทิ ชิ้นส่วนของกล้องดิจิทัลที่จะช่วยลดแรงสั่นสะเทือน ปรับโฟกัสให้ภาพคมชัด เป็นต้น
นาย ฮิเดยูกิ ทาเคอุชิ ผู้อำนวยการผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไทย มูราตะ อิเล็กทรอนิกส์เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นตลาดที่สำคัญมากสำหรับมูราตะ เกือบหนึ่งในสี่ของยอดขายประจำปีของมูราตะในภูมิภาคอาเซียนและอินเดียมาจากประเทศไทย และคาดว่า ปีนี้ยอดขายในไทยจะเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 20% ด้วยมองเห็นความต้องการของตลาดที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อผลิตภัณฑ์สำหรับรถยนต์







