วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอชทีซี ดันสมาร์ทโฟน 'วัน เอ็ม8' ฟื้นยอดขาย

เอชทีซี เปิดศึกรอบใหม่ ส่งไม้เด็ด "เอชทีซี วัน เอ็ม 8" ปรับดีไซน์-ซอฟต์แวร์ใหม่หมดใช้วัสดุดีเหนือคู่แข่ง ซีอีโอรับไทยตลาดสำคัญ บุกมิดทูไฮ

นายปีเตอร์ เชา ประธานคณะผู้บริหาร (ซีอีโอ) บริษัท เอชทีซี คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า นโยบายของเอชทีซีปัจจุบันจะพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานมากกว่าที่ผู้ใช้คาดหวัง นอกเหนือจากคุณสมบัติที่มีอยู่ในสมาร์ทโฟนทั่วไป โดยเน้นนวัตกรรม และความเรียบง่ายในการใช้งาน แต่คุณภาพดีที่สุด โดยเฉพาะวัสดุ

รวมทั้งกลยุทธ์ด้านราคาที่เน้นความร่วมมือกับพันธมิตรกลุ่มผู้ให้บริการมือถือ หรือโอเปอเรเตอร์ทั่วโลกเพื่อเป็นช่องทางเข้าถึงผู้ใช้งานจำนวนมาก และการหันมาให้ความสำคัญกับตลาดนอกเหนือจากโซนยุโรป และอเมริกาที่ค่อนข้างอิ่มตัวแล้ว เช่น ตลาดเกิดใหม่โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตลาดที่มือถือราคาประหยัดเป็นที่แพร่หลายทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้

ซีอีโอเอชทีซีระบุว่า ไทยก็เป็นหนึ่งในตลาดสำคัญอันดับแรกๆ ของปีนี้ เพราะเป็นตลาดใหญ่ที่มีผู้ใช้งานมือถือจำนวนมาก ซึ่งบริษัทได้เริ่มปรับกลยุทธ์พัฒนาแบรนด์ให้แข่งขันในตลาดได้ โดยเน้นความเป็นพรีเมียม แต่จะใช้วิธีทางการตลาดให้มากขึ้นเพื่อให้สินค้าเข้าถึงผู้ใช้งานกลุ่มใหญ่ได้

"ตลาดไทยเป็นตลาดน่าตื่นเต้นมาก เพราะมีผู้ใช้งานมือถือจำนวนมาก และมีแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับใช้งานแพร่หลายอยู่แล้ว รวมทั้งมือถือราคาถูกจากจีนเข้ามาตีตลาด แต่เราได้ปรับกลยุทธ์เน้นหนักมาร์เก็ตติ้ง เพื่อให้แข่งขันได้มากขึ้นเช่นกัน"

โดยล่าสุดบริษัทจัดงานใหญ่เปิดตัวสมาร์ทโฟนไฮไลต์ของปี "เอชทีซี วัน เอ็ม 8"จอ 5 นิ้ว รองรับ 4จี แอลทีอี พร้อมกันครั้งแรกทั้งนิวยอร์ก และลอนดอน

สมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวเป็นการพัฒนาต่อยอดจากรุ่นก่อนหน้าคือ "เอชทีซี วัน" สมาร์ทโฟนที่ได้รับรางวัลการันตีจากหลายเวที และยังเป็นรุ่นที่ดีที่สุดที่ได้รับการยอมรับจากตลาดด้วยยอดขายที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์เอชทีซี

"เอขทีซี วัน ทำได้ดีแล้ว แต่เราเชื่อว่า วัน เอ็ม8 จะดีมากขึ้นไปอีก"

นายปีเตอร์ระบุว่า สำหรับ"เอชทีซี วัน เอ็ม 8" ได้รับการปรับปรุงทั้งดีไซน์ภายนอกให้ดูเรียบหรู และซอฟต์แวร์ภายในที่ล้ำหน้ามากขึ้น เช่น "โมชั่น ลอนซ์" ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถสัมผัสหน้าจอสองครั้งเพื่อปลดล็อคหรือปิดจอ และการลากนิ้วไปทิศทางต่างๆ เพื่อสั่งงานเครื่อง เช่นทางซ้ายเพื่อใช้งานวิตเจ็ต และทางขวาเพื่อเข้าสู่บลิงค์ฟีด และการเรียกใช้งานกล้องแบบด่วนโดยวางเครื่องแนวนอน และกดปุ่มเพิ่มเสียง

นอกจากนี้ยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่ใช้กล้องหลังแบบ "ดูโอ้ คาเมร่า" และซอฟต์แวร์ด้านการถ่ายภาพที่ทำให้กล้องเข้าใจวัตถุในภาพมากขึ้น ปรับตื้นลึกได้หลังจากถ่ายภาพแล้ว และปรับความคุณภาพให้ตอบโจทย์เหมือนกล้องมือโปร และกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์มุมกว้างที่พัฒนามาเพื่อการถ่ายภาพแบบเซลฟี่โดยเฉพาะ

พร้อมกันนี้ยังมีลูกเล่นเพิ่มเติมสำหรับอุปกรณ์เสริม เช่น โคฟเวอร์ "ดอทวิว" ที่สามารถแสดงผลแจ้งเตือนต่างๆ ได้โดยไม่ต้องเปิดดูเครื่อง เช่น สายเรียกเข้า และข้อความต่างๆ โดยแสดงผลแบบคลาสสิกเหมือนยุคจอ 8 บิต

รวมทั้งอินเตอร์เฟซ "เซนส์ 6" เวอร์ชั่นใหม่ที่ปรับเปลี่ยนการใช้งานจอให้เหมาะกับการใช้งานได้ดีขึ้น โดยที่ตัวเครื่องยังเน้นวัสดุอะลูมิเนียมที่เบาบาง หรูหรา และจับสัญญาณได้ดีขึ้น ตลอดจนจุดขายใหม่อย่างแบตเตอรี่ที่ทนยิ่งกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 40%

"แบตเตอรี่เป็นจุดที่สำคัญมาก เพราะต่อให้ฟังก์ชันดีแค่ไหน แต่ถ้าแบตหมดก็ใช้งานไม่ได้"

ทั้งนี้เตรียมวางตลาดพร้อมกันทั่วโลกเบื้องต้น 100 ประเทศ ผ่านผู้ให้บริการระบบ 230 ราย ปลายเดือน เม.ย.นี้ ราคาเท่ากับเอชทีซี วันรุ่นก่อนหน้า หรือราวสองหมื่นต้นๆ ซึ่งสำหรับไทยในเบื้องต้นจะขายผ่านบมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ก่อน

อย่างไรก็ตามซีอีโอเอชทีซีเผยว่า บริษัทกำลังศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่กำลังเป็นกระแสใหม่ สำหรับยุคอินเทอร์เน็ตออฟธิง ไม่ว่าจะเป็นแทบเล็ต สมาร์ทวอทช์ เพราะเป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในวงจรการใช้งานของผู้คนในอนาคต