วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เสิร์ฟของว่างจากทะเล

ผู้ประกอบการหน้าใหม่มองเห็นโอกาสปั้นแบรนด์ ‘มิสเตอร์ ซี’ (Mr.Sea) ยกระดับอาหารทะเลจากของฝากสู่ขนมขบเคี้ยว

สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน

ผู้ประกอบการหน้าใหม่มองเห็นโอกาสปั้นแบรนด์ ‘มิสเตอร์ ซี’ (Mr.Sea) ยกระดับอาหารทะเลจากของฝากสู่ขนมขบเคี้ยว ชูจุดเด่นของมาตรฐานและความคิดสร้างสรรค์ ขยายตลาดสู่ห้างก่อนโกอินเตอร์

“ด้วยความที่เป็นคนในท้องถิ่นของจังหวัดตราด เราเห็นวัตถุดิบที่เป็นอาหารทะเลมากมาย และการแปรรูปมักอยู่ในรูปของของฝาก ก็เริ่มคิดจะสร้างธุรกิจเป็นของตนเอง จึงรวมตัวกับเพื่อนอีก 2 คน สร้างที.เอ็ม.เค ฟู้ดขึ้นมาในปี 2555” ชัยวิวัฒน์ นาควิเวก หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ที.เอ็ม.เค ฟู้ด กล่าวถึงที่มา

ช่วงแรกของที.เอ็ม.เค ฟู้ด พวกเขาเล่นในตลาดของฝาก ชูความต่างด้วยรสชาติของปลาอบกรอบ แต่เวลาเพียงไม่นาน เขาเริ่มเห็นสัญญาณความอิ่มตัวของตลาดของฝาก

:: ยกระดับของฝาก

ชัยวิวัฒน์กล่าวว่า ในช่วงกลางปี 2555 ยอดขายของเขาเริ่มลดลง ในขณะเดียวกัน เชลฟ์ไลฟ์ (Shelflife) ของฝากสั้น วางขายได้ไม่นานก็ต้องเปลี่ยน ทำให้เขาต้องคิดหาวิธีแก้

มิสเตอร์ซี (Mr.Sea) จึงเกิดขึ้น ด้วยโจทย์ในการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ตลาดสมัยใหม่ ยกระดับของฝากจากภาคตะวันออกเป็นของกินเล่น

“เราเริ่มจากการพัฒนารสชาติของปลาอบกรอบ จนได้ 3 รสชาติ คือ ปลาเกล็ดขาวอบกรอบรสคลาสสิก ปลาแอนโชวี่อบกรอบรสคลาสสิก และปลาแอนโชวี่อบกรอบ รสฮ็อต แอนด์ สไปซี่ จากนั้นพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ดูสวยเหมาะกับขนมขบเคี้ยว ในขณะเดียวกันก็ยืดอายุการวางขายอีกด้วย”

ชัยวิวัฒน์เผยว่า กลุ่มเป้าหมายหลักคือ คนวัยทำงานที่ชอบทานขนมขบเคี้ยว แต่ก็ต้องการให้ความสำคัญกับสุขภาพด้วย

มิสเตอร์ซีเริ่มวางตลาดในช่วงกันยายน 2555 โดยเริ่มจากร้านขายของฝากในภูมิภาคตะวันออก และติดต่อห้างโมเดิร์นเทรดต่าง ๆ ก่อนจะได้วางขาย

“ช่วงเริ่มต้น เราไม่ได้ประชาสัมพันธ์มากนัก เน้นให้สินค้าขายตัวเอง ทำให้ยอดขายปีแรกอยู่ที่ 2 ล้านบาท” ชัยวิวัฒน์กล่าวพร้อมยอมรับว่า ยังเป็นตัวเลขที่ไม่เข้าเป้า

แม้ผลตอบรับเรื่องของรสชาติ บรรจุภัณฑ์จะเป็นไปในทิศทางบวก แต่สำหรับปี 2557 ที.เอ็ม.เค ฟู้ดจึงต้องปรับแผนการตลาดจากเดิมที่ทำกันเองแม้ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน จึงดึงคนมาทำในส่วนของการประชาสัมพันธ์และการตลาดเพิ่ม

