จับตาตลาด "พม่า" เนื้อหอมธุรกิจไอทีไทย-เทศรุม ชดเชยรายได้ เปิดโอกาสแหล่งขุมทรัพย์ใหม่
ขณะที่ประเทศไทยยังมีปัญหาการเมืองภายในประเทศ สำนักวิจัยมีแนวโน้มจะปรับลดประมาณการการเติบโตของการใช้จ่ายไอซีทีทั้งประเทศลงจากเดิมคาดจะโต 7% มูลค่า 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ธุรกิจยังต้องเดินหน้าต่อไป โดยเฉพาะตลาดรอบๆ ประเทศกำลังเปิดกว้างรับการลงทุนใหม่ๆ
บริษัทไทย หรือบริษัทสาขาประเทศไทยของกิจการระดับโลกต่างขยับเข้าไปทำตลาดต่างประเทศกันเพิ่มขึ้น ชดเชยรายได้ที่หดหาย และเป็นโอกาสเปิดตลาดใหม่ ซึ่งประเทศที่กำลังเนื้อหอมคือ พม่า
ข้อมูลระบุว่า ปี 2555 พม่ามีผู้ใช้เดสก์ท็อป 4 แสนเครื่อง โน้ตบุ๊ค 6 แสนเครื่อง ปัจจุบันมีบริษัทด้านไอซีทีกว่า 564 บริษัท ส่วนใหญ่อยู่ในเมืองย่างกุ้ง และมัณฑะเลย์ สัดส่วน 70% เป็นบริษัทด้านฮาร์ดแวร์ ที่เหลือ 20% อบรมและไอทีเซอร์วิส และ 10% เป็นบริษัทด้านซอฟต์แวร์ โดยเฉลี่ยต่อปีมีอัตราการเติบโตการใช้จ่ายไอที 10-20% ยังมีช่องว่างเข้าทำตลาดอีกมาก
เอทีซีไอหนุนลุยตลาด
นายอดิเรก ปฏิทัศน์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (เอทีซีไอ) กล่าวว่า ปีนี้สมาคมมีแผนผลักดันให้ผู้ประกอบการไอซีทีไทยนำผลิตภัณฑ์และบริการไปเปิดตลาดภูมิภาคอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ รองรับการเติบโตตลาดเออีซีปี 2558
ทั้งนี้ เตรียมนำผู้ประกอบการไทยจำนวน 20 รายเดินสายจัดกิจกรรมพบลูกค้าและคู่ค้าในต่างประเทศ งานแรกประมาณเดือนก.ค.ที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า เนื่องจากเห็นโอกาสจากนโยบายเปิดประเทศด้านการค้าการลงทุน ซึ่งเอื้อให้เศรษฐกิจมีศักยภาพการเติบโตได้เร็ว ขณะเดียวกันความต้องการใช้ไอซีทีเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยหวังเข้าไปสร้างเครือข่ายที่ดี พร้อมวางตำแหน่งเป็นตัวกลางเชื่อมความสัมพันธ์และสร้างโอกาสทางการค้า
เรดดี้แพลนเน็ตเล็งตั้งสำนักงาน
นายทรงยศ คันธมานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเรดดี้แพลนเน็ต จำกัด กล่าวว่า บริษัทเปิดเว็บไซต์ readymyanmar.com เพื่อทดลองตลาด โดยมีทีมงานชาวพม่าดูแล ซึ่งมีกลุ่มธุรกิจพม่าด้านท่องเที่ยว รถยนต์ ธุรกิจขนาดใหญ่สนใจใช้บริการจัดทำเว็บไซต์ และตั้งเป้าหมายไตรมาสที่ 2 ปีนี้จะตั้งสำนักงานที่กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า เพื่อสร้างความเชื่อถือแก่ธุรกิจ
ทั้งนี้ ที่พม่าจะเริ่มใช้งานอินเทอร์เน็ตจากโทรศัพท์มือถือ ส่วนงบซื้ออุปกรณ์ไอทีมีน้อย สภาพตลาดคล้ายๆ ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้วของไทย แต่เท่าที่เคยไปจัดสัมมนามีนักธุรกิจให้ความสนใจเข้าฟังมาก
'เดลล์'จับตามอง
นายธเนศ อังคศิริสรรพ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จะพยายามดึงเงินลงทุนเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น ตั้งใจจะนำมาพัฒนาบริการทั้งมุมการออกแบบ ติดตั้งระบบ และดูแลหลังการขาย หากทำได้การเติบโตธุรกิจในประเทศน่าจะมีทิศทางเป็นบวกมากขึ้น เพราะศักยภาพการบริการลูกค้าเป็นปัจจัยหลักช่วยผลักดันให้เกิดการเติบโตการเติบโต
