ความท้าทายของแวดวงดีไซเนอร์ในเจเนอเรชันใหม่ ที่ต้องผสานเรื่องราวทางวัฒนธรรมเข้ากับไอเดียการออกแบบเพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวผ่านสินค้า
ไฮไลต์งานแสดงสินค้าของขวัญ และงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้าน (BIG+BIH) ในปีนี้คือ ผลงานการออกแบบที่มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมของผู้คนในท้องถิ่นนั้นๆ หนึ่งในความท้าทายของแวดวงดีไซเนอร์ในเจเนอเรชันใหม่ ที่ต้องผสานเรื่องราวทางวัฒนธรรมเข้ากับไอเดียการออกแบบ เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวผ่านสินค้าหรือบริการสู่ตลาดโลก
“ASEAN Life+Style” เป็นธีมการจัดงานในปีนี้ ตอกย้ำจุดเด่นและความสำคัญของประเทศไทย ในฐานะแหล่งรวมสินค้าไลฟ์สไตล์ของภูมิภาค รวมทั้งมุ่งแสดงศักยภาพในการออกแบบและการผลิตที่สามารถตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ และตอบรับทุกความต้องการของผู้บริโภคตั้งแต่ตื่นตอนเช้าจนถึงเวลาเข้านอน
สร้างสรรค์"อัตลักษณ์"
กิจกรรมขานรับธีมของงานก็คือ Asia Talents 2014 : ASEAN+6 Cultural Effects การนำเสนอผลงานออกแบบของ 40 ดีไซเนอร์เลือดใหม่จาก 10 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับ 6 ประเทศคู่เจรจาอาเซียน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-23 เม.ย. ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค
"โครงการนี้จะมีดีไซเนอร์โซนเอเชียมาแชร์ความคิดกัน เราก็จะได้เรียนรู้แนวคิดและมุมมองที่ใกล้เคียงกัน เพราะวัฒนธรรม วิถีการดำเนินชีวิตคล้ายคลังกัน ผมเชื่อว่า ศิลปะ วัฒนธรรมท้องถิ่นในแต่ละประเทศมีจุดขายที่แตกต่างกัน ซึ่งดีไซเนอร์สามารถนำมาใช้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มได้ อีกทั้งเป็นสิ่งที่ดีไซเนอร์ชาติตะวันตกไม่เข้าใจ" อานนท์ ไพโรจน์ โปรดักท์ดีไซเนอร์กล่าว
ยกตัวอย่าง ดีไซน์สินค้าจากประเทศเกาหลีจะมีความร่วมสมัยที่สะท้อนความเป็นเกาหลี พร้อมกับการนำเสนอเทคโนโลยีที่น่าสนใจ เช่น แอพพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือที่สามารถต่อเชื่อมคอมพิวเตอร์กับโคมไฟ หรือสินค้าหลายอย่างที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเกาหลี ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่ยังให้ความสำคัญกับวัสดุง่ายๆ เช่น ไม้ ผ้าท้องถิ่น แสดงให้เห็นว่าดีไซเนอร์ได้ให้ความใส่ใจกับการออกแบบที่ยังคงสื่อถึงวัฒนธรรมเก่าแก่ของตนเอง ทำให้เกิดความร่วมสมัยและสามารถต่อยอดไปได้อีก
ส่วนดีไซเนอร์จากฟิลิปปินส์ที่เคยทำงานในนิวยอร์ก จะผสมผสานผลิตภัณฑ์จากการทำกสิกรรมเข้ากับความเป็นโมเดิร์นลิฟวิ่ง โดยการนำผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากกสิกรรมมาแปลงโฉมให้ดูเป็นสินค้าร่วมสมัย
อานนท์ กล่าวอีกว่า ความท้าทายของดีไซเนอร์ต่อจากนี้ไป คือ การพัฒนาศักยภาพความสามารถของตนเอง ให้มีคุณภาพทัดเทียมกับดีไซเนอร์จากต่างประเทศ โดยยังคงเอกลักษณ์ความเป็นไทย
"การรวมตัวของดีไซเนอร์ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่สร้างความสัมพันธ์ในเรื่องขององค์ความรู้ แต่ยังเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและธุรกิจ เป็นการช่วยเหลือกันเกื้อกูลกัน การที่เราดึงความคิดสร้างสรรค์มารวมกันที่ประเทศไทย จะได้ทำให้ทุกคนได้เรียนรู้ว่า การแข่งขันที่แท้จริงคือการคิดบวก และดีไซน์ก็ถูกเปลี่ยนให้เป็นภาษาสากล ไม่มีการแบ่งด้วยประเทศและภาษา กลายเป็นว่า ดีไซน์จะช่วยขับเคลื่อนโลกไปสู่ความสงบสุขด้วยการแบ่งปัน"
ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย
อานนท์วิเคราะห์สถานการณ์ของวิชาชีพนี้ว่า ดีไซเนอร์จากเอเชียเป็นที่ต้องการในอุตสาหกรรมการออกแบบในโซนยุโรปและอเมริกา เพราะย่อมจะเข้าถึงความต้องการของผู้คนในเอเชีย เป็นผู้ที่มีความเข้าใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นของตนเองได้ดี ส่งผลให้การออกแบบผลิตภัณฑ์หรือบริการมีกลิ่นอายของวัฒนธรรมที่เก่าแก่และน่าค้นหา
"ทุกวันนี้ เศรษฐกิจประเทศแถบตะวันออกดีขึ้น ทุกคนเริ่มวิ่งเข้ามาหาเราแล้ว ทุกประเทศในอาเซียนมีช้อปแบรนด์เนมใหญ่เข้ามาเปิด การดึงดีไซเนอร์ท้องถิ่นเข้าไปร่วมงานออกแบบจะทำให้สินค้านั้นๆ เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน เพราะดีไซเนอร์อเมริกาและยุโรปไม่สามารถเข้าใจพฤติกรรมคนไทย ตื่นเช้ามาเราไม่ได้กินขนมปัง เรากินข้าวเหนียวหมูปิ้ง หรือพฤติกรรมการซื้อ การใช้จ่ายแตกต่างกัน จึงไม่สามารถนำทฤษฎีตะวันตกมาใช้กับคนตะวันออกได้เช่นเดียวกับการทำตลาด ถือเป็นโอกาสดีของดีไซเนอร์ไทยและเพื่อนบ้าน" เขากล่าว
อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปดีไซเนอร์ไทยจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพมากกว่าจำนวน เน้นการออกแบบที่มีประสิทธิภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ที่ตอบสนองความต้องการของทุกคนในในสังคม สิ่งที่ออกแบบมาต้องสามารถเชื่อมคนทุกคนเข้าด้วยกันได้ ที่สำคัญสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม จะทำให้ผลงานดีไซน์นั้นสามารถจำหน่ายไปได้ทั่วโลก
เมื่อถึงเวลานั้นก็เป็นโอกาสที่ดีไซเนอร์ไทยจะสร้างเทรนด์ของตนเองขึ้นมา





