ทีโอทีรับแผนเดินหน้าโปรเจคเคเบิลใต้น้ำร่วมทุนหลุดแล้ว 1 เส้นทาง อ้างปัจจัยลบไร้ครม.อนุมัติแผนงาน เผยวงเงินโครงการรวมกว่า6พันล้านบาทรวม3สาย
พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันตชัย ประธานกรรมการ (บอร์ด) บมจ.ทีโอที กล่าวภายหลังการประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมได้รับทราบปัญหากรณีโครงการเคเบิลใยแก้วใต้น้ำ 3 เส้นทาง รวมมูลค่า 5,900 ล้านบาท ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากไม่มีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งแต่ปลายปี 2556 ทำให้ไม่สามารถอนุมัติโครงการดังกล่าวได้ ส่งผลให้ขณะนี้แผนการร่วมทุนของทีโอทีต้องหลุดไป 1 เส้นทาง มูลค่า 1,600 ล้านบาท
ทั้งนี้ ทีโอทีมีแผนจะเข้าร่วมดำเนินการกับประเทศอื่นๆ ใน 3 เส้นทาง คือ เส้นทาง เอเชีย- ยุโรป สิงคโปร์-ยุโรป และ ฮ่องกง-ญี่ปุ่น แต่การที่ไม่มีครม.เพื่ออนุมัติ ทำให้ทีโอทีไม่สามารถลงทุนในเส้นทางแรกได้ และอยู่ระหว่างการรออนุมัติอีก 2 เส้นทางต่อไป
เขา กล่าวว่า สำหรับแผนรับมือภาวะการเมืองที่ไม่ปกติในขณะนี้ ทีโอทีจะต้องเปลี่ยนจากการร่วมลงทุนในฐานะหนึ่งในประเทศภาคีสมาชิกเป็นซื้อเหมาโครงข่ายตามปริมาณความจุ (คาปาซิตี้) เพื่อลดขนาดมูลค่าการใช้งบลงทุนลง ซึ่งแม้ต้นทุนต่อหน่วยจะแพงขึ้น แต่ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดที่สามารถทำได้ และไม่ต้องรอการอนุมัติจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว
พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวว่า บอร์ดยังได้พิจารณาแผนปรับปรุงคุณภาพการให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านโครงข่ายไฟเบอร์ (เอฟทีทีเอ็กซ์) จำนวน 1.3 แสนพอร์ต ใช้งบดำเนินงาน 2,000 ล้านบาท โดยให้ฝ่ายบริหารเสนอรายละเอียดก่อนส่งให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เห็นชอบ ซึ่งแผนลงทุนเอฟทีทีเอ็กซ์ 1.3 แสนพอร์ต ก็เพื่อแก้ปัญหาที่ไม่สามารถใช้งบลงทุนขนาดใหญ่ได้
รายงานข่าว ระบุว่าภายหลังจากที่รัฐบาลประกาศยุบสภาเมื่อปลายปี 2556 นั้น ทำให้ 3 โครงการใหม่ในงบ 40,000 ล้านบาทที่ทีโอทีรอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องเลื่อนออกไป แม้ว่าบางโครงการจะผ่านความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปแล้ว
ทั้งนี้ 3 โครงการใหม่เป็นไปตามแผนฟื้นฟูองค์กร (เทิร์นอะราวด์) ตามที่ทีโอทีเสนอไปแล้ว โดยขณะนี้รอเพียงการอนุมัติงบประมาณที่ทีโอทีร้องขอจำนวน 40,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการโทรศัพท์ 2 ล้านพอร์ตจำนวน 30,000 ล้านบาท โครงการสร้างโครงข่ายอัจฉริยะ (เอ็นจีเอ็น) 2,800 ล้านบาท และ โครงการสร้างสายเคเบิลใต้น้ำ 5,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม แนวทางการดำเนินเชื่อว่า จะมีการเรียกประชุมผู้บริหารเพื่อปรับแผนการดำเนินงาน หลังโครงการใหม่ไม่สามารถผ่านครม.ได้ โดยอาจจะมีการปรับเปลี่ยนงบประจำปีของทีโอทีในปี 2557 จำนวน 4,000-5,000 ล้านบาท ที่เดิมใช้กับการขยายคอร์เน็ตเวิร์คสำหรับบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) เพียงอย่างเดียว แต่จะปรับเปลี่ยนไปลงในสายธุรกิจให้เข้ากับแผนฟื้นฟูองค์กร