:: เดินหน้ารุกตลาดต่างประเทศ

จตุพัฒน์ ฤกษ์สหกุล หุ้นส่วนผู้จัดการอีกรายชี้ว่า นอกจากการวางขายในโมเดิร์นเทรด เขานำมิสเตอร์ซีไปโปรโมทผ่านการออกงานแฟร์ โดยเริ่มที่งาน THAIFEX 2013 ซึ่งได้รับความสนใจจากบายเออร์ต่างประเทศทั้งจากฮ่องกง จีน และฟิลิปปินส์

“ตลาดขนมขบเคี้ยวในไทยแข่งขันกันสูง แบรนด์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา ที่สำคัญ เราเองก็ต้องแข่งกับตลาดของฝาก ดังนั้นหากมุ่งเฉพาะตลาดในประเทศ อาจจะยากสำหรับแบรนด์ใหม่เช่นมิสเตอร์ซี จึงมองตลาดต่างประเทศเป็นอีกหนึ่งทางเลือก โดยเฉพาะเมื่อเราไปออกงานแฟร์ เห็นโอกาสและดีมานด์จากลูกค้าต่างประเทศ”

จตุพัฒน์ชี้ว่า ปี 2557 จะทำตลาดทั้งในและต่างประเทศไปพร้อม ๆ กัน โดยในไทยจะเน้นการออกบูท และออกสื่อในเชิงสัมภาษณ์ รวมถึงใช้โซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ ยังจะเน้นความร่วมมือกับดิสทริบิวเตอร์ และธุรกิจท้องถิ่น อาทิ แจกตัวอย่างผ่านคูปองที่ท่าเรือเฟอร์รี่

ในขณะที่ตลาดต่างประเทศ เจ้าของแบรนด์มิสเตอร์ซีเผยว่า จะทำผ่านการออกงานแฟร์ที่จะไปกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยมุ่งเป้าที่ประเทศจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากจีนมีดีมานด์สูง และมีการนำเข้าวัตถุดิบอย่างปลาอบแห้งไปปรุงขายในลักษณะเดียวกับสินค้าของเรา ทำให้มีโอกาสทำตลาด แต่ต้องศึกษาเรื่องของการนำเข้าเพราะจีนมีกำแพงการค้าสูง อาจจะต้องหาดิสทริบิวเตอร์เป็นตัวกลาง

ในแง่ของการพัฒนาสินค้า จตุพัฒน์กล่าวว่า จะยังคงใช้ 3 รสชาติที่มีเป็นตัวทำตลาดก่อน แต่ที.เอ็ม.เค ฟู้ด ได้ขยายไลน์อาหารกระป๋องพร้อมรับประทานในชื่อแบรนด์ เปี่ยมสุข เปิดตัวที่ปลาทูในซอสกระเทียมพริกไทย และปลาทูต้มเค็ม

“ธุรกิจของครอบครัวหุ้นส่วนรายหนึ่งทำแพปลาทูอยู่แล้ว เราจึงมีวัตถุดิบที่สด ควบคุมคุณภาพได้ ในขณะเดียวกันการแปรรูปลักษณะนี้ถือเป็นจุดเด่นเพราะ แปลกใหม่ ไม่มีใครทำมาก่อน ซึ่งเรามองกลุ่มเป้าหมายเป็นคนในประเทศที่อยากทานแต่ไม่มีเวลาทำหรือคนไทยในต่างประเทศ โดยนำร่องวางจำหน่ายในร้านของฝาก”

สำหรับแบรนด์เปี่ยมสุข จตุพัฒน์กล่าวว่า จะเพิ่มตำรับอาหารใหม่ ๆ 1-2 สูตรต่อปี ในขณะเดียวกันก็จะปรับขนาดให้เล็กลง เหมาะสำหรับทาน 1-2 คน รับตลาดคนเมือง

ผู้บริหารที.เอ็ม.เค ฟู้ดชี้ว่า จากการขยายตลาดสำหรับมิสเตอร์ซี และการเปิดแบรนด์เปี่ยมสุขจะทำให้รายได้ปี 2557 นี้เพิ่มเป็น 4 ล้านบาท แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ การยกระดับของที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้มีคุณภาพ เป็นสินค้าที่ได้มาตรฐาน เพื่อขยายไปสู่ตลาดที่ใหญ่ขึ้น รวมถึงตลาดต่างประเทศที่มีความต้องการสินค้าประเภทนี้อีกด้วย