กลุ่มสิงเทลจับมือ ซัมซุง ดันกลยุทธ์มือถือพ่วงคอนเทนท์-แอพพลิเคชั่น-เทคโนฯครบวงจร ปูพรมผ่านเครือข่าย 6 ประเทศทั่วเอเชีย นำร่องผ่านกาแล็คซี่
นายพอล โอ ซัลลิแวน ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มคอนซูเมอร์ สิงเทล กล่าวว่า กลุ่มสิงเทลประกาศความร่วมมือบริษัทซัมซุง ยกระดับการใช้งานโมบายดาต้าในตลาดเกิดใหม่ โดยพัฒนาเป็นรูปแบบบริการและแอพพลิเคชั่นเพื่อให้บริการผ่านเครือข่ายของสิงเทลใน 6 ประเทศทั่วเอเชีย
ประกอบด้วยสิงเทล ประเทศสิงคโปร์, ออพตัส ออสเตรเลีย, แอร์เทล ประเทศอินเดียและแอฟริกา, โกลบ เทเลคอม ฟิลิปปินส์, เทลคอมเซล อินโดนีเซีย และเอไอเอส ประเทศไทย จำนวนผู้ใช้บริการในเครือข่ายรวมกันกว่า 500 ล้านคน
ทั้งนี้ ความร่วมมือในปีแรกจะได้เห็นการบันเดิลแอพพลิเคชั่นเอ็กซ์คลูซีฟบนสมาร์ทโฟนซัมซุงเริ่มต้นจากกาแล็คซี่ เอส 5 และจะทยอยไปยังสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ในตระกูลกาแล็คซี่, การเรียกเก็บค่าซัมซุงแอพผ่านบิลโทรศัพท์มือถือ ตอบโจทย์ลูกค้าที่ไม่ต้องการใช้บัตรเครดิต และเพิ่มทางเลือกในการจ่ายเงิน, ความร่วมมือด้านการค้าปลีก ให้ลูกค้าซื้อสมาร์ทโฟนพร้อมแพ็คเกจได้สะดวก ตลอดจนความร่วมมือในการพัฒนาโมบายแอพจากกลุ่มสตาร์ทอัพในท้องถิ่น
“ความร่วมมือกับซัมซุงเป็นการร่วมงานระดับโลกที่ผู้ผลิตมือถือและผู้ให้บริการเครือข่ายทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่มักเกิดขึ้นในยุโรปก่อนหน้านี้เพราะเป็นตลาดใหญ่ แต่ครั้งนี้ขยายมาสู่ตลาดเกิดใหม่ในเอเชียเพราะแนวโน้มการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเราจะเน้นการบันเดิลแอพพลิเคชั่น, คอนเทนท์ และเทคโนโลยีต่างๆ ให้มีอยู่บนมือถือซัมซุง” นายซัลลิแวน กล่าว
พร้อมกับย้ำว่า ดีลดังกล่าวทั้งสองบริษัทมีเป้าหมายเพื่อขยายตลาด และเพิ่มประสบการณ์การใช้งานมือถือให้แก่ผู้ใช้ในตลาดเกิดใหม่เป็นหลัก
ขณะที่ นายมาร์ค ชอง ชิน ก็อก ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มคอนซูเมอร์ระหว่างประเทศ สิงเทล กล่าวว่า ปีนี้กลุ่มสิงเทลเตรียมงบลงทุนสำหรับการพัฒนาเครือข่ายตั้งแต่ 2จี, 3จี และ 4จี บนเครือข่ายผู้ให้บริการทั้ง 6 ประเทศ รวม 7 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ โดยเฉพาะตลาดใหญ่ในเชิงรายได้คือ อินโดนีเซีย, อินเดีย และไทย (ตามลำดับ)
โดยในไทยปีนี้ยังลงทุนอย่างต่อเนื่อง ตามแผนเดิมที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้คือ งบลงทุน 3จี ทั่วประเทศ 90,000 ล้านบาทภายใน 2 ปี ซึ่งจนถึงขณะนี้ใช้ไปแล้วราว 50% ตั้งเป้ามีจำนวนสถานีฐาน 3จี 2100 ทั้งหมด 20,000 สถานีฐาน ครอบคลุม 95% ของจำนวนประชากรในไทยปีนี้
ส่วนดีลกับซัมซุงยังไม่มีกำหนดระยะเวลา แต่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเปิดกว้างพันธมิตรรายอื่นๆ
นายปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า ในไทยจำนวนผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนมีสัดส่วน 15% ของจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนซึ่งถือว่ามาก และปีนี้ยังเป็นจังหวะที่ไทยจะมีบริการ 3จีใช้งานครอบคลุมเต็มที่ซึ่งเป็นโอกาสที่จะเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานใหม่ๆ โดยเฉพาะบริการที่ผ่านทางโมบาย ดาต้า
“การจับมือในระดับโกลบอล จะทำให้เราได้สเกลในการพัฒนา และสร้างความแตกต่างในบริการที่เป็นประโยชน์ เช่น บริการจ่ายค่าบริการค่าโดยสารผ่านมือถือ นอกจากนี้ซัมซุงยังเป็นแบรนด์ที่มีส่วนแบ่งในตลาดสูงมาก ซึ่งในตลาดรวมเชื่อว่าใน 100 เครื่อง เป็นมือถือซัมซุงแล้ว 60 เครื่อง ทำให้การพัฒนาบริการต่างๆ จะไปได้กว้าง” นายปรัธนา กล่าว
พร้อมกับเผยว่า ความร่วมมือในปีแรกจะได้เห็นการบันเดิลแอพพลิเคชั่นเอ็กซ์คลูซีฟบนสมาร์ทโฟนซัมซุงเริ่มต้นจากกาแล็คซี่ เอส 5 และจะทยอยไปยังสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ในตระกูลกาแล็คซี่, การเรียกเก็บค่าซัมซุงแอพผ่านบิลโทรศัพท์มือถือ ตอบโจทย์ลูกค้าที่ไม่ต้องการใช้บัตรเครดิต และเพิ่มทางเลือกในการจ่ายเงิน
ตลอดจนความร่วมมือด้านการค้าปลีก ให้ลูกค้าซื้อสมาร์ทโฟนพร้อมแพ็คเกจได้สะดวก รวมถึงความร่วมมือในการพัฒนาโมบายแอพจากกลุ่มสตาร์ทอัพในท้องถิ่น
ส่วนสถานการณ์ไม่ปกติทางการเมืองในไทย บริษัทยังรอประเมินสถานการณ์อีกครั้ง แต่ยังไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อแผนงานที่วางไว้เดิมก่อนหน้าทั้งการทำตลาด และด้านการลงทุน โดยเอไอเอสคาดว่าปีนี้จะมีรายได้รวมเติบโตขึ้น 6-7% จากปีก่อนหน้าโต 3% แบ่งเป็นรายได้จากดาต้าสัดส่วน 60% ส่วนวอยซ์ค่อนข้างทรงตัว





