สวทช.ถวายเมล็ดพันธุ์ข้าวทนน้ำท่วม

สวทช.ถวายเมล็ดพันธุ์ข้าวทนน้ำท่วม

ไบโอเทค/สวทช. และสหกรณ์การเกษตรผักไห่ น้อมเกล้าฯ ถวายเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมชลสิทธิ์ทนน้ำท่วมช่วยเกษตรกรพัทลุง

ไบโอเทค/สวทช. และสหกรณ์การเกษตรผักไห่ น้อมเกล้าฯ ถวายเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมชลสิทธิ์ทนน้ำท่วม แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อพระราชทานให้เกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติในพื้นที่ จ.พัทลุง

นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า สวทช.มีโอกาสถวายรายงานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ณ อาคารชัยพัฒนา สวนจิตรลดา เรื่อง “พันธุ์ข้าวหอมชลสิทธิ์ทนน้ำท่วมฉับพลัน” พร้อมทั้งถวายเมล็ดพันธุ์ข้าว 3,000 กิโลกรัม เพื่อพระราชทานให้แก่เกษตรกรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.พัทลุง

พันธุ์ข้าวหอมดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือวิจัยระหว่างศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค/สวทช.) กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำนักงานวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว โดยใช้เครื่องหมายโมเลกุลที่เกี่ยวข้องกับยีนทนน้ำท่วมและคุณภาพหุงต้ม ในการคัดเลือกร่วมกับการปรับปรุงพันธุ์แบบวิธีมาตรฐาน

พันธุ์ดังกล่าวมีคุณสมบัติพิเศษสามารถทนอยู่ใต้น้ำได้นาน 2-3 สัปดาห์ และฟื้นตัวหลังน้ำลดได้ดี ลำต้นแข็ง ไม่หักล้มง่าย ไม่ไวต่อช่วงแสง สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี อายุเก็บเกี่ยว 120 วัน ผลผลิตเฉลี่ย 800-900 กิโลกรัมต่อไร่ คุณภาพการหุงต้มคล้ายพันธุ์ขาวดอกมะลิ ๑๐๕ และมีกลิ่นหอม

ตั้งแต่ปี 2553 ไบโอเทค/สวทช. ร่วมกับสหกรณ์การเกษตรผักไห่ ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ติดตามและให้ความรู้ตลอดระยะเวลาการปลูก พัฒนาเกษตรกรให้เป็นผู้ตรวจแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว และร่วมกับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชัยนาทในการตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว

ผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ผ่านมาตรฐานคุณภาพเมล็ดพันธุ์เพื่อนำไปเพาะปลูกนี้ สหกรณ์การเกษตรผักไห่จะรับซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวมาผ่านกระบวนการปรับปรุงเมล็ดพันธุ์ก่อนจำหน่ายให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว นอกจากนี้ยังมีการแปรรูปเป็นข้าวสารบรรจุถุงภายใต้เครื่องหมายการค้า “อ่อนหวาน” เพื่อการจัดจำหน่าย พร้อมแบ่งผลกำไรที่ได้ให้กับกลุ่มเกษตรกรด้วย

นอกจากนี้ยังให้การช่วยเหลือพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเชื้อราบิวเวอเรีย เพื่อป้องกันและกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล แทนการใช้สารเคมี เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่มีการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลอยู่เป็นประจำ รวมถึงการจัดให้มีการอบรมปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practice: GAP) เพื่อพัฒนาคุณภาพผลผลิต เพิ่มความปลอดภัยในการบริโภค และเตรียมความพร้อมสู่การผลิตแบบเกษตรอินทรีย์ในอนาคต

ทั้งนี้ สวทช.มีบทบาทสำคัญในการกำหนดเป้าหมายและมุ่งมั่นพัฒนางานวิจัยให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงพัฒนางานวิจัยที่สามารถรับมือกับสภาพปัญหาได้ทันเหตุการณ์ โดยอาศัยองค์ความรู้และงานวิจัยต่างๆ ที่ สวทช.ได้ริเริ่มดำเนินการไว้ และการทำงานที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานเครือข่ายพันธมิตรจากทั้งภาครัฐและเอกชน