วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดิจิทัลฮับชี้โฆษณาออนไลน์โต 40%

"ดิจิทัล ฮับ" สบช่องสมาร์ทโฟน-เข้าถึงเน็ตดันตลาดโฆษณาออนไลน์ไทยโต 40% มูลค่าเกินกว่า 5,000 ล้านบาท เปิดบริษัทเอเยนซีลุยหนักธุรกิจองค์กร

นายสรนัฐ อุนะพำนัก รองประธาน บริษัท ดิจิทัล ฮับ จำกัด ดิจิทัล เอเยนซี ในเครือโอสถสภา กล่าวว่า ตลาดโฆษณาออนไลน์ไทยปีนี้เทียบกับปี 2556 จะเติบโตขึ้นอีก 40% มูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 4.5% ของตลาดรวมโฆษณา

ปัจจัยสำคัญมาจากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้น การใช้สมาร์ทโฟนแพร่หลาย ราคาถูกลง พฤติกรรมบริโภคสื่อของคนไทยเปลี่ยนไปรับสื่อออนไลน์มากขึ้น คาดด้วยว่าตลาดจะยิ่งเติบโตมากขึ้นหากภาครัฐพัฒนาอินฟราสตรักเจอร์ของประเทศให้มีศักยภาพ

“ตลาดยังคงเติบโตแบบก้าวกระโดดและต่อเนื่อง ที่น่าสนใจฐานการใช้งานเริ่มกว้างขึ้นตั้งแต่เด็ก เยาวชน วัยทำงาน ทั้งกำลังขยายเข้าสู่กลุ่มผู้สูงอายุหรือที่เกษียนไปแล้ว”

อย่างไรก็ดี สัดส่วนของการใช้งบประมาณส่วนใหญ่ยังเป็นรูปแบบแบนเนอร์ 41% ระบบค้นหาหรือกูเกิลเสิร์ช 15% โฆษณาบนโซเชียลเน็ตเวิร์ค 10% ที่เหลืออื่นๆ กว่า 30% ด้านกลุ่มสินค้าและบริการยอดนิยมประกอบด้วยธุรกิจโทรคมนาคม อุปกรณ์โมบาย เครื่องสำอาง รถยนต์และอสังหาริมทรัพย์

ขณะนี้เม็ดเงินใช้จ่ายโฆษณาออนไลน์ในไทยยังน้อยมากเมื่อเทียบต่างประเทศ เช่น สหรัฐหรืออังกฤษที่มีสัดส่วนกว่า 40% ญี่ปุ่นและเกาหลีที่ 10-20% คาดว่าไทยจะเพิ่มขึ้นใกล้เคียงอีก 5 ปีข้างหน้า

เขากล่าวว่า เปิดตัวบริษัทเมื่อราวเดือนก.พ.ทิศทางธุรกิจเน้นกลยุทธ์สร้างความต่างด้วยความคิดสร้างสรรค์ มีการสำรวจความคิดเห็นลูกค้าเชิงลึกที่เหมาะสมกับแบรนด์ลูกค้า พร้อมเปิดกว้างความร่วมมือกับคู่ค้าทางธุรกิจเพื่อเพิ่มโอกาสการตลาดและสร้างการเติบโต ด้านบริการครอบคลุมการพัฒนาทิศทางธุรกิจ กลยุทธ์ ให้คำปรึกษา และที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

บริษัทตั้งเป้าปีแรกนี้มีรายได้ 120 ล้านบาท ด้วยเป็นบริษัทในเครือโอสถสภา สัดส่วน 60% จะมาจากสินค้าและบริการในกลุ่ม ส่วนอีก 40% เป็นลูกค้าจากภายนอก

"คำว่าออนไลน์ไม่ใช่เทคโนโลยีแต่เป็นเรื่องของความสนุก ง่าย อะไรที่เป็นกระแส รวมถึงต่อยอดไปเป็นไวรัลมาร์เก็ตติ้ง ปีแรกจะไม่เน้นสร้างผลกำไร แต่หวังสร้างผลงาน และเปิดตัวให้เป็นที่รู้จัก"

สำหรับความไม่แน่นอนทางการเมืองส่งผลให้ไตรมาสแรกตลาดชะลอตัวเล็กน้อยทว่าน่าเป็นเพียงระยะสั้น ด้วยปัจจัยข้างต้นและการเปิดรับที่กว้างขึ้นจะเป็นตัวผลักดันให้ตลอดทั้งปีตลาดสามารถเติบโตได้ตามตัวเลขที่ประเมินกันไว้