กูเกิลเปิด'ยูทูบ ไทย"ดันคอนเทนท์โต

กูเกิลเปิด'ยูทูบ ไทย"ดันคอนเทนท์โต

กูเกิลดีเดย์เปิดตัว "ยูทูบ ไทยแลนด์" เพิ่มโอกาสผู้ผลิตคอนเทนท์สร้างรายได้เป็นประเทศที่ 62 ของโลก หลังพบไทยมีความพร้อมทั้งฐานผู้ชม-ผู้ผลิต

นายทอม พิคเกตต์ รองประธานฝ่ายเนื้อหาของยูทูบ กล่าวว่า กูเกิลเปิดตัวบริการยูทูบอย่างเป็นทางการครั้งแรกในไทยในโอกาสฉลองครบรอบ 9 ปีของยูทูบปีนี้ โดยไทยจะถือเป็นประเทศที่บริษัทเข้าไปเปิดตัวเป็นประเทศที่ 62 ของโลก

ทั้งนี้ในมุมผู้ใช้งานจะได้เห็นเนื้อหา หรือคอนเทนท์เกี่ยวข้องกับคนไทยมากขึ้น ตลอดจนคอนเทนท์ที่มาจากคนไทยหรือพัฒนาจากคนในประเทศที่มีอยู่จำนวนมาก นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของยูทูบในไทย

พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัว "ยูทูบ พาร์ทเนอร์ โปรแกรม" เปิดโอกาสให้พันธมิตรของยูทูบ โดยเฉพาะผู้สร้างเนื้อหาที่ดีมีโอกาสสร้างรายได้จากยูทูบได้ โดยภายใต้โปรแกรมดังกล่าวจะนำเสนอทรัพยากรและโอกาสให้ผู้สร้างเนื้อหาทั้งการปรับปรับปรุงทักษะ ขยายฐานผู้ชม และการสร้างรายได้ที่จะเกิดจากแบรนด์สินค้าและบริการต่างๆ

นอกจากนี้ในมุมของแบรนด์ยังใช้ช่องทางยูทูบเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น รวมทั้งฟีดแบคจากผู้ชม ซึ่งวัดได้จากการแชร์คอนเทนท์ กดไลค์ หรือการแสดงความคิดเห็น เป็นการสื่อสารแบบสองทางต่างจากสื่อทีวีแบบเดิม

"เน็ตเวิร์คที่ดีเยี่ยมทั่วโลกดึงดูดผู้คนนับพันล้านคนไปยังยูทูบทุกเดือน ซึ่งสถิติปัจจุบันคือ มีคนใช้ยูทูบทั่วโลกราว 1,000 ล้านคนจากคนใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมดราว 2,300 ล้านคน ส่วนพาร์ทเนอร์คอนเทนท์มีมากกว่าหนึ่งล้านรายทั่วโลก"

นายอริยะ พนมยงค์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ ประจำประเทศไทย กูเกิล กล่าวว่า การทำให้ผู้ผลิตเนื้อหามีโอกาสสร้างรายได้ จะทำให้หลังจากนี้จะเห็นจำนวนผู้พัฒนาคอนเทนท์ในไทยเพิ่มขึ้น ประกอบกับเป็นช่วงที่ไทยมีเครือข่ายมือถือที่มีความพร้อมทำให้การดูเนื้อหาบนยูทูบดีขึ้น

"ในไทยทุกเดือนมีคนดูยูทูบเป็นพันล้านวิว ที่น่าสนใจ คือ ทุกๆ วันคนไทยดูยูทูบเป็นล้านๆ ชั่วโมง และ 1 ใน 3 ของเวลาตรงนี้เกิดจากการดูยูทูบผ่านมือถือ หรือ สมาร์ท ดีไวซ์" นายอริยะกล่าว

พร้อมระบุว่า สำหรับแบรนด์สินค้าต่างๆ จะมีช่องทางนำเสนอโฆษณามากขึ้นด้วยรูปแบบโฆษณาที่มีให้เลือก 6 แบบที่จะแสดงบนยูทูบ เช่น โฆษณาที่ซ้อนทับในวีดิโอ หรือโฆษณาดิสเพลย์ซึ่งใช้หลักการคิดค่าบริการแบบเดียวกับบริการอื่นๆ ของกูเกิล คือ เป็นรูปแบบของการประมูลที่ไม่ตายตัวแล้วแต่ความนิยม

ทั้งผู้บริโภคก็ยังมีโอกาสเลือกดูหรือไม่ดูโฆษณานั้นๆ ได้ ซึ่งบริษัทมองว่ายูทูบจะช่วยเสริมตลาดโฆษณาให้ขยายตัวมากขึ้นในกลุ่มโฆษณาดิจิทัลที่กำลังเติบโตจาก 1% เป็น 4-5% ในปีนี้

นอกจากนี้ยูทูบยังมีระบบ "คอนเทนท์ ไอดี" คุ้มครองเนื้อหาวีดิโอของผู้ผลิตเนื้อหาที่อยู่ในเครือข่าย ซึ่งจะมีระบบจัดตรวจจับที่เมื่อเจอการละเมิดเนื้อหา จะแจ้งเตือนกลับไปยังเจ้าของคอนเทนท์ที่เลือกจะบล็อก หรือต่อยอดการโฆษณาได้

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นบริษัทไม่คาดหวังยอดใดๆ จากการเปิดตัวยูทูบในไทย เพราะฐานผู้ชมมีเป็นจำนวนมากอยู่แล้วเช่นเดียวกับผู้สร้างเนื้อหามองว่าเป็นโอกาสที่จะทำให้แบรนด์มีช่องทางสื่อสารกับผู้บริโภคที่หลากหลาย และทำให้คนพัฒนาคอนเทนท์มีโอกาสสร้างรายได้มากขึ้น