คิง เพาเวอร์ ร้านค้าปลอดอากรที่ใหญ่ที่สุดในไทย เดินหน้าสร้างสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ ชูคอนเซ็ปต์สินค้าที่มีเอกลักษณ์และเรื่องราว
คิง เพาเวอร์ ร้านค้าปลอดอากรที่ใหญ่ที่สุดในไทย เดินหน้าสร้างสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ ชูคอนเซ็ปต์สินค้าที่มีเอกลักษณ์และเรื่องราว สร้างความต่างจากเฮ้าส์แบรนด์ในไฮเปอร์มาร์เก็ต เพื่อเป็นทางเลือกแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
ปัจจุบันเฮ้าส์แบรนด์ของคิง เพาเวอร์มีทั้งหมด 6 แบรนด์ ได้แก่ แบรนด์ VS ย่อมาจาก Voyage of Style เป็นแบรนด์เอกซ์คลูชีฟแนวแฟชั่นสำหรับนักเดินทางหรือผู้ที่ชื่นชอบการเดินทาง แบรนด์ไทไท (TaiTai) สะท้อนวัฒนธรรมไทยในตัวสินค้า เช่น ผ้าพันคอ กระเป๋า พวงกุญแจทำจากผ้าขาวม้า สินค้าของที่ระลึกจากสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ (LCFC) ในรูปแบบของเสื้อผ้ากีฬาสไตล์แฟชั่นของชำร่วยภายใต้แบรนด์ วีอาร์ นัมเบอร์ เอจท์ (VR No.8) ที่มีฟังชั่นเสริม เช่น พวงกุญแจไฟฉาย แบรนด์อักษรา (Aksra) เป็นของชำร่วยเกี่ยวกับรามเกียรติ์ แบรนด์ฮาร์ดเมท (Heartmade) เช่น ข้าวตัง ทองม้วน ที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อเป็นของฝาก
จากโนเนมสู่พรีเมียม
ณพรรรมล เปล่งวิทยา รองประธานแผนกเฮ้าส์แบรนด์ เล่าถึงที่มาของแนวคิดการทำสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ ว่า นักท่องเที่ยวเปิดใจยอมรับในสินค้าเฮ้าส์แบรนด์มากขึ้น เนื่องจากการพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น จึงเริ่มกลายเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทย และเป็นจุดให้คิง เพาเวอร์ ตัดสินใจสร้างแบรนด์สินค้าของตนเองเมื่อ 3 ปีที่แล้ว พบว่า ตลาดให้การตอบรับดีทั้งในกลุ่มคนไทยและต่างชาติ
คิง เพาเวอร์จึงไม่รอช้าที่จะเปิดเกมรุก เพื่อต่อยอดให้สินค้าเฮ้าส์แบรนด์สามารถครองใจนักท่องเที่ยวและขยายตัวออกไปในวงกว้าง ถึงขนาดตั้งแผนกขึ้นมาเพื่อดูแลสินค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะเพื่อทำหน้าที่ในการประเมินคุณภาพของเฮ้าส์แบรนด์ วิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์และทดสอบความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ และคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่
จุดเด่นเฮ้าส์แบรนด์ของคิง เพาเวอร์ เริ่มต้นตั้งแต่แนวคิดการออกแบบ คอนเซ็ปต์สินค้าที่มีเอกลักษณ์ วัตถุดิบที่นำมาใช้ ฟังก์ชั่นการใช้งาน แต่ละแบรนด์มีแนวคิดที่แตกต่างกันไป โดยมีการวางโครงร่างแนวคิดไว้ก่อนว่า จะผลิตเพื่อตอบสนองลูกค้าเฉพาะกลุ่ม รวมถึงพื้นที่จำหน่ายสินค้าในแต่ละโซนก็แตกต่างกันด้วย เช่น พัทยาจะเป็นสินค้าที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ส่วนที่กรุงเทพฯ จะนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวจีน เป็นต้น
"คอนเซ็ปต์เฮ้าส์แบรนด์ในซูเปอร์มาร์เก็ต จะเน้นราคาถูกเป็นหลักเพื่อดึงดูดใจลูกค้า ตรงกันข้ามกับเฮ้าส์แบรนด์คิง เพาเวอร์ จะผลิตสินค้าออกมาในลักษณะเอกซ์คลูซีฟเฉพาะลูกค้า ไม่ได้เป็นสินค้าแมส ที่หาซื้อที่ไหนก็ได้ เราคัดสรรทุกขั้นตอนการผลิต เน้นคุณภาพและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละแบรนด์"
ยกตัวอย่าง แบรนด์ VS มีเอกลักษณ์โดดเด่นภายใต้คอนเซ็ปต์ "แรงบันดาลใจในการเดินทาง" (Inspired Traveling) ล่าสุดเปิดตัวคอลเลกชันแรก LOVE VOYAGE ผ่านชิ้นงานสัญลักษณ์รูปหัวใจของดีไซเนอร์ไทย
คอนเซ็ปต์สินค้าชัดเจน
นักช็อปตัวจริงไม่มีใครไม่รู้จัก "คิง เพาเวอร์" ที่นอกจากจะคุ้นเคยกับการชอปปิงร้านค้าปลอดอากร ภายในสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว ปัจจุบันยังได้ขยายอาณาจักรดิวตี้ฟรีในชื่อ "คิง เพาเวอร์ ศรีวารี คอมเพล็กซ์" ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิราว 15 กิโลเมตร ต่อจากคิงเพาเวอร์ รางน้ำ คอมเพล็กซ์ และคิง เพาเวอร์ พัทยา คอมเพล็กซ์
ปีที่ผ่านมา ยอดขายของเฮ้าส์แบรนด์คิง เพาเวอร์เติบโตมากกว่า 50% โดยสัดส่วนยอดขายหลัก 90% มาจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ส่วนที่เหลือ 10% เป็นคนไทย ดังนั้น ทางแผนกจึงวางแผนที่จะขยายฐานลูกค้าในกลุ่มลูกค้าคนไทยมากขึ้น โดยการพัฒนาสินค้าภายใต้แบรนด์ VS ออกมา เป็นหัวหอกเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบสินค้าแฟชั่น คุณภาพดี ราคาสมเหตุสมผล สามารถใช้ในชีวิตประจำวัน
"แผนการประชาสัมพันธ์อาจจะลงโฆษณาผ่านนิตยสารและแบรนด์เอนดอสเซอร์ไปกับดารานักแสดง รวมทั้งการใช้สื่อออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊คและเว็บไซต์คิง เพาเวอร์ให้กลุ่มลูกค้ารู้จักแบรนด์มากขึ้น ส่วนในเฟสที่สองยังอยู่ในแผนว่าจะมีการแนะนำสินค้าให้เป็นที่รู้จักในลูกค้าที่ไม่ได้เข้ามาในร้านดิวตี้ ฟรี เช่น ทำป๊อปอัพสโตร์ตามสถานที่ต่างๆ คาดว่าจะเห็นภาพชัดเจนในปีหน้า เราเชื่อว่า กำลังซื้อของลูกค้าคนไทยไม่แพ้นักท่องเที่ยวต่างประเทศ" ณพรรรมล กล่าว