ทั้งนี้ บริษัทพัฒนางานบริการมาอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ไม่เพียงรองรับตลาดภายในประเทศ ในฐานะฮับประจำอินโดจีนทีมงานในไทยยังช่วยสนับสนุนประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกัน โดยพม่าเป็นหนึ่งในประเทศที่น่าจับตามองมากที่สุด
พร้อมให้เหตุผลว่า ปัจจัยเอื้อไม่ใช่แง่ของยอดขายแต่เป็นศักยภาพที่สามารถเติบโตได้ก้าวกระโดด รับอานิสงส์การใช้ไอทีที่กำลังเพิ่มเป็นเท่าตัว สามารถลงทุนเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้โดยไม่ต้องเริ่มจากระบบไอทีแบบเก่า จากนี้จะยิ่งน่าสนใจมากขึ้นไปอีกเมื่อเปิดบริการ 3 จีอย่างเป็นทางการ
อีเอสอาร์ไอเก็บข้อมูล
นายไกรรพ เหลืองอุทัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการระบบภูมิสารสนเทศ (จีไอเอส) ในเครือซีดีจี กล่าวว่า ไทยรับหน้าที่ดูแลตลาดอินโดจีน ขณะนี้ได้เข้าไปตั้งสำนักงานในเวียดนาม และไล่เก็บข้อมูลพม่า ลาว และกัมพูชา
นายไซมอน ทอมป์สัน ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชยกิจ อีเอสอาร์ไอ อิงค์ (สหรัฐอเมริกา) กล่าวว่า เอเชียเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตสูงมาก 2 ปีที่ผ่านมากลุ่มเอฟเอ็มซีจีเติบโตกว่า 35% ส่วนไทยเทียบระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นประเทศอันดับ 1 ทั้งแง่ขนาดตลาด การเติบโต และการสร้างรายได้
อย่างไรก็ดี วางไทยเป็นฮับสำหรับบุกตลาดอาเซียน โมเดลธุรกิจใช้รูปแบบเดียวกันกับทั่วโลกคือแต่งตั้งดิสทริบิวเตอร์ในประเทศนั้นๆ เพียง 1 ราย บริษัทตั้งเป้าปีนี้รายได้ที่มาจากกลุ่มคอมเมอร์เชียลทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกรวมทั้งไทยเติบโต 35% ปัจจัยช่วยผลักดันคือโมบายและคลาวด์
ข้อมูลจากดาราเทค (Daratech) ชี้ว่า ปี 2554 ตลาดรวมซอฟต์แวร์จีไอเอสทั่วโลกมีมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ เมื่อถึงปี 2558 จะเพิ่มขึ้นเป็น 10.5 ล้านดอลลาร์
เอปสันชี้ยอดดี
นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เอปสันเข้าเปิดตลาดพม่าเป็นรายแรกๆ ตั้งแต่ 20 ปีก่อน ปัจจุบันเป็นแบรนด์ที่ได้รับความเชื่อถือ และยอมรับจากลูกค้า มีผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 1 รายคือ บริษัท ไคลเอนท์ โฟกัส กรุ๊ป ที่มีดีลเลอร์ช่วยทำตลาดอีก 30 ราย ลูกค้าหลักเป็นคอนซูเมอร์ และองค์กรธุรกิจขนาดกลางถึงเล็ก แต่หน่วยงานภาครัฐยังไม่ค่อยมีโครงการไอทีขนาดใหญ่
ตลาดต่างประเทศที่อยู่ภายใต้การดูแลของเอปสัน ประเทศไทย ได้แก่ เวียดนาม พม่า กัมพูชา ลาว และปากีสถาน ทำรายได้รวมกัน 15% สัดส่วนรายได้ตลาดเวียดนามใหญ่สุด 45% พม่า 23% ปากีสถาน 15% ลาว 6% รายได้จากตลาดไทยมีสัดส่วน 85%
ส่วนกลุ่มสินค้าพรินเตอร์อิงค์เจ็ตยังเติบโตได้ โดยรวมทั้งภูมิภาคอยู่ระดับ 5% ส่วนตลาดในประเทศไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น 3% ในกลุ่มพรินเตอร์แอล ซีรีส์ เติบโตเพิ่มขึ้น 80%
อย่างไรก็ตาม เอปสันยังมั่นใจในศักยภาพตลาดไอทีไทย และยังกำหนดให้ไทยเป็นฮับของภูมิภาคเพื่อทำตลาด กระจายสินค้า รวมถึงพัฒนาศักยภาพทีมงานเอปสันในภูมิภาคนี้ทั้ง 5 ประเทศดังกล่าว





