ทำความรู้และเข้าใจนวัตกรรมการเรียนรู้ของ Asian Leadership Academy, ALA ผ่านมุมมองของ ดร.การดี จากม.ธรมศาสตร์
*บทความโดย ผศ.ดร.การดี เลียวไพโรจน์
Thammasat Business School คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
[email protected]
เมื่อ 3 ปีที่แล้วดิฉันได้รับข้อความทางเฟซบุ๊คจากนักศึกษาไทยสองคน ซึ่งกำลังเรียนปริญญาโทในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา ... “เราสนใจ Social Enterprise ในประเทศไทย อยากพัฒนาศักยภาพเด็กรุ่นใหม่ คิดว่าน่าจะมีอีกหลายอย่างที่เราน่าเปลี่ยนแปลงได้” และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ดิฉันรู้จักกับน้องกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร และ น้องเมษ์ ศรีพัฒนาสกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง Asian Leadership Academy หรือ ALA
ALA ได้เริ่มปฏิบัติการกิจการเพื่อสังคมที่เห็นช่องว่างในการพัฒนาศักยภาพ สร้างภาวะผู้นำและความคิดสร้างสรรค์ของเด็กรุ่นใหม่ ที่เปิดกว้างไม่จำกัดอยู่แค่คนที่สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้เท่านั้น และเชื่อว่าการสร้างทักษะ การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ เส้นทางความสำเร็จของคนไม่ได้จำกัดอยู่ภายในห้องเรียนเท่านั้น
ALA ได้รับแรงบันดาลใจจากโมเดลการเรียนรู้ของ African Leadership Academy ที่มีการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้โดยใช้หลักการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning) มีการลงมือทำจริง ซึ่งต่างจากการเรียนรู้ในห้องเรียนส่วนใหญ่ของบ้านเราที่นั่งเรียนจากการบอกเล่า แต่มักไม่ค่อยส่งเสริมให้ลงมือทำหรือลองผิดลองถูก
และนั่นคือจุดเริ่มของ ALA ที่เกิดขึ้นในบ้านเรา ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนเริ่มต้นจาก Center for Social Innovation ที่ Stanford Graduate School of Business
ดิฉันเป็นคนหนึ่ง ที่แม้ว่าจะมีอาชีพเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ดิฉันเองก็ไม่เคยเชื่อว่าเรียนเยอะแล้วจะดี ไม่เชื่อในระบบการสอบทั่วๆไป การใช้คะแนนสอบเพียงตัวเลขเดียวมาตีตราความเก่งและความโง่ถือว่าเป็นเรื่องที่มักง่ายที่สุด และหลายครั้งที่พบเด็กที่ได้คะแนนสอบสูงๆ ก็เพียงเพราะมีความสามารถในการทำข้อสอบ แต่ไม่ได้มีทักษะที่สำคัญในการประกอบอาชีพและทักษะในการใช้ชีวิต
ข้อมูลจากเอกชนและวิชาการหลายแหล่งก็เห็นตรงกันว่าเรียนเก่งอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะเด็กไทยยังขาดทักษะที่สำคัญคือ ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร และภาวะผู้นำและการทำงานเป็นทีม
เมื่อเห็นว่าการเรียนรู้ภายใต้บรรยากาศกดดันมีระเบียบแบบแผนเหมือนในห้องเรียนทั่วไปนั้นไม่ได้ผล จึงสร้างพื้นที ALA Playground สำหรับน้องนักเรียนมัธยมปลายและนักศึกษามหาวิทยาลัยมาร่วมเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง สร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ โดยเน้นที่ 3 เรื่องหลักที่คนรุ่นใหม่ยังขาดทักษะอีกมากคือ
หนึ่งคือ Business Creativity ความคิดสร้างสรรค์สำหรับการสร้างธุรกิจของตัวเองและการพัฒนาระบบคิด สองคือ Leadership and Teamwork การสร้างภาวะผู้นำและการทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ และสาม Public Speaking การพูดในที่สาธารณะอย่างมืออาชีพ เพราะเชื่อว่าความคิดดีๆคงไร้ประโยชน์ถ้าสื่อสารออกมาไม่รู้เรื่อง
เมื่อ ALA Playground ไม่ใช่ห้องเรียน ไม่มีการตัดเกรด ไม่มีความกดดันแต่เป็นพื้นที่ร่วมให้คนรุ่นใหม่มาค้นหาและแสดงศักยภาพร่วมกัน และนี่คือจุดเด่นอีกด้านหนึ่งของ ALA Playground คือการ “เปิดกว้าง” เด็กต่างคณะ ต่างอายุ ต่างความสนใจมาเรียนรู้ร่วมกัน น้องมัธยมได้เรียนรู้ประสบการณ์เรียนและการทำงานจากพี่ๆ ในขณะเดียวกันพี่ๆเองก็ได้เรียนแนวคิดดีๆจากน้องๆ
ALA กำลังสร้างความหวังและความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมไทย แบบไม่รอระบบ ไม่รอคำสั่งจาก Top-Down แต่เป็นการลงมือการเปลี่ยนแปลงจาก Ground Up และเมื่อเร็วๆนี้ ALA ได้รับรางวัล SE DO Award 2014 จากสำนักงานส่งเสริมกิจการเพื่อสังคม (สกส.) อีกด้วย
ดิฉันติดตามกิจกรรมของ ALA อยู่ตลอดทำให้คิดเสมอว่า ดิฉันเกิดเร็วไปจริงๆค่ะ





