โค่น ‘มาดูโร’ จุดสปอตไลต์ ‘หนี้ยักษ์หลายล้านล้านบาท’

โค่น ‘มาดูโร’ จุดสปอตไลต์ ‘หนี้ยักษ์หลายล้านล้านบาท’

การโค่นอำนาจปธน.นิโกลัส มาดูโร ไม่เพียงสั่นคลอนภูมิทัศน์การเมืองเวเนซุเอลา แต่ยังจุดกระแสความสนใจกลับไปที่ ‘วิกฤตหนี้ยักษ์’ ของประเทศนี้ ซึ่งถูกแช่แข็งมานานเกือบ 8 ปี ท่ามกลางหนี้ต่างประเทศหลายล้านล้านบาท และความหวังใหม่จากการเปลี่ยนขั้วอำนาจ

จากการโค่นอำนาจประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร นี่ได้ทำให้ “วิกฤติหนี้ของเวเนซุเอลา” ซึ่งเป็นหนึ่งในกรณีผิดนัดชำระหนี้ของรัฐที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังค้างคาไม่ถูกแก้ไข กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง

สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า หลังจากเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจยาวนานหลายปีและมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐที่ตัดเวเนซุเอลาออกจากตลาดเงินทุนระหว่างประเทศ เวเนซุเอลาได้ผิดนัดชำระหนี้ในช่วงปลายปี 2017 ทั้งในส่วนของพันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตรที่ออกโดยบริษัทน้ำมันแห่งชาติ Petroleos de Venezuela (PDVSA)

นับแต่นั้นมา ดอกเบี้ยที่ค้างชำระได้สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน ยังมีข้อเรียกร้องทางกฎหมายจากกรณีที่รัฐเคยยึดทรัพย์สินในอดีต ทำให้ยอดหนี้ที่ยังไม่ได้จ่ายพอกพูนขึ้นอย่างมาก จนภาระหนี้ต่างประเทศรวมสูงกว่ามูลค่าพันธบัตรเดิมหลายเท่า

ขณะเดียวกัน หนี้ด้อยคุณภาพของเวเนซุเอลากลับมาฟื้นตัว หลังโดนัลด์ ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนมกราคม 2025 เนื่องจากนักลงทุนและนักเก็งกำไรเริ่มคาดหวังว่า อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศ

นักวิเคราะห์ประเมินว่า เวเนซุเอลามีพันธบัตรที่ผิดนัดชำระหนี้คงค้างสูง “ราว 60,000 ล้านดอลลาร์” (ประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท) 

อย่างไรก็ตาม หากนับรวมภาระผูกพันของ PDVSA เงินกู้ทวิภาคี และคำชี้ขาดจากอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ หนี้ต่างประเทศรวมจะอยู่ที่ประมาณ 150,000–170,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.7-5.3 ล้านล้านบาท) 

ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่า GDP ตามมูลค่าปัจจุบันของเวเนซุเอลาในปี 2025 อยู่ที่ราว 82,800 ล้านดอลลาร์ ซึ่งหมายความว่าอัตราส่วนหนี้ต่อ GDP อยู่ที่ประมาณ 180–200%

ทั้งนี้ พันธบัตรของ PDVSA ชุดหนึ่งที่เดิมครบกำหนดในปี 2020 ถูกค้ำประกันด้วยหุ้นส่วนใหญ่ใน Citgo โรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐ โดย Citgo เป็นทรัพย์สินที่ PDVSA ถือครองอยู่ในทางอ้อม ปัจจุบัน Citgo กลายเป็นทรัพย์สินสำคัญที่เจ้าหนี้พยายามใช้กระบวนการศาลเพื่อทวงคืนเงิน

ขณะเดียวกัน มาตรการคว่ำบาตรที่ดำเนินมายาวนาน รวมถึงการห้ามซื้อขายหนี้ของเวเนซุเอลา ทำให้การตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ถือครองพันธบัตรเหล่านี้อยู่เป็นเรื่องยาก

สำหรับเจ้าหนี้เชิงพาณิชย์รายใหญ่ที่สุด น่าจะเป็นกลุ่มผู้ถือพันธบัตรต่างประเทศ รวมถึงนักลงทุนเฉพาะทางด้านหนี้ด้อยคุณภาพ ซึ่งมักถูกเรียกว่า “กองทุนแร้ง”

ในบรรดาเจ้าหนี้ของเวเนซุเอลา ยังรวมถึงบริษัทที่ได้รับค่าชดเชยจากคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ จากกรณีที่รัฐบาลเวเนซุเอลาเคยเวนคืนทรัพย์สินในอดีต โดยศาลสหรัฐได้ให้การรับรองคำตัดสินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์แก่บริษัทอย่าง ConocoPhillips และ Crystallex ส่งผลให้ข้อเรียกร้องเหล่านี้กลายเป็นภาระหนี้อย่างเป็นทางการ และเปิดทางให้เจ้าหนี้สามารถติดตามยึดทรัพย์สินของเวเนซุเอลาเพื่อชำระหนี้ได้

นอกเหนือจากเจ้าหนี้เชิงพาณิชย์แล้ว เวเนซุเอลายังมีเจ้าหนี้ในรูปแบบเงินกู้ทวิภาคี โดยหลักคือ จีนและรัสเซีย ซึ่งเคยปล่อยเงินกู้ให้ทั้งรัฐบาลของประธานาธิบดีมาดูโร และอดีตประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ

อย่างไรก็ดี ตัวเลขหนี้ที่แท้จริงยังยากต่อการตรวจสอบอย่างแม่นยำ เนื่องจากเวเนซุเอลาไม่ได้เปิดเผยสถิติหนี้ต่างประเทศอย่างครบถ้วนมานานหลายปีแล้ว

ทั้งนี้ เศรษฐกิจเวเนซุเอลาหดตัวอย่างรุนแรงหลังปี 2013 เมื่อการผลิตน้ำมันดิ่งลง เงินเฟ้อพุ่งสูง และความยากจนเพิ่มขึ้น แม้ว่าการผลิตจะทรงตัวขึ้นบ้าง แต่ราคาน้ำมันโลกที่ต่ำลงและส่วนลดราคาน้ำมันดิบของเวเนซุเอลา ทำให้รายได้เพิ่มได้จำกัด แทบไม่เหลือพื้นที่ในการชำระหนี้โดยไม่ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ อีกทั้งการปิดล้อมเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรของสหรัฐล่าสุด ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์

ทรัมป์กล่าวว่า บริษัทน้ำมันสหรัฐพร้อมรับมือกับภารกิจที่ยากลำบากในการเข้าไปลงทุนฟื้นฟูการผลิตในเวเนซุเอลา แต่รายละเอียดและกรอบเวลายังไม่ชัดเจน ปัจจุบัน “Chevron” เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐเพียงรายเดียวที่ยังดำเนินงานอยู่ในแหล่งน้ำมันของเวเนซุเอลา

อ้างอิง: cnbc