วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กสทช.ขู่พบรายการหมิ่นสถาบันฟันทันที

กสทช. ขู่หากตรวจพบเนื้อหารายการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ สั่งปิดสถานีทันที

พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า การจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบเนื้อหาวิทยุและโทรทัศน์ที่ผิดกฎหมาย จะทำให้ กสทช.เดินหน้าอย่างเต็มที่ในการตรวจสอบเนื้อหารายการที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มตรา 112 รวมถึงการมีเนื้อหาที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่ง กสทช.จะนำหลักฐานที่จัดเก็บข้อมูลครั้งนี้ ส่งต่อไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อดำเนินการต่อไป

"ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเมืองเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งต้องทำอย่างถูกต้องกติกา ระเบียบขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อมิให้เกิดปัญหาต่อไป และกสทช.จะกำกับดูแลเข้มข้นมากยิ่งขึ้น และการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าว ทำให้ กสทช.มีอุปกรณ์การตรวจสอบและมีพนักงานพร้อมที่จะตรวจสอบตลอด 24 ชั่วโมง ในเบื้องต้นจะตรวจสอบพร้อมกัน 40 ช่อง 40 สถานี และจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ และจะบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐานเป็นเวลา 2 เดือน ขณะเดียวกันจะประเมินผลการตรวจสอบเป็นระยะๆ"

ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า กสทช.ได้ใช้เงินลงทุนการตั้งศูนย์ดังกล่าว 130 ล้านบาท ในช่วงแรกได้ใช้เงินลงทุน 50 ล้านบาท เพื่อเตรียมความพร้อมในการตรวจสอบเนื้อหาทุกรายการวิทยุและโทรทัศน์ โดยเบื้องต้นจะดำเนินการตรวจสอบให้ครอบคลุม 40 ช่องรายการโทรทัศน์ทั้งดาวเทียม เคเบิล และฟรีทีวี ส่วนอีก 40 ช่องจะตรวจสอบรายการของสถานีวิทยุชุมชนที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกสทช.6,000 แห่ง และไม่ได้ลงทะเบียนกับกสทช.อีก 2,000 แห่ง ซึ่งกสทช.จะสุ่มตรวจรายการอย่างต่อเนื่อง

สำหรับกรณีที่มีการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นภัยต่อความมั่นคงประเทศนั้น กสทช.จะถือผิดกฎหมายและจะสั่งปรับและปิดสถานีทันที โดยมีบทลงโทษทั้งปรับและจำคุก โดย พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม 2498 จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท และพ.ร.บ.การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 10 ปี ส่วนการโฆษณาเกินจริง หลอกหลวงผู้บริโภค ก็จะส่งเทปบันทึกให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป