ม.เกษตรศาสตร์ร่วมกับกรมการแพทย์และสถาบันไทย เยอรมัน ลงนามความร่วมมือพัฒนาการออกแบบและผลิตแม่พิมพ์ขึ้นรูปเท้าเทียมชนิด SACH
ม.เกษตรศาสตร์ ร่วมกับ กรมการแพทย์ และ สถาบันไทย – เยอรมัน ลงนามความร่วมมือ “พัฒนาการออกแบบและผลิตแม่พิมพ์ขึ้นรูปเท้าเทียมชนิด SACH ” เพื่อคนพิการที่ถูกตัดขาระดับข้อเท้าขึ้นมา
นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า จากฐานข้อมูลคนพิการขาขาดเบื้องต้นในประเทศไทย พบว่า ขณะนี้มีคนพิการขาขาดระดับข้อเท้าขึ้นมา ประมาณ 30,000 คน และมีคนพิการที่ต้องถูกตัดขารายใหม่ประมาณปีละ 3,500 ราย และจากการสำรวจข้อมูลความต้องการอุปกรณ์สำหรับคนพิการในประเทศไทย ยังพบอีกว่า เท้าเทียม (Prosthetic Foot) เป็นหนึ่งในชิ้นส่วนของกายอุปกรณ์ที่มีความต้องการใช้งานเป็นอย่างมาก โดยพบว่า ผู้ป่วยที่ต้องการใช้อุปกรณ์ขาเทียม ซึ่งมีเท้าเทียมเป็นส่วนประกอบนั้น มีจำนวน 60,000 ข้างต่อปี ในขณะที่มีเท้าเทียมให้กับผู้ป่วยได้เพียง 4,000ถึง 5,000 ข้างต่อปี
โดยทุกๆ 2-3 ปี ต้องมีการเปลี่ยนอุปกรณ์ดังกล่าว ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ ทั้งจากแถบยุโรป และประเทศจีน อย่างไรก็ตามผู้ผลิตเท้าเทียมในประเทศไทยยังขาดองค์ความรู้ทั้งในด้านการออกแบบ และกระบวนการผลิตอุปกรณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มีราคาที่ค่อนข้างสูง และพบปัญหาในด้านของคุณภาพของเท้าเทียมโดยมักจะเกิดปัญหาการแตกหัก สึกหรอ เสียหายที่ตัวเท้าเทียม นอกจากนี้ยังพบว่าเท้าเทียมบางรุ่นไม่ผ่านการทดสอบการใช้งานตามมาตรฐาน ISO 10328
ผศ.ดร.ศุภสิทธิ์ รอดขวัญ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหน้าคณะนักวิจัย จึงได้มีแนวคิดในการพัฒนาการออกแบบและผลิตแม่พิมพ์ขึ้นรูปเท้าเทียมชนิด SACH ขนาด 25 เซนติเมตรโดยใช้หลักการทางวิศวกรรม ทั้งวิศวกรรมย้อนรอย (Reverse Engineering) รวมถึงการใช้เทคโนโลยีการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบ ผลิต วิเคราะห์ทางวิศวกรรม (CAD/CAM/CAE) เป็นเครื่องมือในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว เพื่อเพิ่มองค์ความรู้ทั้งการออกแบบเท้าเทียมและกระบวนการผลิตที่สามารถลดต้นทุน และ ระยะเวลาในการผลิตเท้าเทียมที่มีประสิทธิภาพ
ผศ.ดร.ศุภสิทธิ์ รอดขวัญ กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ ก่อให้เกิดองค์ความรู้ในการออกแบบและผลิตแม่พิมพ์ขึ้นรูปเท้าเทียม ดังนั้นสิ่งที่เราได้รับ ก็คือ แม่พิมพ์หรือต้นแบบฉีดขึ้นรูปเท้าเทียม และชิ้นงานเท้าเทียมชนิด SACH ที่ผ่านการทดสอบคุณภาพมาตรฐาน และมีความเหมาะสมทั้งในสภาพอากาศที่ร้อนชื้นของประเทศไทยและสภาวะการใช้งานของผู้พิการไทย นอกจากนี้เรายังลดต้นทุนการผลิตโดยเลือกใช้วัสดุภายในประเทศไทยเป็นส่วนประกอบการผลิต เช่น อีวีเอ โฟม ,ไม้ , ยาง , ผ้าใบ หรือ พลาสติก ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเพื่อการผลิตในเชิงพาณิชย์ต่อไป รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังผู้ประกอบการ ให้เกิดความสามารถในการแข่งขันของอุตศาหกรรมเท้าเทียมในระดับนานาประเทศ
โดยโครงการวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนจาก อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันไทย-เยอรมัน ภายใต้โครงการยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ ของยุทธศาสตร์การยกระดับความสามารถด้านเทคโนโลยีการผลิตแม่พิมพ์ความเที่ยงตรงและความซับซ้อนสูง และได้รับความสนับสนุนในด้านของความร่วมมือของข้อมูล ตัวอย่างชิ้นงานและเครื่องมือที่ใช้ในการทดสอบจากศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ รวมถึงการนำเท้าเทียมที่ได้จากกงานวิจัยนี้ไปทดสอบกับผู้ป่วยต่อไป โดยมีระยะเวลาความร่วมมือ 9 เดือน แล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม 2557 นี้





