'พราว'ไม้บางรักษ์โลก

'พราว'ไม้บางรักษ์โลก

พราว (Prow) แบรนด์สินค้ามีดีไซน์น้องใหม่ในตลาดที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว ดึงความบางเกือบเท่าแผ่นกระดาษของไม้วีเนียร์ สร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์

พราว (Prow) แบรนด์สินค้ามีดีไซน์น้องใหม่ในตลาดที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว ดึงความบางเกือบเท่าแผ่นกระดาษของไม้วีเนียร์ สร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวันได้อย่างสวยงาม และที่สำคัญคือ ขานรับความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่หลงใหลเสน่ห์ลวดลายและความอบอุ่นแห่งไม้ โดยไม่ต้องทำลายสิ่งแวดล้อม

จากประสบการณ์และความชำนาญที่คลุกคลีอยู่กับงานไม้ ทั้งยังมองเห็นความแรงของกระแสรักธรรมชาติที่ยังไม่เอาท์ กลุ่มเพื่อนดีไซเนอร์จากบริษัทส่งออกของเล่นไม้ตัดสินใจสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเอง โดยชูวัสดุธรรมชาติอย่างไม้เป็นพระเอก เปิดตัวในงานแฟร์เกี่ยวกับของขวัญของชำร่วย และงานแสดงสินค้าของขวัญของแต่งบ้าน ทั้งยังขยับมาอวดโฉมในร้านลอฟท์ พาราไดซ์พาร์ค (ศรีนครินทร์) และตลาดอัมพวา จ.สมุทรสาคร

มหัศจรรย์แห่งความบาง

พิเชษฐ์ ระวิพงษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท วอป ไอเดีย จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จากไม้วีเนียร์ในชื่อแบรนด์ Prow กล่าวว่า ปัจจุบันมีสินค้า 20 กว่าไอเทม แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักคือ เครื่องเขียน - สมุดโน้ตปกไม้ อุปกรณ์สำนักงาน, อุปกรณ์ตกแต่ง-กล่องใส่ของ, แอคเซสซารี่-เคสโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าสตางค์ ซองนามบัตร ส่วนอนาคตจะต่อยอดเป็นสินค้าประเภทของตกแต่งบ้านอย่าง โคมไฟและนาฬิกา เป็นต้น

"ส่วนหนึ่งที่เราเลือกไม้ เพราะเป็นสิ่งที่คุ้นเคยและชำนาญ ส่วนวัสดุอื่นๆ ก็สามารถนำมาผสมผสานในชิ้นงานไม้วีเนียร์ได้ แต่ต้องออกแบบให้เข้ากัน ผลงานนำร่องที่ผลิตออกมาทดสอบตลาดคือ กระเป๋าสตางค์ กระเป๋านามบัตร กล่องใส่ของและเคสมือถือ ปรากฏว่าด้วยความแปลกและเป็นธรรมชาติ ทำให้สินค้าได้รับการตอบรับอย่างดี อีกทั้งไม้วีเนียร์มีน้ำหนักเบา ทำความสะอาดง่ายด้วยยางลบหรือขัดด้วยกระดาษทรายเมื่อเกิดรอยขีดข่วน จึงกลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว" พิเชษฐ์กล่าว

ทั้งนี้ ไม้วีเนียร์เกิดจากกรรมวิธีการฝานไม้จากลำต้นใหญ่ให้เป็นแผ่นบางคล้ายกระดาษ ส่วนใหญ่นำมาใช้ปิดผิวเฟอร์นิเจอร์ด้านนอก ไม้วีเนียร์มีหลากหลายชนิดทั้งไม้เนื้ออ่อน ไม้เนื้อแข็ง และทั้งสีธรรมชาติและสีย้อม ขณะที่แบรนด์พราวเลือกใช้ไม้เนื้อแข็งจากป่าปลูกทดแทนในยุโรปจึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มี 3ลายไม้ 3สี คือ ไม้บีชให้สีไม้เหลืองอ่อน ไม้มะฮอกกานีให้สีน้ำตาลทองแดงและไม้วอลนัทให้สีเทาน้ำตาลดำ

ดีไซน์ของพราวจะเป็นสไตล์เรียบง่าย ขั้นตอนการผลิตเน้นให้เกิดของเสียน้อยที่สุด พร้อมกันนี้พิเชษฐ์เลือกมองสิ่งที่สำคัญไปกว่าการดีไซน์ คือ คิดหาวัสดุที่ “แตกต่าง” และมี “โอกาส” ทางการตลาดมากขึ้น โดยหยิบวัสดุที่ถูกมองข้ามมาผลิตเป็นของใช้สำนักงาน ฯลฯ แล้วนำมาผสมผสานกับเอกลักษณ์ความเป็นงานหัตถกรรม กระทั่งได้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้า ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยขั้นตอนการผลิตที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เพราะเขาเชื่อว่าการคิด “คอนเซปต์” ดีๆ ขึ้นมาได้ ก็คือสามารถส่งต่อแนวคิดนั้นไปยังผู้บริโภคได้สัมผัส รับรู้และ "อิน” กับคอนเซปต์รักษ์โลก

สะท้อนความเป็นไทย

“ทำธุรกิจมันยาก ไม่ใช่แค่งานออกแบบเหมือนในอดีตที่เคยเป็นลูกจ้าง แต่ต้องเข้าใจเรื่องการตลาดด้วย ผมใช้วิธีทดลองทำ ก็จะรู้ปัญหา จากนั้นค่อยๆ ปรับตัวเพื่อแก้ปัญหานั้นไป พร้อมกับยังคงความเป็นตัวตน นี่เป็นบทเรียนที่ผมได้รู้จากการทำธุรกิจ” พิเชษฐ์กล่าว

นอกจากบทเรียนในการปรับตัวแล้ว เขายังเห็นโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปสู่กลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น คือไม่เพียงวัยรุ่นเท่านั้น แต่จะพัฒนาสินค้าเพื่อขยายกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ เช่น กลุ่มคนทำงาน รวมถึงโอกาสในการส่งออกโดยเล็งไว้ที่ประเทศแถบยุโรป ส่วนเอเชียกลุ่มลูกค้าที่คาดว่าจะตอบรับสินค้าดีคือญี่ปุ่น ซึ่งชื่นชอบงานแฮนด์เมดเป็นทุนเดิม

แต่ด้วยข้อจำกัดของการเป็นงานแฮนด์เมด จึงผลิตได้เพียงเฉลี่ยต่อเดือน 500 ชิ้นเท่านั้น ขณะที่ตลาดยังมีความต้องการสินค้าไลฟ์สไตล์อีกมาก โดยเฉพาะสินค้าที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องดีไซน์ ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและราคาที่เหมาะกับกำลังซื้อ

แบรนด์พราวยังพยายามสะท้อนความเป็นไทยด้วยการเลือกใช้การเย็บมือ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชิ้นงานจากการสร้างจุดขายที่มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ความเป็นหัตกรรม แม้จะเพียงเล็กน้อยแต่ก็มีคุณค่าในสายตาของผู้บริโภค