หวายไทยไร้เทียมทาน

หวายไทยไร้เทียมทาน

สิทธิบัตรการประดิษฐ์จากกรมทรัพย์สินทางปัญญาในปี 2542 ย้ำถึงสถานะผู้บุกเบิกการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยี"หวายเทียม"ของแบรนด์โมนาร์ช

สิทธิบัตรการประดิษฐ์จากกรมทรัพย์สินทางปัญญาในปี 2542 ย้ำถึงสถานะผู้บุกเบิกการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยี "หวายเทียม" เป็นรายแรกของโลกและประเทศไทย ผ่านมา 17 ปี "มานัส พรมฮวด" ยังคงเดินหน้าขบคิดพัฒนานวัตกรรม สร้างจุดขายแตกต่าง ตั้งเป้าอีก 5 ปีก้าวไปอยู่แถวหน้าของธุรกิจหวายเทียมในตลาดเมืองไทย

มานัส พรมฮวด กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยพลาสติกแฮนดิคราฟท์ จำกัด ผู้ผลิตหวายสังเคราะห์แบรนด์โมนาร์ช (Monarch) และเมสเซ่ (Messey) เผยถึงแนวคิดเพื่อยกระดับนวัตกรรมหวายเทียมในโรงงานให้มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป แต่อยู่ภายใต้กรอบการออกแบบที่สร้างสรรค์ให้ใช้งานง่าย มีจุดเด่นด้านดีไซน์ตอบโจทย์ในการต่อยอดสู่การผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในภาคอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น งานตกแต่งภายใน งานเฟอร์นิเจอร์ รวมทั้งงานหัตถกรรม

โอกาสแห่งความยั่งยืน

ช่วงที่ผ่านมา บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาเครื่องจักรและแม่แบบ ที่ใช้ในกระบวนการแปรสภาพเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) เป็นเส้นใย ”หวายสังเคราะห์โมนาร์ช” (Monarch Synthetic Rattan ) ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเป็นวัตถุดิบให้กับอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ พร้อมๆ ไปกับการพัฒนาสินค้าดั้งเดิมอย่างต่อเนื่องไปพร้อมกับการขยายตลาดในต่างประเทศทั้งยุโรป สหรัฐอเมริกา เยอรมนีและรัสเซีย

"แต่ความผันผวนของสภาพเศรษฐกิจและค่าเงิน ทำให้การส่งออกไม่ใช่คำตอบที่ดีสำหรับการดำเนินธุรกิจ เราจึงปรับแผนการทำธุรกิจใหม่ ด้วยการพัฒนาวัตถุดิบในการผลิตหวายเทียม ให้รองรับกับความต้องการของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ อุตสาหกรรมการตกแต่งภายในและภายนอก ให้กับเจ้าของแบรนด์ต่างๆ ทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ลาว พม่า เวียดนาม เพื่อรองรับกับการเปิดตลาดเออีซี" มานัส กล่าว

ทั้งนี้ ไทยได้เปรียบในเรื่องของงานฝีมือ ซึ่งอยู่ในอันดับหนึ่งด้านความประณีตและใส่ใจในรายละเอียดในขั้นตอนของการผลิต ประเทศอื่นๆ จะพัฒนามาให้ทัดเทียมได้ยาก ขณะที่ตลาดเฟอร์นิเจอร์หวายเทียมปัจจุบัน มีสินค้าที่ผลิตจากจีนเข้ามาจัดจำหน่ายในซูเปอร์สโตร์ขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก แม้จะราคาต่ำแต่ก็มีคุณภาพด้อยกว่าจากวัสดุที่นำมาใช้ในการผลิต แบรนด์ไทยจึงต้องหันมาเน้นที่คุณภาพกับดีไซน์เป็นหลักเพื่อให้พร้อมก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558

ดีไซน์ตอบโจทย์คู่ค้า

มานัส มองว่า ปัจจุบันความต้องการผลิตภัณฑ์จากหวายมีสูงขึ้น แต่ปริมาณหวายดิบที่ได้ก็ยังไม่เพียงพอ ต้องอาศัยการนำเข้าจากต่างประเทศเป็นมูลค่าสูงมาก ทำให้เป็นโอกาสของหวายเทียมที่เข้ามาเป็นทางเลือกให้กับผู้ผลิตและผู้บริโภค จึงคิดค้นและพัฒนาหวายเทียมหลายรูปแบบออกมารองรับกับความต้องการ อาทิ ความสามารถโค้งงอได้ มีความแข็งแรง ทนต่อแรงกระแทก ผิวสัมผัสเหมือนธรรมชาติ สามารถนำไปใช้ตกแต่งรีสอร์ท โรงแรมรวมทั้งนำไปผลิตชิ้นงานในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และหัตถกรรม โดยไม่ต้องพึ่งพาหวายเทียมจากต่างประเทศ

ทั้งนี้ เฟอร์นิเจอร์หวายเทียมมีลักษณะเด่นคือ น้ำหนักเบาเคลื่อนย้ายง่าย มีความคงทนแข็งแรงมาก ทนต่อแสงแดดและน้ำทั้งยังทำความสะอาดง่าย จึงเหมาะสำหรับการตกแต่งพื้นที่ภายนอกอาคาร

"ขณะนี้สัดส่วนรายได้หลักมาจากตลาดในประเทศ 60% ส่วนที่เหลือ 40% มาจากตลาดต่างประเทศ เราได้เปรียบคู่แข่ง เนื่องจากได้ลงทุนพัฒนาเครื่องจักรผลิตเส้นหวาย จึงสามารถออกแบบวัตถุดิบและผลิตสินค้าได้ตามความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็วและมีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น ผนัง เพดาน พื้น ทั้งยังติดตั้งง่าย มีหลากลวดลายให้เลือกและประยุกต์ใช้ได้หลากหลายตามลักษณะของงาน" เขากล่าว

ในอนาคตอีก 5 ปี มานัสตั้งเป้าหมายที่จะขยับขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดหวายเทียมเมืองไทย ด้วยการทำหน้าผลิตและจำหน่ายวัตถุดิบให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงผู้บริโภค ภายใต้แบรนด์โมนาร์ช และเมสเซ่ นอกจากสร้างรายได้ให้กับประเทศแล้ว ยังเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมโดยลดการใช้หวายธรรมชาติอีกทางหนึ่ง

http://youtu.be/KCmZPLpbP3g