‘หวัง อี้’ ลั่น รับไม่ได้ ประเทศที่ทำตัวเป็น ‘ผู้พิพากษาโลก’ หลังทรัมป์จับมาดูโร

‘หวัง อี้’ ลั่น รับไม่ได้ ประเทศที่ทำตัวเป็น ‘ผู้พิพากษาโลก’ หลังทรัมป์จับมาดูโร

‘หวัง อี้’ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ลั่น รับไม่ได้ที่มีประเทศใดประเทศหนึ่ง ทำตัวเป็น ‘ผู้พิพากษาโลก’ หลัง ปธน.ทรัมป์จับ ปธน.มาดูโร

หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน กล่าวว่า ปักกิ่งไม่สามารถยอมรับประเทศใดก็ตามที่วางตัวเองเป็น “ผู้พิพากษาโลก” หลังสหรัฐจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลาเมื่อวันเสาร์ (3 ม.ค.69)

หวัง กล่าวกับอิสฮัก ดาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถาน ในระหว่างพบปะกันในปักกิ่งเมื่อวันอาทิตย์ (4 ม.ค.69)

“พวกเราไม่เชื่อว่าประเทศใดจะสามารถทำตัวเป็นตำรวจโลก หรือให้เรายอมรับว่าประเทศใดสามารถอ้างตัวเป็นผู้พิพากษาโลกได้” หวัง อี้ ได้อ้างอิงถึงสถานการณ์ล่าสุดในเวเนซุเอลา โดยไม่ได้กล่าวถึงสหรัฐโดยตรง

“อำนาจอธิปไตย และความมั่นคงของทุกประเทศควรได้รับการปกป้องภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ” นักการทูตระดับสูงสุดของจีนกล่าวเสริมในแถลงการณ์ครั้งแรกของเขา นับตั้งแต่มีภาพมาดูโรวัย 63 ปี ถูกปิดตา และใส่กุญแจมือเผยแพร่ออกมา ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้กับชาวเวเนซุเอลา

ขณะนี้มาดูโรถูกคุมขังอยู่ในนิวยอร์ก รอขึ้นศาลในวันจันทร์ (5 ม.ค.69) เพื่อพิจารณาคดีในข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด

ที่ผ่านมา ปักกิ่งได้พยายามที่จะก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจทางการทูตซึ่งเป็นเป้าหมายที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนที่สุด หลังจากเป็นตัวกลางในการฟื้นฟูความสัมพันธ์อย่างไม่คาดคิดระหว่างซาอุดีอาระเบีย และอิหร่าน ในปี 2023 และให้คำมั่นว่าจีนจะ “มีบทบาทที่สร้างสรรค์ในประเด็นความขัดแย้งระดับโลก”

นักวิเคราะห์ต่างบอกว่า ความสำเร็จของปักกิ่งในการเผชิญหน้ากันตรงๆ ในการเจรจาการค้ากับสหรัฐ ยิ่งเสริมสร้างความมั่นใจให้จีนมากขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม การอ้างสิทธิของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าสหรัฐจะเข้าไปกำกับดูแลรัฐบาลเวเนซุเอลาชั่วคราว ถือเป็นอีกบททดสอบครั้งสำคัญต่อ “ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม และยั่งยืน” ที่ปักกิ่ง และการากัสลงนามในปี 2023 เนื่องในโอกาสครบรอบเกือบ 50 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูต

เจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนรายหนึ่งกล่าว

“นี่ส่งผลกระทบครั้งใหญ่ต่อจีน เราต้องการแสดงให้เห็นว่าเราเป็นมิตรที่น่าเชื่อถือของเวเนซุเอลา”

แหล่งข่าวรายนี้ได้ทราบรายละเอียดการประชุมระหว่างมาดูโร และฉิว เสี่ยวฉี ผู้แทนพิเศษของจีนด้านกิจการลาตินอเมริกาและแคริบเบียน เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่มาดูโรจะถูกจับกุม

แหล่งข่าวบอกด้วยว่า ลูกชายมาดูโรได้ไปเยือนมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ที่ติดอันดับท็อปของจีนในปี 2024 ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เขาเข้าเรียนเมื่อปี 2016 และว่าพวกเขาไม่แน่ใจว่าลูกชายมาดูโรจะกลับมาอีกหรือไม่ แม้ว่าจะมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับการากัสมาหลายปี โดยเฉพาะในเรื่องการศึกษา และความสัมพันธ์ของเขากับจีน

ทั้งนี้ เศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลกได้ให้สนับสนุนเส้นชีวิตเศรษฐกิจของเวเนซุเอลามาตั้งแต่สหรัฐ และพันธมิตรออกมาตรการคว่ำบาตรในปี 2017 และซื้อสินค้ามูลค่าสูงถึง 1.6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 ตามข้อมูลล่าสุด

ข้อมูลจากศุลกากรแสดงให้เห็นว่า เกือบครึ่งหนึ่งของการซื้อของจีนเป็นการซื้อน้ำมันดิบ ขณะที่ข้อมูลจากสถาบันคลังสมอง American Enterprise Institute ที่ติดตามการลงทุนของบริษัทจีนในต่างประเทศ ระบุว่า บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของรัฐบาลจีนลงทุนในเวเนซุเอลาประมาณ 4.6 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2018

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์