‘เลือกตั้ง 2569’ ท่องเที่ยวหวังรัฐบาลใหม่ ชูภาพลักษณ์ปลอดภัย ดึง FDI ลงทุนรถไฟทั่วไทย

“เลือกตั้ง 2569” ชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย! ไม่ใช่เฉพาะในเชิงโครงสร้างทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโครงสร้างทางเศรษฐกิจอีกด้วย! นอกเหนือจากปัญหาปากท้อง กำลังซื้อและการบริโภคภายในประเทศหดตัวจากปัญหาหนี้ครัวเรือนแล้ว “ภาคการท่องเที่ยว” เป็นอีกหนึ่งเซ็กเตอร์สำคัญที่เคยขับเคลื่อนรายได้รวมตลาดในและต่างประเทศสูงถึง 3 ล้านล้านบาทเมื่อปี 2562 ก่อนโควิดระบาด ครองสัดส่วนเกือบ 20% ของจีดีพี ภาคเอกชนต่างสะท้อนความคาดหวังถึง “รัฐบาลใหม่” ไว้หลากหลายทัศนะ ครอบคลุมทั้งการกระตุ้นระยะสั้นและการลงทุนระยะยาว
ภูมิกิตติ์ รักแต่งาม รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงการเดินทางในประเทศเป็นโจทย์สำคัญที่อยากเห็นรัฐบาลใหม่เข้ามาพัฒนาวางโรดแมป โดยเฉพาะการขยายโครงข่าย “รถไฟ” ไปตามหัวเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ ควบคู่กับการอัปเกรดคุณภาพรถไฟไทย จะช่วยเพิ่มการเข้าถึง “เมืองรอง” ให้เดินทางได้สะดวกขึ้น และสร้างแต้มต่อแก่ภาคการท่องเที่ยวไทยอย่างมาก โดยเฉพาะมิติการกระจายรายได้
“หากรัฐบาลใหม่สนใจเรื่องการลงทุนวางโครงข่ายรถไฟทั้งประเทศจะเป็นเรื่องดีมาก เพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยการท่องเที่ยวในประเทศได้จริง เข้าถึงเมืองรองต่างๆ ได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น เราจะเห็นว่าในหลายประเทศที่โดดเด่นด้านการท่องเที่ยว เช่น ญี่ปุ่น จีน และยุโรป ผู้คนต่างนิยมเดินทางด้วยรถไฟ และยังเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยโปรโมตการท่องเที่ยวได้ดีมากๆ”
อีกจุดที่ต้องการเห็นคือ “ความต่อเนื่อง” ของนโยบายดึงดูด “FDI” หรือการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศด้านการท่องเที่ยว อย่างเทศกาลดนตรี “Tomorrowland” ที่ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะมาจัดในไทย 5 ปี ตั้งแต่ปี 2569-2573 หรือแม้แต่ความเป็นไปได้ของแนวคิดสร้างโครงการสวนสนุกขนาดใหญ่ระดับโลก ดึง “ดิสนีย์แลนด์” เข้ามาลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว
“ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลดนตรี Tomorrowland หรือดิสนีย์แลนด์ รวมถึงโครงการอื่นๆ ที่เป็นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ มองว่าเป็นผลบวกกับประเทศไทยทั้งหมด ประเด็นสำคัญคือรัฐบาลต้องสร้างความมั่นใจต่อเนื่องแก่นักลงทุนให้ได้”
เนื่องจาก “เสถียรภาพ” ของรัฐบาลมีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจลงทุน แม้การเมืองจะมีพลิกผัน แต่ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใดมาบริหารประเทศ นักลงทุนต่างชาติเขาอยากได้ “ความมั่นใจ” ว่ารัฐบาลใหม่จะสานต่อ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่ใช่ว่ารัฐบาลก่อนอนุมัติไปแล้ว แต่รัฐบาลใหม่มาเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขภายหลัง ทำให้ “BOI” (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน) เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุน “เพราะเมืองไทยน่าสนใจ ใครๆ ก็อยากมาลงทุนอยู่แล้ว”
นอกจากนี้ ต้องการให้รัฐบาลใหม่เดินหน้าส่งเสริม “การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้เท่าทัน “ระเบียบการค้าโลก” เช่น การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รับมือกับมาตรการด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของสหภาพยุโรป (EU) ที่จะเข้มงวดขึ้น ให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เอสเอ็มอีเข้าถึงได้จริง เพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุงกิจการให้ได้มาตรฐานสากล
ธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า สมาคมฯ อยากให้รัฐบาลใหม่สนใจดึงผู้ประกอบการเอกชนท่องเที่ยวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายและมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกันมากกว่านี้ รวมถึงการสนับสนุนเอกชนออกไปทำตลาดจัดโรดโชว์ในต่างประเทศ
สมาคมฯ คาดการณ์ “นักท่องเที่ยวต่างชาติ”เดินทางเข้าไทยฟื้นแตะ “39 ล้านคน” ในปี 2569 สูงกว่าตัวเลขเป้าหมายของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งตั้งไว้ที่ 36.7 ล้านคน โดยตลาดอันดับ 1 คาดเป็น “นักท่องเที่ยวจีน” ซึ่งน่าจะเดินทางเข้าไทยเกือบ 9 ล้านคน เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปี 2568 ที่ปิดราว 4.5 ล้านคน หลังจากเมื่อเดือน พ.ย. 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ทำให้เกิดเสียงชื่นชมอย่างมากจากชาวจีนบนโลกโซเชียลมีเดีย ส่งผลบวกต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย
ส่วนข้อพิพาทระหว่างจีนกับญี่ปุ่นทำให้นักท่องเที่ยวจีนยกเลิกการเดินทางไปญี่ปุ่น แม้อานิสงส์ส่วนใหญ่จะไปตกอยู่ที่สิงคโปร์ เวียดนาม และเกาหลีใต้ในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ไม่ค่อยเดินทางมาไทยนัก แต่ในปี 2569 เราหวังว่าจะเจาะฐานตลาดนักท่องเที่ยวใหม่ๆ ในเมืองรองของจีนได้ โดยหน่วยงานรัฐควรออกมาตรการสนับสนุนเพื่อกระตุ้นการเดินทางตั้งแต่ต้นปี ในช่วง“เทศกาลตรุษจีน” อัดโปรโมชันอยู่เที่ยวไทยนาน หากพำนักตั้งแต่ 5 คืนขึ้นไป รัฐบาลสามารถสนับสนุนค่าใช้จ่าย 1-2 คืน หรือจะสนับสนุนค่าเข้าชมแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงการจัดกิจกรรมสร้างสีสัน ดึงศิลปินจีนเข้ามาจัดคอนเสิร์ตในไทย ทั้งหมดก็เพื่อกระตุ้นจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางช่วงตรุษจีนให้ได้มากกว่า 20,000 คนต่อวัน จากปัจจุบันเฉลี่ย 11,000-12,000 คนต่อวัน
“คาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติ 39 ล้านคนในปี 2569 เป็นตัวเลขที่เป็นไปได้ หากรัฐบาลใหม่และหน่วยงานภาครัฐแอคทีฟมากขึ้น ร่วมมือกับภาคเอกชนเป็นเซลส์แมน (Salesman) ไปโรดโชว์ส่งเสริมการขายในต่างประเทศ”
เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า ความคาดหวังรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง 2569 คืออยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลเร็วที่สุดและมีเสถียรภาพ เพราะกลัวสุญญากาศทางการเมือง ซึ่งประเทศไทยเคยมีประสบการณ์ตรงนี้มาแล้ว
เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ต้องการให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เร่งพิจารณางบกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ และที่สำคัญคือการชูนโยบาย “ความปลอดภัย” ซึ่งอยากให้รัฐบาลยกเป็น “วาระแห่งชาติ” ในเมื่อ ททท. บอกว่าอยากได้ดีมานด์นักท่องเที่ยวคุณภาพเข้ามาจับจ่าย หากมองในมุมซัพพลายก็ต้องมีความปลอดภัยและซัพพลายที่ได้มาตรฐานมอบให้นักท่องเที่ยวด้วย
สมาคมฯ ประเมินว่าปี 2569 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 36-37 ล้านคน หลังจากปัญหาต่างๆ เริ่มคลี่คลาย แต่ก็ยังมีปัจจัยท้าทาย และมองว่าตลาดจีนมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นจากตัวเลข 4.5 ล้านคนในปี 2568 แต่การเพิ่มให้ได้ 9 ล้านคนนั้น นับเป็นเรื่องยากพอสมควร
“ตอนนี้ภาวนาว่าอย่าให้มีข่าวร้ายเข้ามาอีก เพราะปี 2568 โดนไปหลายรอบ และแต่ละเหตุการณ์ก็หนักหนามาก ทั้งปัญหาสแกมเมอร์ แผ่นดินไหวสะเทือนถึงกรุงเทพฯ น้ำท่วมภาคใต้ และกรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา”







