คสช.-ไอซีทียืนยันไม่มีคำสั่งปิดเฟซบุ๊ค

คสช.-ไอซีทียืนยันไม่มีคำสั่งปิดเฟซบุ๊ค

คสช.-ไอซีที ยันไม่ปิดเฟซบุ๊ค ระบุปัญหาเกิดจากเกตเวย์ต่างประเทศ

วานนี้ ตั้งแต่เวลาประมาณ 15.30 น. หลายพื้นที่ในประเทศไทยเข้าใช้งานเฟซบุ๊คไม่ได้ ก่อให้เกิดกระแสสอบถามกันมากผ่านช่องทางต่างๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 16.30 น. พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งระงับเฟซบุ๊คนั้น คสช.ขอยืนยันว่าไม่มีนโยบายระงับปิดระบบเฟซบุ๊ค และได้มอบให้คณะตรวจสอบติดตามสื่อออนไลน์ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ตรวจสอบและแก้ไขแล้วปรากฏว่าเกิดข้อขัดข้องทางเทคนิคที่เกตเวย์

ขณะนี้ กำลังประชุมไอเอสพี เพื่อแก้ไขโดยด่วน คาดว่าในเวลาไม่เกินเวลา 17.00 น. ของวานนี้ ระบบเฟซบุ๊คจะเปิดบริการได้ตามปกติ

เช่นเดียวกับ นายสุรชัย ศรีสารคราม ปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวยืนยันว่า กระทรวงไอซีทีไม่มีคำสั่งปิดเว็บไซต์เฟซบุ๊คอย่างแน่นอน และได้สอบถามปัญหากรณีที่ไม่สามารถใช้งานได้เมื่อเวลา 15.30 น.ของวันที่ 28 พ.ค.2557

ทั้งนี้ พบว่า ระบบเชื่อมต่อต่างประเทศ (อินเทอร์เน็ตเกตเวย์) มีปัญหา เนื่องจากมีจำนวนผู้ใช้จำนวนมาก ทำให้ระบบล่ม ซึ่งผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ กำลังแก้ไขปัญหา คาดว่าสามารถใช้งานได้ในเวลา 17.00 น.เป็นต้นไป

นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม ยืนยันว่า เกตเวย์ของ กสท ไม่ได้มีปัญหาอะไร และยังใช้งานได้ตามปกติ ส่วนกระแสข่าวที่มีคำสั่งให้ปิดเกตเวย์ของ กสท ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง แต่อย่างไรก็ดี กสท จะประสานงานกับไอซีทีต่อเนื่อง เกตเวย์ที่ล่มเป็นของต่างประเทศ

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช.ระบุภายหลังเฟซบุ๊คประสบปัญหาว่า หลังจากทราบว่า เฟซบุ๊คไม่สามารถใช้งานได้จึงได้รีบมอนิเตอร์ทันที แล้วได้รับการแจ้งจากผู้ให้บริการเกตเวย์ว่า เกิดปัญหา ขัดข้องทางเทคนิค ส่วนกระแสว่าเกิดจากเนื้อหาที่กระทบต่อความมั่งคงนั้น ยืนยัน คสช. ไม่มีนโยบายเช่นนี้ โดยที่ผ่านมาได้หารือร่วมกันว่า หากสื่อออนไลน์มีการปลุกปั่น ยั่วยุ จะปิดเป็นผู้ใช้งานเป็นรายๆ อาทิ เพจเฟซบุ๊ค

ผู้เชี่ยวชาญด้านอินเทอร์เน็ต กล่าวว่า การปิดเว็บไซต์ต่างๆ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ เว็บไซต์ที่มีเซิร์ฟเวอร์ในประเทศ และเว็บไซต์ที่ใช้เซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศ การบล็อกเว็บไซต์ในประเทศจะทำได้ง่ายกว่า หากมีคำสั่งปิดหรือบล็อกเว็บไซต์ใดๆ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจะแจ้งไปยังเจ้าของเว็บไซต์ให้บล็อกเอง หรือถ้าไม่บล็อกในเวลาที่กำหนดผู้ให้บริการจะบล็อกให้แทน

ส่วนเว็บไซต์ที่มีเซิร์ฟเวอร์ในต่างประเทศ จะบล็อกที่เกตเวย์ ซึ่งผู้ให้บริการเกตเวย์ต่อออกต่างประเทศจะดำเนินการได้ ซึ่งกรณีเว็บไซต์ใช้โปรโตคอล http (Hypertext Transfer Protocol) การบล็อกจะทำได้ทั้งหมด แต่ถ้าเป็นเว็บไซต์ที่ใช้โปรโตคอล https (Hypertext Transfer Protocol over Secure Socket Layer) เท่ากับเป็นการเพิ่มระดับความปลอดภัยมากขึ้น การบล็อกจะทำได้ยาก หรือได้บางส่วน

นอกจากนี้ การบล็อกเว็บไซต์หากเป็นไอพี (Internet Protocol) ที่เป็นวิธีการใช้ส่งข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังเครื่องอื่นในอินเทอร์เน็ต การบล็อกจะทำได้อย่างตรงไปตรงมา แต่บางเว็บไซต์เป็นโฮสติ้ง มีหลายๆ เว็บไซต์มาโฮสต์บนไอพีเดียวกัน การบล็อกเว็บไซต์หรือยูอาร์แอลหนึ่งอาจเกิดปัญหาต่อเว็บไซต์อื่นๆ ที่อยู่บนไอพีเดียวกันได้

วิศวกรระบบ กล่าวว่า การบล็อกบางยูอาร์แอลจะทำให้เครื่องทำงานหนักมาก โดยเฉพาะเฟซบุ๊ค ที่เป็นระบบบน https เครื่องจะทำงานหนักมาก เพราะต้องทำไฮแจ็กระบบ โดยต้องตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์เฉพาะมาดูเส้นทางทำงานของระบบไปข้างๆ เกตเวย์ แล้วถอดรหัส (decode) ระบบ ซึ่งบางเว็บไซต์จะเข้ารหัสไว้ ก็ต้องถอดรหัส ทั้งหมดทำให้เครื่องทำงานไม่ได้ เนื่องจากเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งไว้ถอดรหัสไม่ได้ หรือถ้าทำได้ต้องใช้ทรัพยากรมาก

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการเหล่านี้ทำได้ยาก เพราะประเทศไทยไม่ได้เตรียมการรองรับเรื่องนี้มาก่อน หากให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตดำเนินการก็จะเกิดความซ้ำซ้อน

ปัจจุบัน เฟซบุ๊คมีจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลก 1.28 พันล้านราย ส่วนในไทยมีจำนวนผู้ใช้งานกว่า 26 ล้านคนต่อเดือน (หรือกว่า 40% ของจำนวนประชากรทั้งหมด) ในจำนวนดังกล่าวมี 17 ล้านคนที่เข้าใช้งานเฟซบุ๊คทุกวัน (ณ เดือนมี.ค. 2557) เพิ่มขึ้นจากเดือน ธ.ค. 2556 ที่มีจำนวนผู้ใช้งาน 24 ล้านคนต่อเดือน และผู้ใช้งาน 16 ล้านคนต่อวัน